โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

แผนรักลวง...เธอผู้เดียว (อ่านฟรีก่อนติดเหรียญ)

นิยาย Dek-D

อัพเดต 24 พ.ย. 2566 เวลา 05.00 น. • เผยแพร่ 24 พ.ย. 2566 เวลา 05.00 น. • กรแก้ว
เขารู้เต็มอกว่าใครคือคนที่เขารักแสดงออกว่าทั้งรักทั้งหลงขนาดนี้เธอดันคิดว่าเขารักฝาแฝดของตน ในเมื่องัดทุกกลเม็ดรักที่มีเธอก็ยังไม่เข้าใจคงต้องงัดแผนเด็ดที่เกาะเสม็ดให้ดิ้นไม่หลุด กลับมาจับแต่งเลยละกัน

ข้อมูลเบื้องต้น

ปลายฝน อธิษฐ์โภคิน (ฝน) เกิดมาร่างกายค่อนข้างอ่อนแอจึงถูกประคบประหงมมาตลอดได้รักความรักแบบเต็มเปี่ยมจากทุกคน มีนิสัยร่าเริงยิ้มง่าย เป็นที่รักของทุกคนที่พบเห็น เดินไปไหนก็ราวกับมีแสงสว่างสาดส่องลงมาเสมอ อายุ 24 ปี อาชีพครูสอนศิลปะ

ต้นหนาว อธิษฐ์โภคิน (หนาว) เกิดมาร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ มีนิสัยเงียบ ๆ ไม่ค่อยมีปากเสียง มักยืนอยู่ข้างหลังน้องสาวเสมอ จนบางครั้งก็ถูกใคร ๆ มองข้ามเสมอ อายุ 24 ปี เป็นจิตรกรชื่อดังที่ไม่เปิดเผยตัวตน

ต้นหนาว กับ ปลายฝน ฝาแฝดสาวสวยที่มีนิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

ภานุภัทร จิรอรรถธาดา (หมอก) อายุ 30 ปี นักธุรกิจเจ้าของโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ เขาเป็นคนเดียวที่แยกสองแฝดได้ตั้งแต่เด็ก ๆ แรกเริ่มที่รู้จักเพราะสงสาร ทว่านานวันเข้า กลับละสายตาไม่ได้ แต่ทำยังไง สาวเจ้าก็ไม่รู้ตัว งานนี้เขาเลยต้องงัดทุกกลเม็ดที่ตนเองมี จับจองคนที่ตนหมายปองให้ได้

นวิดา จิรอรรถธาดา (หนูเล็ก) อายุ 24 ปี น้องสาวหมอก เป็นเพื่อนสนิทของสองแฝดแต่จะสนิทกับต้นหนาวมากกว่าเพราะเรียนมหาลัยเอกเดียวกัน และเป็นคนเดียวที่รู้ความในใจพี่ชาย คอยเชียร์อยู่ตลอด

คำโปรย…

“หาของนี่อยู่เหรอ?”

“อุ้ย!” ต้นหนาวสะดุ้งโหยง หันหลังขวับก็เห็นชายหนุ่มชูแผงยาคุมกำเนิดที่ตนกำลังค้นหาอยู่ “พี่หมอก”

“ทำไม…เรากลัวพี่ไม่รับผิดชอบหรือไง?”

“ปะ…เปล่านะคะ” ต้นหนาวส่ายหน้าปฏิเสธ ก้มหน้างุดไม่กล้าสบสายตาเขา สองมือบีบกันแน่น

“ถ้าอย่างนั้นเรากินทำไม?” เสียงดุเอ่ยอย่างคาดคั้น

“คะ…คือ” ต้นหนาวอึกอัก ทั้งไม่กล้าสบตา ทั้งไม่กล้าพูด…ก็จะให้เธอบอกได้ยังไง ว่าเธอไม่ใช่คนที่เขาคิด เธอคือต้นหนาว…ไม่ใช่ปลายฝนสักหน่อย และเธอคือคนชั่ว ที่ทำแบบนี้กับคนรักของน้องสาว

“ตอบพี่มา” ชายหนุ่มก้าวเข้ามาตรงหน้าหญิงสาว สองมือหนาบีบหัวไหล่บางแน่น “เงยหน้าขึ้นมา ตอบพี่!”

