แผนรักลวง...เธอผู้เดียว (อ่านฟรีก่อนติดเหรียญ)
ข้อมูลเบื้องต้น
ปลายฝน อธิษฐ์โภคิน (ฝน) เกิดมาร่างกายค่อนข้างอ่อนแอจึงถูกประคบประหงมมาตลอดได้รักความรักแบบเต็มเปี่ยมจากทุกคน มีนิสัยร่าเริงยิ้มง่าย เป็นที่รักของทุกคนที่พบเห็น เดินไปไหนก็ราวกับมีแสงสว่างสาดส่องลงมาเสมอ อายุ 24 ปี อาชีพครูสอนศิลปะ
ต้นหนาว อธิษฐ์โภคิน (หนาว) เกิดมาร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีนิสัยเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีปากเสียง มักยืนอยู่ข้างหลังน้องสาวเสมอ จนบางครั้งก็ถูกใคร ๆ มองข้ามเสมอ อายุ 24 ปี เป็นจิตรกรชื่อดังที่ไม่เปิดเผยตัวตน
ต้นหนาว กับ ปลายฝน ฝาแฝดสาวสวยที่มีนิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
ภานุภัทร จิรอรรถธาดา (หมอก) อายุ 30 ปี นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ เขาเป็นคนเดียวที่แยกสองแฝดได้ตั้งแต่เด็ก ๆ แรกเริ่มที่รู้จักเพราะสงสาร ทว่านานวันเข้า กลับละสายตาไม่ได้ แต่ทำยังไง สาวเจ้าก็ไม่รู้ตัว งานนี้เขาเลยต้องงัดทุกกลเม็ดที่ตนเองมี จับจองคนที่ตนหมายปองให้ได้
นวิดา จิรอรรถธาดา (หนูเล็ก) อายุ 24 ปี น้องสาวหมอก เป็นเพื่อนสนิทของสองแฝดแต่จะสนิทกับต้นหนาวมากกว่าเพราะเรียนมหาลัยเอกเดียวกัน และเป็นคนเดียวที่รู้ความในใจพี่ชาย คอยเชียร์อยู่ตลอด
คำโปรย…
“หาของนี่อยู่เหรอ?”
“อุ้ย!” ต้นหนาวสะดุ้งโหยง หันหลังขวับก็เห็นชายหนุ่มชูแผงยาคุมกำเนิดที่ตนกำลังค้นหาอยู่ “พี่หมอก”
“ทำไม…เรากลัวพี่ไม่รับผิดชอบหรือไง?”
“ปะ…เปล่านะคะ” ต้นหนาวส่ายหน้าปฏิเสธ ก้มหน้างุดไม่กล้าสบสายตาเขา สองมือบีบกันแน่น
“ถ้าอย่างนั้นเรากินทำไม?” เสียงดุเอ่ยอย่างคาดคั้น
“คะ…คือ” ต้นหนาวอึกอัก ทั้งไม่กล้าสบตา ทั้งไม่กล้าพูด…ก็จะให้เธอบอกได้ยังไง ว่าเธอไม่ใช่คนที่เขาคิด เธอคือต้นหนาว…ไม่ใช่ปลายฝนสักหน่อย และเธอคือคนชั่ว ที่ทำแบบนี้กับคนรักของน้องสาว
“ตอบพี่มา” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาตรงหน้าหญิงสาว สองมือหนาบีบหัวไหล่บางแน่น “เงยหน้าขึ้นมา ตอบพี่!”
ทว่าต้นหนาวจะเอาความกล้าที่ไหนมาตอบ ต่อให้ตายเธอก็ไม่มีวันบอกความลับนี้กับเขาเด็ดขาด
ชายหนุ่มถอนหายใจ มองศีรษะของคนที่ตนเองทั้งรักทั้งหลงอย่างหงุดหงิด ก่อนจะโอบเข้ามาในอ้อมกอดของตน เขาไม่มีวันมองคนรักตนเองพลาดหรอก ตั้งแต่เด็ก ๆ เขาก็สามารถแยกฝาแฝดคู่นี้ได้แล้ว คนตรงหน้าเขาคือต้นหนาวอย่างไม่ต้องสงสัย เขาผิดที่ใช้วิธีรวบรัดเธอแบบนี้ แต่เขาก็ไม่รู้จะทำยังไง ให้แม่สาวขี้ขลาดคนนี้ยอมบอกว่าตนเองคือแฝดคนพี่สักที เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรต้องทำยังไง…ให้เธอยอมออกจากเงาน้องสาว ยอมเปิดเผยตัวตนกับเขาเสียที เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วแท้ ๆ เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด…อย่าหวังว่าครั้งนี้จะแกล้งเป็นน้องสาวและรอดไปได้…จะทิ้งผัวอย่างเขา ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!!
