โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

Ruark Audio รังสรรค์ขึ้นเพื่อเสียงเพลง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 22 พ.ย. 2566 เวลา 08.57 น. • เผยแพร่ 25 พ.ย. 2566 เวลา 01.00 น.

เป็นแบรนด์ที่ผมเริ่มเห็นตามหน้าสื่อแบบประปรายมาตั้งแต่ช่วงหลัง Y2K ไม่นาน และเห็นพูดถึงเชิงชื่นชมจากการวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น ก็สักประมาณช่วงกว่าสิบปีให้หลัง

รวมทั้งสังเกตเห็นว่าได้รับรางวัลโน่น นี่ นั่น อยู่เนืองๆ นับแต่ช่วงเดียวกันที่บอกว่าเห็นถี่ขึ้นนั้นเป็นต้นมา ก็ได้แต่สนใจเพราะไม่เคยสัมผัสตัวเป็นๆ ด้วยในบ้านเราไม่มีใครสั่งเข้ามา กอปรกับความสนใจที่ว่านั้นมันเป็นช่วงที่ผมเลิกเดินทางในความหมายของการตะลอนไปทำงานซะแล้ว

กระทั่งไม่นานวันที่ผ่านมา ได้ข่าวว่ามีผู้นำผลิตภัณฑ์ของ Ruark Audio เข้ามาจำหน่ายในบ้านเราแล้ว ก็เลยถือโอกาสนำมาบอกกล่าวพร้อมเล่าสู่ให้รู้จักกันพอเป็นสังเขป

แรกที่เห็นผลิตภัณฑ์ของแบรนด์นี้ ซึ่งในเวลานั้นใช้ชื่อว่า Vita Audio เข้าใจว่าเป็นบริษัทที่ทำสินค้าระบบเสียงจำพวกไลฟ์สไตล์แบบชิ้นเดียว ที่น่าสนใจก็ตรงที่โครงสร้างภาพลักษณ์ของสินค้า ที่หน้าตามักจะออกมาในแนวย้อนยุคแบบ Retro Style

แต่ให้การทำงานที่ทันสมัย เห็นในรูปให้รู้สึกว่างานฝีมือประณีตดี ช่างเลือกหรือคัดสรรวัสดุต่างๆ มากอปรกันเป็นผลิตภัณฑ์ที่เรียบหรูดูดีไม่น้อย

จากที่ติดตามมาแต่แรกๆ รู้ว่าเป็นแบรนด์ที่มีความโดดเด่นด้านวิทยุดิจิทัล หรือ DAB (Digital Audio Broadcasting) Radio เป็นพิเศษ

ซึ่งวิทยุดิจิทัลในบ้านเรานี่, ยังไม่มีการออกอากาศเป็นกิจจะลักษณะแต่อย่างใดนะครับ เท่าที่ทราบมีการสาธิตและทดลองตามพื้นที่ต่างๆ เป็นระยะๆ รวมทั้งมีบางบริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศกำลังทำเรื่องนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน มีการจัดประชุมทางด้านวิชาการ เผยแพร่ความรู้ รวมทั้งจัดสาธิตให้เห็นถึงประโยชน์ของการนำไปใช้ในระบบต่างๆ อาทิ การขนส่งสาธารณะ การจราจร การเตือนภัยพิบัติ และสภาพอากาศ ปัจจุบันได้พัฒนาขึ้นไปในด้านเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ช่องสัญญาณที่ดีขึ้น เรียกว่า DAB+ Radio

หลังรู้ว่าแบรนด์นี้เข้ามาในบ้านเราแล้ว ก็ไปหาข้อมูลเพิ่มจากเท่าที่เคยทราบดังบอกข้างต้น จึงได้รู้ว่าเป็นบริษัทอังกฤษที่ก่อตั้งช่วงกลางทศวรรษ 80s และสินค้ายุคแรกๆ ทำออกมาก็มีเพียงอย่างเดียวคือลำโพง ภายใต้ชื่อ Ruark Acoustics

ผู้ก่อตั้งคือ Alan O’Rourke ที่เติบโตมากับการเล่นกีตาร์ และรายล้อมไปด้วยอุปกรณ์ระบบเสียงไฮ-ไฟ เพราะพ่อของเขาอยู่ในอุตสาหกรรมทางด้านนี้ รวมทั้งทำงานอยู่กับบริษัทนำเข้ากีตาร์ด้วย