ทว่าต้นหนาวจะเอาความกล้าที่ไหนมาตอบ ต่อให้ตายเธอก็ไม่มีวันบอกความลับนี้กับเขาเด็ดขาด

ชายหนุ่มถอนหายใจ มองศีรษะของคนที่ตนเองทั้งรักทั้งหลงอย่างหงุดหงิด ก่อนจะโอบเข้ามาในอ้อมกอดของตน เขาไม่มีวันมองคนรักตนเองพลาดหรอก ตั้งแต่เด็ก ๆ เขาก็สามารถแยกฝาแฝดคู่นี้ได้แล้ว คนตรงหน้าเขาคือต้นหนาวอย่างไม่ต้องสงสัย เขาผิดที่ใช้วิธีรวบรัดเธอแบบนี้ แต่เขาก็ไม่รู้จะทำยังไง ให้แม่สาวขี้ขลาดคนนี้ยอมบอกว่าตนเองคือแฝดคนพี่สักที เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรต้องทำยังไง…ให้เธอยอมออกจากเงาน้องสาว ยอมเปิดเผยตัวตนกับเขาเสียที เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วแท้ ๆ เขาไม่มีทางยอมเด็ดขาด…อย่าหวังว่าครั้งนี้จะแกล้งเป็นน้องสาวและรอดไปได้…จะทิ้งผัวอย่างเขา ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!!

ขอฝากผลงานไทยนามปากกา กรแก้ว ด้วยนะคะ (เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 2 ของนามปากกานี้ค่ะ) ดราม่านิด ๆ กุ๊กกิ๊กหน่อย ๆ อย่าลืมกดติดตามเอาไว้น้า จะได้ไม่พลาดอ่านฟรีก่อนติดเหรียญงั๊บ ขอบคุณค่ะ

ผลงานอื่น ๆ ของกรแก้วไว้ในอ้อมใจทุกคนด้วยนะคะ

บทนำ…ต้นหนาว

ฉันเคยสงสัยเหมือนกัน…ว่าคนเราจะเก็บความรู้สึกไว้ในใจได้มากมายสักแค่ไหนกัน เพราะอะไร ครอบครัวที่มีลูกฝาแฝดจึงให้ความรักลูกเท่ากันไม่ได้ เพราะเหตุใด…คนนึงถึงได้รับความรักมากมายจนเกินจนล้น ในขณะที่อีกคนกลับได้รับเพียงความเฉยชาและโดนมองข้ามซ้ำ ๆ ไม่ว่าจะทำดีสักแค่ไหนก็ไม่เคยมีใครมองเห็นค่า หรือจะเป็นเพราะฉันร่างกายแข็งแรงและเกิดก่อนเพียงเสี้ยวนาที ทุกอย่างที่ฉันควรจะได้หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราสองคนควรจะได้ด้วยกัน แบ่งกันคนละครึ่ง เพราะเราสองคนเป็นฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกันเหมือนกันจนแทบไม่มีใครแยกออก กลับเป็นคนที่เกิดช้ากว่าและร่างกายอ่อนแอกว่าได้ไปครอบครอง หรือว่าความจริงแล้ว ฉันไม่ควรจะเกิดมา…ใช่ไหม?

บทที่ 1 ลูกอมวิเศษ1/2

“โอ๊ย…ฮือ ๆ” เสียงเด็กร้องไห้จ้าเรียกให้คนเป็นแม่ที่กำลังยืนคุยกับเพื่อนบ้านอย่างออกรสวิ่งกระวีกระวาดมาดู