ขอฝากผลงานไทยนามปากกา กรแก้ว ด้วยนะคะ (เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ของนามปากกานี้ค่ะ) ดราม่านิด ๆ กุ๊กกิ๊กหน่อย ๆ อย่าลืมกดติดตามเอาไว้น้า จะได้ไม่พลาดอ่านฟรีก่อนติดเหรียญงั๊บ ขอบคุณค่ะ
ผลงานอื่น ๆ ของกรแก้วไว้ในอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ
บทนำ…ต้นหนาว
ฉันเคยสงสัยเหมือนกัน…ว่าคนเราจะเก็บความรู้สึกไว้ในใจได้มากมายสักแค่ไหนกัน เพราะอะไร ครอบครัวที่มีลูกฝาแฝดจึงให้ความรักลูกเท่ากันไม่ได้ เพราะเหตุใด…คนนึงถึงได้รับความรักมากมายจนเกินจนล้น ในขณะที่อีกคนกลับได้รับเพียงความเฉยชาและโดนมองข้ามซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะทำดีสักแค่ไหนก็ไม่เคยมีใครมองเห็นค่า หรือจะเป็นเพราะฉันร่างกายแข็งแรงและเกิดก่อนเพียงเสี้ยวนาที ทุกอย่างที่ฉันควรจะได้หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสองคนควรจะได้ด้วยกัน แบ่งกันคนละครึ่ง เพราะเราสองคนเป็นฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันเหมือนกันจนแทบไม่มีใครแยกออก กลับเป็นคนที่เกิดช้ากว่าและร่างกายอ่อนแอกว่าได้ไปครอบครอง หรือว่าความจริงแล้ว ฉันไม่ควรจะเกิดมา…ใช่ไหม?
บทที่ 1 ลูกอมวิเศษ1/2
“โอ๊ย…ฮือ ๆ” เสียงเด็กร้องไห้จ้าเรียกให้คนเป็นแม่ที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนบ้านอย่างออกรสวิ่งกระวีกระวาดมาดู
“ตายจริง!…ปลายฝนเจ็บตรงไหนลูก แม่ดูสิ อูย…หัวเข่าเลือดไหลเลย” เด็กหญิงตัวเล็กสองคนที่ใบหน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออก หกล้มขณะวิ่งเล่นกันที่สวนสาธารณะแถวบ้าน ทั้งคู่หกล้มเหมือนกัน นั่งอยู่เคียงข้างกัน…ต่างเพียงแค่ว่าคนหนึ่งร้องไห้และอีกคนไม่ร้องเท่านั้น…และคนที่ไม่ร้องนั้นคือเธอเอง…เด็กหญิงต้นหนาว ส่วนคนที่ร้องไห้จ้าและแม่รีบวิ่งเข้าไปประคบประหงมนั้นคือเด็กหญิงปลายฝน น้องสาวของเธอเอง…เราทั้งคู่เป็นฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน เกิดห่างกันเพียง 2 นาที
“ฮือ ๆ หนูเจ็บ”
“โอ๋…ลูกรักไม่ร้องนะ มา…ให้แม่อุ้ม ฮึ๊บ…ไปทำแผลที่บ้านกันนะคะ” ลำดวนผู้เป็นแม่พูดเสียงอ่อนเสียงหวานขณะอุ้มปลายฝนลูกสาวที่ร้องไห้จ้าแนบอก พร้อมตวัดสายตามองลูกสาวอีกคนหนึ่งสีหน้าดุดันจนเด็กหญิงที่นั่งบนพื้นตัวเกร็ง
“ต้นหนาว…เป็นพี่ทำไมไม่ดูแลน้องดี ๆ แกก็รู้ว่าน้องร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ดูสิน้องเลือดไหลเลย…ฉันจะพาน้องกลับไปใส่ยาที่บ้าน แกก็รีบลุกตามมาแล้วกัน” แม่ดุเธอเสร็จก็หันหลังก้าวฉับ ๆ จากไป
ต้นหนาวเหม่อมองแผ่นหลังของผู้เป็นแม่ที่เดินห่างออกไป ก่อนจะก้มมองมือตัวเองที่มีเลือดซึมตรงฝ่ามือเช่นกัน ในหัวเกิดคำถามมากมาย
หนูก็เลือดไหลเหมือนกันนินา ทำไมแม่…ไม่ดูแผลให้หนูบ้าง
เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองหาแม่อีกครั้งก็เห็นว่าแม่เดินเลี้ยวไปแล้ว ไม่หันกลับมามองเลยสักนิด…ต้นหนาวได้แต่ก้มมองบาดแผลตัวเองอีกครั้ง ที่มือก็มี…ที่ขากับเข่าก็มีแผลถลอกเลือดซึมเช่นกัน
