โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สถานทูตฯ ญี่ปุ่น เจโทร และซีพี จัดงาน Rock Thailand ต่อเนื่องครั้งที่ 5 ส่งเสริมสตาร์ทอัปญี่ปุ่น จับมือ “บริษัทชั้นนำไทย” ขับเคลื่อนธุรกิจ

BT Beartai

อัพเดต 07 พ.ย. 2566 เวลา 14.24 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2566 เวลา 09.20 น.
สถานทูตฯ ญี่ปุ่น เจโทร และซีพี จัดงาน Rock Thailand ต่อเนื่องครั้งที่ 5 ส่งเสริมสตาร์ทอัปญี่ปุ่น จับมือ “บริษัทชั้นนำไทย” ขับเคลื่อนธุรกิจ

เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย กระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม (The Ministry of Economy, Trade and Industry: METI) ประเทศญี่ปุ่น องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (Japan External Trade Organization: JETRO Bangkok) และกลุ่มทรู จัดงาน Rock Thailand ครั้งที่ 5 เปิดโอกาสให้นักธุรกิจสตาร์ทอัพระดับแถวหน้าจากญี่ปุ่นได้มานำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีและแผนธุรกิจต่อบริษัทชั้นนำและพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศไทย (CVCs / VCs / Corporate Innovations) ภายใต้แนวคิด “Empowering Growth in Asean” มีเป้าหมายเพื่อสร้างความร่วมมือแบบ co-creation ส่งเสริมเศรษฐกิจใหม่ระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทย

พร้อมทั้งร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีแห่งมิตรภาพอาเซียน-ญี่ปุ่น โดยในปีนี้มีสตาร์ทอัพ 10 บริษัทมานำเสนอแผนธุรกิจเน้นไปที่กรีนเทคโนโลยีและดิจิทัล ด้านไบโอเทคโนโลยี และนวัตกรรมลดคาร์บอนต่อบริษัทร่วมทุนเพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคอาเซียนให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ นายนิชิมูระ ยาสึโตชิ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น เป็นประธานกล่าวเปิดงาน พร้อมด้วยนายนาชิดะ คาซูยะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย นายคุโรดะ จุนอิชิโร ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร กรุงเทพฯ) นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ พร้อมทั้งผู้บริหารเครือซีพีและบริษัทในเครือฯ รวมไปถึงผู้บริหารจากบริษัทชั้นนำของไทยและพันธมิตรทางธุรกิจเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง อาทิ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป จำกัด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เป็นต้น ณ ทรู ดิจิทัล พาร์ค กรุงเทพฯ

ฯพณฯ นายนิชิมูระ ยาสึโตชิ รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรม ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า ประเทศไทยเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจที่สำคัญกับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานและแข็งแกร่ง ซึ่งงาน Rock Thailand ถือเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ในการสร้างเศรษฐกิจระหว่างประเทศญี่ปุ่นและประเทศไทยผ่านความ

ร่วมมือกับเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการนำเทคสตาร์ทอัพของญี่ปุ่นมานำเสนอแผนธุรกิจและนวัตกรรมเทคโนโลยีที่ช่วยแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมต่อบริษัทชั้นนำของไทย โดยจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 2562 และในปีนี้ถือเป็นการจัดงานต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 5 ซึ่งปัจจุบันมีบริษัทสตาร์ทอัพจากญี่ปุ่น เช่น Umitron, Liberaware และ Neural Group ได้เข้ามาร่วมทำงานกับบริษัทในเครือซีพีเพื่อนำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์ข้อมูลที่ได้รับจากดาวเทียม โดรน และเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในสถานที่ต่าง ๆ ในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ปศุสัตว์ และการขนส่ง และยังมี Sagri สตาร์ทอัพในการทำเทคโนโลยีมาใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลในภาคเกษตรกรรมที่กำลังอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทในเครือซีพี

นอกจากนี้ยังมีสตาร์ทอัพที่ได้รับโอกาสจากงาน Rock Thailand ที่ผ่านมาอย่าง Regional Fish และ Zero Board ได้เข้ามาเป็นพันธมิตรกับบริษัทชั้นนำในไทย และการจัดงานครั้งนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสให้เทคสตาร์ทอัพ 10 บริษัทได้มาร่วมนำเสนอนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านดิจิทัล AI ไบโอเทคโนโลยีและนวัตกรรมลดคาร์บอนแก่บริษัทชั้นนำของไทย ซึ่งทางเมติพร้อมร่วมมือสนับสนุนอย่างเต็มที่ และได้มีการส่งเสริมการขยายธุรกิจในต่างประเทศของสตาร์ทอัพญี่ปุ่นผ่านมาตรการต่างๆ เช่น สนับสนุนงบประมาณ 2.5 หมื่นล้านบาทในการวิจัยและพัฒนา Deep Tech รวมทั้งทุ่มงบอีก 5 พันล้านบาทเพื่อรองรับการขยายการลงทุนในต่างประเทศโดยความร่วมมือกับบริษัทร่วมลงทุน (Venture Capital – VC)

“ผมเชื่อมั่นว่าหากภาครัฐและเอกชนของญี่ปุ่นและไทยร่วมมือกันผ่านช่องทางต่างๆ เราจะสามารถร่วมสร้างเทคโนโลยีนวัตกรรมที่มีส่วนร่วมในการแก้ปัญหาความท้าทายทางสังคม ไม่เพียงแค่แก้ปัญหาในระดับอาเซียนเท่านั้น แต่ยังรวมถึงระดับโลกด้วย เราจะพยายามอย่างเต็มที่และพร้อมสร้างความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับทุกประเทศแถบภูมิภาคอาเซียนในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างยั่งยืน” รัฐมนตรีกระทรวงเมติ กล่าว

ด้านนายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวว่า การจัดงาน Rock Thailand เป็นความร่วมมือครั้งสำคัญทางธุรกิจด้านเทคสตาร์ทอัพระหว่างญี่ปุ่นและไทยจะเป็นประโยชน์กับทั้งสองประเทศในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางเทคโนโลยีที่จะทำให้รับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมได้อย่างเท่าทัน เพราะตอนนี้โลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในหลายด้าน การทำธุรกิจให้เติบโตจะต้องคิดไปพร้อมกับความยั่งยืน และต้องปรับโมเดลธุรกิจไปสู่ภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจยุคใหม่ด้วยการปรับองค์กรสู่ความเป็น Tech Company และมีการลงทุนในธุรกิจใหม่ New S-Curve ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเครือซีพีได้ขยายธุรกิจด้วยการเพิ่มการลงทุนด้านธุรกิจพลังงานสะอาด พลังงานหมุนเวียน (Renewable Energy) พร้อมทั้งทำงานร่วมกับสตาร์ทอัพในการพัฒนาเทคโนโลยีให้สอดรับกับความท้าทายในโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นการส่งเสริมเทคสตาร์ทอัพในไทยและอาเซียนต้องให้ความสำคัญด้วยการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ พร้อมทั้งมีการลงทุนใน Deep Tech

เพื่อพัฒนาธุรกิจสีเขียวในอาเซียน ซึ่งหากได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนที่เหมาะสมจะสามารถดึงดูดให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในสตาร์ทอัพแถบอาเซียนช่วยให้เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจภูมิภาคที่แข็งแกร่งมากขึ้น

“ความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างญี่ปุ่นและไทยแบบ co-creation ในงาน Rock Thailand ครั้งนี้เป็นหัวใจสำคัญในการสนับสนุนเสริมพลังสตาร์ทอัพให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ผ่านการส่งเสริมด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมให้สามารถรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ตลอดจนเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับสตาร์ทอัพของไทยและอาเซียนในการทำธุรกิจเพื่อสร้างโลกให้ยั่งยืนอีกด้วย” ซีอีโอเครือซีพี กล่าว

Mr. Okishio Shogo Business Development for overseas จาก Towing Inc 1 ในบริษัทสตาร์ทอัพเปิดเผยว่า ยินดีอย่างยิ่งที่ได้รับคัดเลือกให้เข้าร่วมนำเสนอแผนธุรกิจ Rock Thailand ครั้งที่ 5 โดยมองว่านอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้กับสตาร์ทอัพได้เจอกับผู้ร่วมทุนแล้วนั้น เทคโนโลยีที่เป็นนวัตกรรมด้านความยั่งยืนเหล่านี้จะเป็นประโยชน์กับโลกต่อไป และหวังว่าเทคโนโลยีที่ทางบริษัทคิดค้น คือ สูตรการทำปุ๋ย โดยการผสมจุลินทรีย์ ไบโอชาร์ และปุ๋ยอินทรีย์รวมกัน ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตให้กับเกษตรกร และนำไปสู่ carbon credit ได้นั้น จะนำไปสู่ความยั่งยืนได้