“ตายจริง!…ปลายฝนเจ็บตรงไหนลูก แม่ดูสิ อูย…หัวเข่าเลือดไหลเลย” เด็กหญิงตัวเล็กสองคนที่ใบหน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออก หกล้มขณะวิ่งเล่นกันที่สวนสาธารณะแถวบ้าน ทั้งคู่หกล้มเหมือนกัน นั่งอยู่เคียงข้างกัน…ต่างเพียงแค่ว่าคนหนึ่งร้องไห้และอีกคนไม่ร้องเท่านั้น…และคนที่ไม่ร้องนั้นคือเธอเอง…เด็กหญิงต้นหนาว ส่วนคนที่ร้องไห้จ้าและแม่รีบวิ่งเข้าไปประคบประหงมนั้นคือเด็กหญิงปลายฝน น้องสาวของเธอเอง…เราทั้งคู่เป็นฝาแฝดที่เกิดจากไข่ใบเดียวกัน เกิดห่างกันเพียง 2 นาที

“ฮือ ๆ หนูเจ็บ”

“โอ๋…ลูกรักไม่ร้องนะ มา…ให้แม่อุ้ม ฮึ๊บ…ไปทำแผลที่บ้านกันนะคะ” ลำดวนผู้เป็นแม่พูดเสียงอ่อนเสียงหวานขณะอุ้มปลายฝนลูกสาวที่ร้องไห้จ้าแนบอก พร้อมตวัดสายตามองลูกสาวอีกคนหนึ่งสีหน้าดุดันจนเด็กหญิงที่นั่งบนพื้นตัวเกร็ง

“ต้นหนาว…เป็นพี่ทำไมไม่ดูแลน้องดี ๆ แกก็รู้ว่าน้องร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ดูสิน้องเลือดไหลเลย…ฉันจะพาน้องกลับไปใส่ยาที่บ้าน แกก็รีบลุกตามมาแล้วกัน” แม่ดุเธอเสร็จก็หันหลังก้าวฉับ ๆ จากไป

ต้นหนาวเหม่อมองแผ่นหลังของผู้เป็นแม่ที่เดินห่างออกไป ก่อนจะก้มมองมือตัวเองที่มีเลือดซึมตรงฝ่ามือเช่นกัน ในหัวเกิดคำถามมากมาย

หนูก็เลือดไหลเหมือนกันนินา ทำไมแม่…ไม่ดูแผลให้หนูบ้าง

เด็กน้อยเงยหน้าขึ้นมองหาแม่อีกครั้งก็เห็นว่าแม่เดินเลี้ยวไปแล้ว ไม่หันกลับมามองเลยสักนิด…ต้นหนาวได้แต่ก้มมองบาดแผลตัวเองอีกครั้ง ที่มือก็มี…ที่ขากับเข่าก็มีแผลถลอกเลือดซึมเช่นกัน

จริงอยู่ว่าเธอเป็นแฝดคนพี่ แต่ก็แค่เกิดก่อนเพียงสองนาทีเท่านั้นเอง ที่สำคัญทั้ง ๆ ที่รีบวิ่งเข้าไปช่วยปลายฝนที่สะดุดหินล้มอย่างตั้งใจขนาดนั้นแล้วแท้ ๆ แต่จนใจที่ตัวยังเล็กเลยทำให้ล้มทั้งคู่ และเพราะรู้ว่าตัวเองร่างกายแข็งแรงกว่า ส่วนร่างกายน้องค่อนข้างอ่อนแอ เลยไม่อยากให้น้องเจ็บจึงพลิกให้น้องล้มทับแล้วตัวเองล้มลงมาเป็นเบาะให้ คิดมาถึงตรงนี้ จู่ ๆ น้ำตาก็เริ่มหยดแหมะ

หนูทำความดีไม่ใช่เหรอ? หนูดูแลน้องอยู่เหมือนกันนะ หรือแม่คิดว่าหนูไม่ร้องไห้เลยดูไม่เจ็บหรือเปล่า?