จริงอยู่ว่าเธอเป็นแฝดคนพี่ แต่ก็แค่เกิดก่อนเพียงสองนาทีเท่านั้นเอง ที่สำคัญทั้ง ๆ ที่รีบวิ่งเข้าไปช่วยปลายฝนที่สะดุดหินล้มอย่างตั้งใจขนาดนั้นแล้วแท้ ๆ แต่จนใจที่ตัวยังเล็กเลยทำให้ล้มทั้งคู่ และเพราะรู้ว่าตัวเองร่างกายแข็งแรงกว่า ส่วนร่างกายน้องค่อนข้างอ่อนแอ เลยไม่อยากให้น้องเจ็บจึงพลิกให้น้องล้มทับแล้วตัวเองล้มลงมาเป็นเบาะให้ คิดมาถึงตรงนี้ จู่ ๆ น้ำตาก็เริ่มหยดแหมะ
หนูทำความดีไม่ใช่เหรอ? หนูดูแลน้องอยู่เหมือนกันนะ หรือแม่คิดว่าหนูไม่ร้องไห้เลยดูไม่เจ็บหรือเปล่า?
ความจริงแล้วมันเจ็บมากเลยนะ…เพียงแต่ทุกครั้งที่ร้องไห้ไม่เคยมีใครปลอบหนูเลยต่างหาก ดังนั้นจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้ แล้วก็กลายเป็นติดนิสัยไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น เพราะถ้าหากให้เทียบกันจริง ๆ ระหว่างตัวเองกับน้องตอนที่ร้องไห้ แน่นอนว่าคนที่ได้รับการปลอบโยนก็มีเพียงปลายฝนเท่านั้น ส่วนตนก็ทำได้เพียงหยุดร้องไห้ไปเอง เด็กสาวปาดน้ำตาออกจากแก้มลวก ๆ แผลที่ฝามือโดนน้ำตาจนแสบ ทว่ากลับไม่รู้สึกว่าแสบเลย เพราะหัวใจดวงน้อยของตัวเองรู้สึกเจ็บมากกว่า…
ทำไมล่ะ? เห็นชัดว่าเราสองคนเป็นฝาแฝด หน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออก ตนเองพยายามแต่งตัวเหมือนน้องทุกอย่าง ทั้งยังพยายามยืนข้าง ๆ น้องแล้วแท้ ๆ ทำไมแม่ถึงไม่เคยมองเห็นล่ะ…
ตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุ 9 ขวบในความทรงจำของเธอ คนที่ได้รับการโอบกอดจากแม่ก็มีเพียงปลายฝนเท่านั้น แม่จะมักพูดเสมอว่าปลายฝนร่างกายไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ตอนที่เกิด ตัวเธอร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เพราะแย่งอาหารน้องกินในท้อง เพราะฉะนั้นเธอต้องดูแลน้องให้ดี เป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง เราแข็งแรงกว่าน้อง…ห้ามแย่งของน้อง ของเล่นน้องก็ต้องได้เลือกก่อน ตักอุ่นของแม่ก็มีเพียงปลายฝนที่ได้นั่ง
เธอซึ่งได้แต่นั่งข้าง ๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่า…ตักของแม่จะอุ่นแค่ไหนนะ ปลายฝนได้นั่งแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ตักของแม่นุ่มมากหรือเปล่า และแน่นอนว่าเธอเองก็รอ…รอด้วยความหวังว่าจะมีสักวันไหมที่แม่จะอุ้มต้นหนาวไปนั่งตักของแม่บ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยได้นั่งเลย
เด็กน้อยก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่มีเสียง ปากเล็ก ๆ กัดริมฝีปากเอาไว้แน่นกลัวจะหลุดเสียงสะอื้นออกไป ยังนั่งอยู่ตรงที่เดิมไม่ขยับไปไหน
“ปลายฝน?” เสียงเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้นเหนือหัว ต้นหนาวช้อนสายตาขึ้นมองช้า ๆ ใบหน้าบิดเบ้เพราะพยายามกลั้นสะอื้น เด็กชายคนนั้นยืนหันหลังให้แสงเธอจึงยังเห็นหน้าเขาไม่ชัดจนกระทั่งเขานั่งลงมาในระดับเดียวกัน
“ปลายฝน…ร้องไห้อีกแล้วเหรอ? หกล้มใช่ไหม แผลเต็มเลย”