Mr.Tiago Ramalho Co-Founder & CEO จาก Recursive Inc. อีกตัวแทนจากบริษัทสตาร์ทอัพ กล่าวว่า Rock Thailand ครั้งที่ 5 คือโอกาสสำคัญที่ทั้งสตาร์ทอัพจากญี่ปุ่นและบริษัทร่วมทุนไทยจะได้ร่วมกันขับเคลื่อนความยั่งยืนของโลกด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านดิจิทัล AI แบบ Deep Tech อาทิ เทคโนโลยีของบริษัทที่มุ่งใช้ AI ในการแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาสังคมที่เกิดขึ้น โดย AI solutions ของบริษัทจะช่วยทำให้เกิด sustainability ได้โดยเฉพาะ ด้าน health care, การค้าปลีก และการเกษตร โดยใช้ Regenerative AI platform

งาน ‘Rock THAILAND’ เป็นหนึ่งในกิจกรรมความร่วมมือระหว่างรัฐบาลญี่ปุ่นและเครือเจริญโภคภัณฑ์ ภายใต้โครงการ Open Innovation Columbus (OIC) ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในปีนี้มีสตาร์ทอัพรุ่นใหม่จากญี่ปุ่นรวม 10 บริษัทที่มานำเสนอแผนธุรกิจ (Pitching) และเทคโนโลยีนวัตกรรมสายกรีน ประกอบด้วย 1. ExtraBold Inc. สตาร์ทอัพที่เน้นเทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) และกำลังวิจัยสร้าง 3D สำหรับหุ่นยนต์ รวมไปถึงริเริ่ม “Green Creative” สนับสนุนการรีไซเคิลที่เปลี่ยนจากปิโตรเลียมเป็นเรซิ่นและพลาสติกชีวภาพ 2. CADDI Co., Ltd. ผู้ที่นำโซลูชันเทคโนโลยีคลาวด์เซอร์วิสมาใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการข้อมูลในอุตสาหกรรมการผลิต 3. Recursive Inc. สตาร์ทอัพที่พัฒนานวัตกรรมด้วยการนำ AI มาแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับความยั่งยืน การเพิ่มผลผลิตและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4. Quwak Inc. สตาร์ทอัพที่พัฒนาแพลตฟอร์ม Digital ID (Digital Identity) พิสูจน์

และยืนยันตัวตนโดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความปลอดภัย และสามารถระบุและยืนยันตัวตนได้อย่างแม่นยำ 5. Spiber Ltd. สตาร์ทอัพด้านไบโอเทคโนโลยีที่ผลิตโปรตีนชีวภาพ Brewed Protein ด้วยกระบวนการหมักโดยจุลินทรีย์ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม และช่วยลดการพึ่งพาปิโตรเลียมแบบดั้งเดิม

6. Thermalytica Inc. สตาร์ทอัพด้าน CleanTech เน้นเทคโนโลยีพลังงานสะอาดลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยได้รับการจดสิทธิบัตร TIISA® และนำไปใช้ในหลายธุรกิจใหม่อย่างรถยนต์ EV และอาคารประหยัดพลังงาน 7. TOWING Inc. สตาร์ทอัพสาย Agritech พัฒนานวัตกรรมสารปรับปรุงดินที่ชื่อ SORATAN ช่วยป้องกันโรคและดักจับคาร์บอน 8.Plant Life Systems Co. Ltd. พัฒนาเทคโนโลยีในการเพาะปลูกด้วยการนำแบบจำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของชีววิทยาโมเลกุลพืชมาปรับใช้หาเทคนิคการปลูกพืชในพื้นที่ๆไม่เหมาะกับการปลูกให้ทำการเกษตรได้ 9.KAICO LTD. สตาร์ทอัพที่พัฒนาและผลิตโปรตีนพิเศษจากหนอนไหมเพื่อใช้ในทางการแพทย์สำหรับการผลิตยาและวัคซีน และ 10. Bacchus Bio innovation Co.,Ltd. สตาร์ทอัพที่ส่งเสริมเศรษฐกิจชีวภาพด้วยการใช้ไบโอเทคโนโลยีและดิจิทัลมาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...