ความจริงแล้วมันเจ็บมากเลยนะ…เพียงแต่ทุกครั้งที่ร้องไห้ไม่เคยมีใครปลอบหนูเลยต่างหาก ดังนั้นจึงทำได้เพียงกล้ำกลืนฝืนทนเอาไว้ แล้วก็กลายเป็นติดนิสัยไม่ยอมร้องไห้ต่อหน้าคนอื่น เพราะถ้าหากให้เทียบกันจริง ๆ ระหว่างตัวเองกับน้องตอนที่ร้องไห้ แน่นอนว่าคนที่ได้รับการปลอบโยนก็มีเพียงปลายฝนเท่านั้น ส่วนตนก็ทำได้เพียงหยุดร้องไห้ไปเอง เด็กสาวปาดน้ำตาออกจากแก้มลวก ๆ แผลที่ฝามือโดนน้ำตาจนแสบ ทว่ากลับไม่รู้สึกว่าแสบเลย เพราะหัวใจดวงน้อยของตัวเองรู้สึกเจ็บมากกว่า…

ทำไมล่ะ? เห็นชัดว่าเราสองคนเป็นฝาแฝด หน้าเหมือนกันจนแยกไม่ออก ตนเองพยายามแต่งตัวเหมือนน้องทุกอย่าง ทั้งยังพยายามยืนข้าง ๆ น้องแล้วแท้ ๆ ทำไมแม่ถึงไม่เคยมองเห็นล่ะ…

ตั้งแต่เกิดมาจนตอนนี้อายุ 9 ขวบในความทรงจำของเธอ คนที่ได้รับการโอบกอดจากแม่ก็มีเพียงปลายฝนเท่านั้น แม่จะมักพูดเสมอว่าปลายฝนร่างกายไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ตอนที่เกิด ตัวเธอร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์เพราะแย่งอาหารน้องกินในท้อง เพราะฉะนั้นเธอต้องดูแลน้องให้ดี เป็นพี่ต้องเสียสละให้น้อง เราแข็งแรงกว่าน้อง…ห้ามแย่งของน้อง ของเล่นน้องก็ต้องได้เลือกก่อน ตักอุ่นของแม่ก็มีเพียงปลายฝนที่ได้นั่ง

เธอซึ่งได้แต่นั่งข้าง ๆ ก็อดคิดไม่ได้ว่า…ตักของแม่จะอุ่นแค่ไหนนะ ปลายฝนได้นั่งแล้วรู้สึกยังไงบ้าง ตักของแม่นุ่มมากหรือเปล่า และแน่นอนว่าเธอเองก็รอ…รอด้วยความหวังว่าจะมีสักวันไหมที่แม่จะอุ้มต้นหนาวไปนั่งตักของแม่บ้าง แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่เคยได้นั่งเลย

เด็กน้อยก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลอาบแก้มโดยไม่มีเสียง ปากเล็ก ๆ กัดริมฝีปากเอาไว้แน่นกลัวจะหลุดเสียงสะอื้นออกไป ยังนั่งอยู่ตรงที่เดิมไม่ขยับไปไหน

“ปลายฝน?” เสียงเด็กชายคนหนึ่งดังขึ้นเหนือหัว ต้นหนาวช้อนสายตาขึ้นมองช้า ๆ ใบหน้าบิดเบ้เพราะพยายามกลั้นสะอื้น เด็กชายคนนั้นยืนหันหลังให้แสงเธอจึงยังเห็นหน้าเขาไม่ชัดจนกระทั่งเขานั่งลงมาในระดับเดียวกัน

“ปลายฝน…ร้องไห้อีกแล้วเหรอ? หกล้มใช่ไหม แผลเต็มเลย”

“…” เธอขมวดคิ้วเล็กน้อย รู้แล้วว่าเด็กชายคนนี้คือ พี่หมอก…พี่ชายของหนูเล็กเพื่อนที่เรียนห้องเดียวกันกับพวกเธอ ครอบครัวพี่หมอกก็อยู่ในระแวกหมู่บ้านเดียวกันกับเธอ เด็กสาวส่ายหน้าไปมาอยากจะบอกว่าเขาเรียกผิดคนแล้ว ทว่าปลายนิ้วของเขาที่ยื่นมาเช็ดน้ำตาให้ทำให้เธอถึงกับแข็งทื่อนั่งนิ่งไปเลย