“…” เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้แล้วว่าเด็กชายคนนี้คือ พี่หมอก…พี่ชายของหนูเล็กเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันกับพวกเธอ ครอบครัวพี่หมอกก็อยู่ในระแวกหมู่บ้านเดียวกันกับเธอ เด็กสาวส่ายหน้าไปมาอยากจะบอกว่าเขาเรียกผิดคนแล้ว ทว่าปลายนิ้วของเขาที่ยื่นมาเช็ดน้ำตาให้ทำให้เธอถึงกับแข็งทื่อนั่งนิ่งไปเลย
“หยุดร้องเถอะนะ…เจ็บมากเหรอ เจ็บตรงไหนพี่ดูให้” เด็กชายกล่าว
“…” เด็กสาวอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตอบ เธอเจ็บมากจริง ๆ และพี่ชายข้างบ้านคนนี้เป็นคนแรกในชีวิตที่ถามคำถามนี้…เจ็บมากไหม เจ็บตรงไหน
“งั้นพี่เอาลูกอมให้…อ๊ะ อมลูกอมแล้วก็หายเจ็บ ปลายฝนไม่ร้องแล้วนะ” เด็กหญิงกินลูกอมรสหวานอมเปรี้ยวที่เขายื่นให้แต่โดยดี ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำจับจ้องใบหน้าพี่ชายข้างบ้านนิ่ง คำที่จะบอกว่าตัวเองไม่ใช่ปลายฝนติดอยู่ที่ปลายลิ้น…ถ้าหากบอกไปว่าตัวเองคือต้นหนาว “พี่หมอก” จะยังนั่งอยู่ตรงนี้ไหม จะยื่นลูกอมให้แล้วส่งยิ้มใจดีแบบนี้ให้เธอหรือเปล่า ขนาดพ่อกับแม่ยังไม่สนใจจะดูเลย ถ้างั้นตอนนี้…ต้นหนาวเป็นปลายฝนก็ได้…ขอแค่สักครั้ง อยากรู้ว่ามีใครสักคนคอยถามคอยห่วงมันจะรู้สึกยังไง ดังนั้น…ขอเป็นปลายฝนสักครั้ง คงไม่เป็นไรใช่ไหม?
บทที่ 2 ลูกอมวิเศษ 2/2
“อร่อยใช่ไหม? พี่บอกแล้ว…นิ่งซะนะ ไม่ต้องร้อง” พี่ชายข้างบ้านยิ้มอ่อนโยน พร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาเช็ดน้ำตาให้เด็กสาวอย่างเบามือ ก่อนจะยัดฝ้าเช็ดหน้าและกระปุกเก็บลูกอมเล็ก ๆ ยัดใส่มือน้อย ๆ ของเธอ “กินลูกอมของพี่แล้วต้องยิ้มให้พี่ด้วยนะ” ดวงตากลมดำขลับมองสบสายตาของเด็กชาย มุมปากเขามีรอยยิ้มอ่อนโยน เธอมองอยู่นานในที่สุด เด็กหญิงต้นหนาวก็ส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขาบ้าง
“ยิ้มแบบนี้สิน่ารัก ปลายฝนน่ารักมากครับ” พี่หมอกกล่าวพร้อมกับยื่นมือมาลูบศีรษะน้อย ๆ ของเธอ ต้นหนาวหลุบสายตามองกระปุกลูกอมและผ้าเช็ดหน้าในมือ เด็กน้อยกำสิ่งของในมือแน่น
“ขอบคุณค่ะ” เสียงเล็ก ๆ กระซิบบอก พร้อมกับขยับลุก แม้จะรู้สึกเจ็บแต่ก็เหมือนไม่เจ็บขนาดนั้นแล้ว
อาจเป็นเพราะ…ลูกอมในปากก็ได้
“พี่ไปส่งที่บ้านไหม เดินไหวหรือเปล่า?” เด็กสาวสั่นหัวไปมา โค้งตัวลงพร้อมกับกล่าวอีกครั้ง
“ขอบคุณมากนะคะ” เมื่อยืดตัวขึ้นตรง เด็กหญิงก็ยิ้มกว้างให้เขา แล้วหันหลังวิ่งกะเผลก ๆ ออกไป เด็กชายได้แต่มองตามหลังไปสุดสายตา…กำหมัดแน่น
“พี่หมอก…โมโหอะไรเหรอคะ?” หนูเล็ก หรือ นวินดา จิรอรรถธาดา น้องสาวของเด็กชายเดินเข้ามาหา เด็กหญิงเอื้อมไปกุมมือที่กำแน่นของพี่ชาย ขมวดคิ้วแน่น
“เขาไม่พูด…” เด็กชายเอ่ยออกมาในที่สุด
“อะไรนะคะ?” หนูเล็กยังคงงุนงง
“เขาไม่พูด…ว่าเขาไม่ใช่…ไม่ใช่คนที่พี่พูดถึง” พี่หมอก หรือ เด็กชายภาณุภัทร จิรอรรถธาดาเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนหายใจแรง ๆ เขาหันมามองน้องสาว วางมือบนศีรษะน้องสาว
“หนูเล็กงงไปหมดแล้ว พี่หมอกหมายความว่ายังไงค่ะ?”