นั้นเองที่ทำให้มีโอกาสได้สัมผัสกับอุปกรณ์อันยอดเยี่ยมต่างๆ มากมาย จึงรักและหลงใหลในเสียงดนตรีมาแต่อ้อนแต่ออก ถึงกับบอกทำนองว่าดนตรีเปรียบได้กับชีวิตและลมหายใจของตัวเขาเอง

และเมื่อมาตั้งบริษัทเครื่องเสียง เขาจึงบอกว่าดนตรีเป็นหัวใจสำคัญยิ่งของแบรนด์มาแต่แรก

หลังช่วงเปลี่ยนผ่านสหัสวรรษไม่นานปี Ruark Audio ได้หันมาทำระบบเสียงชิ้นเดียวแบบไลฟ์สไตล์เป็นครั้งแรก คือวิทยุดิจิทัลแบบตั้งโต๊ะรุ่น R1 แต่เพื่อป้องกันความสับสนทั้งกับร้านค้าและผู้บริโภค จึงใช้ชื่อแบรนด์ Vita Audio ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

และด้วยความยอดเยี่ยมของมันหนังสือพิมพ์ Sunday Telegraph ที่นำไปวิพากษ์วิจารณ์ถึงกับให้นิยามว่าเปรียบได้ดั่ง The Aston Martin of DAB Radios นั่นเทียว

ช่วงที่วิทยุดิจิทัลเริ่มแพร่หลายในยุโรป เป็นเวลาเดียวกับที่เครื่องเล่นเพลงพกพาอย่าง Appe iPod กำลังเป็นที่นิยม วิทยุดิจิทัลรุ่นหลังๆ ที่ Vita Audio ทำออกมาจึงมีช่องเสียบให้สามารถวาง iPod เพื่อเล่นเพลงกับเครื่องเล่นวิทยุได้ด้วย เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพและพลังเสียงให้กับดนตรีจากอุปกรณ์พกพา ทำให้ในยุคนั้นเองที่เราได้เห็นเครื่องเล่นประเภทที่ว่ามีโฆษณาบอกว่าเป็น iPod/iPhone Friendly เต็มไปหมด

หลังจากใช้ชื่อ Vita Audio ประมาณห้าหกปี แบรนด์ Ruark Audio ก็ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งในปี ค.ศ.2012 จนทุกวันนี้

ช่วงหลังๆ นอกจากผลิตวิทยุดิจิทัลตั้งโต๊ะแบบ DAB/DAB+ Radio แล้ว เครื่องบางรุ่นยังได้เพิ่มภาคการทำงานอื่นเข้ามาด้วย เพื่อให้มีความเป็น All-in-One หรือเป็น Music System มากขึ้น อาทิ การเพิ่มภาครับ FM Tuner ภาคการทำงานในส่วนของ CD Player

บางรุ่นมีการใส่ DAC : Digital-to-Analogue Converter พร้อมระบบไร้สายทั้ง Wi-Fi และ Bluetooth เพื่อรองรับการทำงานแบบสตรีมมิ่ง รวมทั้งผนวกการเข้าถึงผู้ให้บริการบางรายได้ในตัว ซึ่งนอกจากจะเอื้อความสะดวกในการใช้งานแล้ว ยังรองรับการเล่นเพลงที่หลากหลายมากขึ้นด้วย

ช่วงเดือนก่อนเห็นมีรุ่นใหม่ออกมาในหน้าสื่อฝั่งยุโรป ให้รู้สึกต้องใจตั้งแต่แรกเห็นโครงสร้างหน้าตาในข่าว เห็นรายละเอียดพอประมาณแล้วก็เลยเข้าไปหาเรื่องราวเพิ่มเติม เลยทำให้ทราบตอนนั้นแหละครับ ว่าแบรนด์นี้เพิ่งเข้ามาบ้านเราเมื่อต้นเดือนที่แล้วนี่เอง เพียงแต่รุ่นที่เตะตาต้องใจผมยังไม่ได้เข้ามาด้วย น่าจะเป็นเพราะเพิ่งจะลงตลาดแถบยุโรปได้ไม่กี่วัน แต่อีกไม่นานวันก็คงเข้ามาเป็นแน่แท้ เพราะเห็นมีป้ายราคารอแปะเอาไว้แล้ว