“หยุดร้องเถอะนะ…เจ็บมากเหรอ เจ็บตรงไหนพี่ดูให้” เด็กชายกล่าว

“…” เด็กสาวอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าตอบ เธอเจ็บมากจริง ๆ และพี่ชายข้างบ้านคนนี้เป็นคนแรกในชีวิตที่ถามคำถามนี้…เจ็บมากไหม เจ็บตรงไหน

“งั้นพี่เอาลูกอมให้…อ๊ะ อมลูกอมแล้วก็หายเจ็บ ปลายฝนไม่ร้องแล้วนะ” เด็กหญิงกินลูกอมรสหวานอมเปรี้ยวที่เขายื่นให้แต่โดยดี ดวงตากลมโตฉ่ำน้ำจับจ้องใบหน้าพี่ชายข้างบ้านนิ่ง คำที่จะบอกว่าตัวเองไม่ใช่ปลายฝนติดอยู่ที่ปลายลิ้น…ถ้าหากบอกไปว่าตัวเองคือต้นหนาว “พี่หมอก” จะยังนั่งอยู่ตรงนี้ไหม จะยื่นลูกอมให้แล้วส่งยิ้มใจดีแบบนี้ให้เธอหรือเปล่า ขนาดพ่อกับแม่ยังไม่สนใจจะดูเลย ถ้างั้นตอนนี้…ต้นหนาวเป็นปลายฝนก็ได้…ขอแค่สักครั้ง อยากรู้ว่ามีใครสักคนคอยถามคอยห่วงมันจะรู้สึกยังไง ดังนั้น…ขอเป็นปลายฝนสักครั้ง คงไม่เป็นไรใช่ไหม?

บทที่ 2 ลูกอมวิเศษ 2/2

“อร่อยใช่ไหม? พี่บอกแล้ว…นิ่งซะนะ ไม่ต้องร้อง” พี่ชายข้างบ้านยิ้มอ่อนโยน พร้อมหยิบผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋าออกมาเช็ดน้ำตาให้เด็กสาวอย่างเบามือ ก่อนจะยัดฝ้าเช็ดหน้าและกระปุกเก็บลูกอมเล็ก ๆ ยัดใส่มือน้อย ๆ ของเธอ “กินลูกอมของพี่แล้วต้องยิ้มให้พี่ด้วยนะ” ดวงตากลมดำขลับมองสบสายตาของเด็กชาย มุมปากเขามีรอยยิ้มอ่อนโยน เธอมองอยู่นานในที่สุด เด็กหญิงต้นหนาวก็ส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขาบ้าง

“ยิ้มแบบนี้สิน่ารัก ปลายฝนน่ารักมากครับ” พี่หมอกกล่าวพร้อมกับยื่นมือมาลูบศีรษะน้อย ๆ ของเธอ ต้นหนาวหลุบสายตามองกระปุกลูกอมและผ้าเช็ดหน้าในมือ เด็กน้อยกำสิ่งของในมือแน่น

“ขอบคุณค่ะ” เสียงเล็ก ๆ กระซิบบอก พร้อมกับขยับลุก แม้จะรู้สึกเจ็บแต่ก็เหมือนไม่เจ็บขนาดนั้นแล้ว

อาจเป็นเพราะ…ลูกอมในปากก็ได้

“พี่ไปส่งที่บ้านไหม เดินไหวหรือเปล่า?” เด็กสาวสั่นหัวไปมา โค้งตัวลงพร้อมกับกล่าวอีกครั้ง

“ขอบคุณมากนะคะ” เมื่อยืดตัวขึ้นตรง เด็กหญิงก็ยิ้มกว้างให้เขา แล้วหันหลังวิ่งกะเผลก ๆ ออกไป เด็กชายได้แต่มองตามหลังไปสุดสายตา…กำหมัดแน่น

“พี่หมอก…โมโหอะไรเหรอคะ?” หนูเล็ก หรือ นวินดา จิรอรรถธาดา น้องสาวของเด็กชายเดินเข้ามาหา เด็กหญิงเอื้อมไปกุมมือที่กำแน่นของพี่ชาย ขมวดคิ้วแน่น