“กลับบ้านกันค่ะ หนูเล็ก” เด็กชายจูงมือน้องสาวกลับบ้าน ในใจยังคงครุ่นคิดถึงใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีน้ำตานองหน้านั้นอย่างอดสงสารไม่ได้จริง ๆ เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น บ้านเขาและบ้านครอบครัวสองแฝดอยู่ไม่ไกลกันนัก อีกทั้งน้องสาวเขาก็เรียนห้องเดียวกันกับทั้งสอง เขาซึ่งโตกว่าน้องถึง 6 ปี จึงรู้จักเพื่อนน้องสาวเป็นอย่างดี สืบเนื่องมาจากน้องสาวชอบเล่าเรื่องสองแฝดให้ฟังเสมอ
ตอนแรกเขาแยกแยะไม่ออกหรอกว่าคนไหนเป็นคนไหน แต่พอสังเกตไปนาน ๆ เขาก็ดูออก แฝดคนพี่จะดูนิ่งเงียบไม่ค่อยยิ้ม ชอบมองสีหน้าผู้คน ชอบมองโน้นนี่ไปเรื่อย บางครั้งจะวาดรูปหรือเขียนอะไรยุกยิกในสมุดเล่มเล็กเสมอ ส่วนคนน้องคือความสดใสร่าเริง ไปไหนก็มีเสียงหัวเราะ มีรอยยิ้ม ทำให้ผู้คนที่พบเห็นเอ็นดู รวมถึงเสียงร้องไห้ ซึ่งคนน้องจะร้องไห้บ่อยมาก แต่คนพี่เขาไม่เคยเห็นน้ำตาเลยจริง ๆ จนวันนี้…
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความจริงแล้วเขาเห็นตั้งแต่ต้น แฝดคนพี่ตั้งใจจะไปช่วยน้อง ทว่าก็ยังโดนน้าลำดวนผู้เป็นแม่ดุด่าอยู่ดี เขาสังเกตอยู่นานจนกระทั่งเห็นน้ำตาหยดแหมะลงมานั้นแหละ จึงก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่าคนที่ร้องไห้คือ ต้นหนาว แฝดคนพี่ เขาคิดแบบเด็ก ๆ แกล้งทักผิดไปเพื่ออยากให้คนตัวเล็กแนะนำตัวกับเขา บอกเขาว่าชื่อต้นหนาว เขาจะได้แกล้งตำหนิตนเองให้ดูตลกที่ทักคนผิด
เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าตัวจะปิดปากเงียบ ดวงตากลมโตที่มองเขามีแววบอบช้ำอย่างมากแต่กระนั้นก็ไม่ยอมบอกชื่อจริงกับเขา เหมือนกับว่าหากเจ้าตัวบอกแล้วเขาจะไม่ยอมอยู่ตรงนี้พูดคุยด้วย และนั้นมันทำให้เขานึกเสียใจจริง ๆ ทำไมเขาไม่เรียกชื่อเธอนะ ถ้าหากเขาเรียกชื่อเธอออกไป ดวงตาดำขลับคู่นั้นจะมีประกายความสุขขึ้นไหม…รอยยิ้มที่ส่งมาให้เขาจะไปถึงดวงตาบ้างหรือเปล่า?