เครื่องที่ว่า คือ Ruark R410 Integrated Music System ก็ที่เห็นในรูปนั่นแหละครับ

ภายใต้โครงสร้างภาพลักษณ์ที่แลดูย้อนยุคนั้น ภายในผนวกภาคการทำงานต่างๆ แบบร่วมสมัยที่เหมาะนักกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่มักใช้ชีวิตอยู่กับการไถหน้าจอเป็นหลัก โดยระบบเสียงนั้นภาคขยายใช้แอมป์ Class-D ให้กำลังขับ 120Wrms (วัดค่าความเพี้ยนฮาร์โมนิกรวมที่ 30W/Ch ได้ 0.02%) ให้การทำงานตอบสนองความถี่ 35Hz-22kHz

ลำโพงสองตัวอยู่ในตู้เฉพาะที่มุมเครื่องแต่ละด้าน ซ้าย/ขวา ทำงานในระบบ Bass Reflex แบบ 2 ทาง ทวีตเตอร์ขนาด 20 มิลลิเมตร มิด/เบส ไดรเวอร์ ขนาด 100 มิลลิเมตร มาพร้อมระบบเพิ่มประสิทธิภาพเสียงแบบ Stereo+3D ภาคโทน คอนโทรล ให้แยกปรับทุ้ม/แหลม

ภาควิทยุรองรับ DAB/DAB+, FM กับ RDS : Radio Data System (87.5-108MHz) ใช้งานแบบมัลติ-รูมได้ผ่าน Apple AirPlay, Google Cast ระบบไร้สายผ่าน Wi-Fi, Bluetooth 5.1 ซึ่งรองรับ aptX HD, SBC, AAC, BLE, A2DP รองรับอุปกรณ์ DLNA : Digital Living Network Alliance ผนวกบริการ Spotify Connect, Tidal Connect พร้อมรองรับการทำงานกับไฟล์เสียงความละเอียดสูง มีพอร์ต HDMI ARC/eARC, USB 2.0 Type-C, Ethernet มีช่องเสียบดิจิทัล อินพุต แบบ Optical พร้อมช่องเสียบสำหรับเครื่องเล่นซีดี (ผ่าน External USB CD Drive) และเครื่องเล่นแผ่นเสียง (รองรับหัวเข็ม MM : Moving Magnet) มี Line-Input แบบ Stereo RCA และมี Sub-Woofer Out ให้ด้วย

ที่แผงหน้าปัดเครื่องค่อนมาทางด้านซ้าย มีจอแสดงผล Colour TTF ที่นอกจากจะใช้เพื่อเข้าถึงการทำงานและรายละเอียดต่างๆ แล้ว ยังแสดงปกอัลบั้มของเพลงที่กำลังเล่นอยู่ได้ด้วย

มาพร้อมรีโมตคอนโทรล ทรงกลมลักษณะเดียวกับลูกบิดปุ่มปรับต่างๆ ที่อยู่บนฝาหลังด้านบนของเครื่อง

มิติโครงสร้างเครื่อง (กว้าง x สูง x ลึก) 560 x 150 x 290 มิลลิเมตร น้ำหนัก 9.5 กิโลกรัม

เห็นบางสื่อแถบยุโรปบอกว่าเป็นความย้อนยุคอันน่าทึ่งเพราะดูสวยงามทันสมัย

แลดูเป็นเฟอร์นิเจอร์ชั้นดีที่ให้คุณภาพเสียงยอดเยี่ยมมากด้วย

มาพร้อมระบบการทำงานอันยืดหยุ่นที่มีฟังก์ชั่นครบครันมาก

ให้น้ำเสียงที่หนักแน่นฟังดูน่าเชื่อถือมากจากทุกๆ แหล่งที่เปิดฟัง

แต่แอบเสียดายหน่อยก็ตรงที่หน้าจอเล็กไปนิด แค่ 4 นิ้วเท่านั้นเอง •

เครื่องเสียง | พิพัฒน์ คคะนาท

pipat.cacanaat@gmail.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...