“เขาไม่พูด…” เด็กชายเอ่ยออกมาในที่สุด

“อะไรนะคะ?” หนูเล็กยังคงงุนงง

“เขาไม่พูด…ว่าเขาไม่ใช่…ไม่ใช่คนที่พี่พูดถึง” พี่หมอก หรือ เด็กชายภาณุภัทร จิรอรรถธาดาเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนหายใจแรง ๆ เขาหันมามองน้องสาว วางมือบนศีรษะน้องสาว

“หนูเล็กงงไปหมดแล้ว พี่หมอกหมายความว่ายังไงค่ะ?”

“กลับบ้านกันค่ะ หนูเล็ก” เด็กชายจูงมือน้องสาวกลับบ้าน ในใจยังคงครุ่นคิดถึงใบหน้าเล็ก ๆ ที่มีน้ำตานองหน้านั้นอย่างอดสงสารไม่ได้จริง ๆ เขาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดตั้งแต่ต้น บ้านเขาและบ้านครอบครัวสองแฝดอยู่ไม่ไกลกันนัก อีกทั้งน้องสาวเขาก็เรียนห้องเดียวกันกับทั้งสอง เขาซึ่งโตกว่าน้องถึง 6 ปี จึงรู้จักเพื่อนน้องสาวเป็นอย่างดี สืบเนื่องมาจากน้องสาวชอบเล่าเรื่องสองแฝดให้ฟังเสมอ

ตอนแรกเขาแยกแยะไม่ออกหรอกว่าคนไหนเป็นคนไหน แต่พอสังเกตไปนาน ๆ เขาก็ดูออก แฝดคนพี่จะดูนิ่งเงียบไม่ค่อยยิ้ม ชอบมองสีหน้าผู้คน ชอบมองโน้นนี่ไปเรื่อย บางครั้งจะวาดรูปหรือเขียนอะไรยุกยิกในสมุดเล่มเล็กเสมอ ส่วนคนน้องคือความสดใสร่าเริง ไปไหนก็มีเสียงหัวเราะ มีรอยยิ้ม ทำให้ผู้คนที่พบเห็นเอ็นดู รวมถึงเสียงร้องไห้ ซึ่งคนน้องจะร้องไห้บ่อยมาก แต่คนพี่เขาไม่เคยเห็นน้ำตาเลยจริง ๆ จนวันนี้…

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นความจริงแล้วเขาเห็นตั้งแต่ต้น แฝดคนพี่ตั้งใจจะไปช่วยน้อง ทว่าก็ยังโดนน้าลำดวนผู้เป็นแม่ดุด่าอยู่ดี เขาสังเกตอยู่นานจนกระทั่งเห็นน้ำตาหยดแหมะลงมานั้นแหละ จึงก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างห้ามตัวเองไม่อยู่ ความจริงเขารู้อยู่แล้วว่าคนที่ร้องไห้คือ ต้นหนาว แฝดคนพี่ เขาคิดแบบเด็ก ๆ แกล้งทักผิดไปเพื่ออยากให้คนตัวเล็กแนะนำตัวกับเขา บอกเขาว่าชื่อต้นหนาว เขาจะได้แกล้งตำหนิตนเองให้ดูตลกที่ทักคนผิด

เขาไม่คิดเลยว่าเจ้าตัวจะปิดปากเงียบ ดวงตากลมโตที่มองเขามีแววบอบช้ำอย่างมากแต่กระนั้นก็ไม่ยอมบอกชื่อจริงกับเขา เหมือนกับว่าหากเจ้าตัวบอกแล้วเขาจะไม่ยอมอยู่ตรงนี้พูดคุยด้วย และนั้นมันทำให้เขานึกเสียใจจริง ๆ ทำไมเขาไม่เรียกชื่อเธอนะ ถ้าหากเขาเรียกชื่อเธอออกไป ดวงตาดำขลับคู่นั้นจะมีประกายความสุขขึ้นไหม…รอยยิ้มที่ส่งมาให้เขาจะไปถึงดวงตาบ้างหรือเปล่า?

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...