โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

6 เหตุผลควรดู One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ ก่อนขึ้นรถร่วมออกเดินทางกลับไปหา ‘แฟนเก่า’ 10 ก.พ. นี้

THE STANDARD

อัพเดต 22 ม.ค. 2565 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2565 เวลา 11.38 น. • thestandard.co
6 เหตุผลควรดู One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ ก่อนขึ้นรถร่วมออกเดินทางกลับไปหา ‘แฟนเก่า’ 10 ก.พ. นี้

“มึงไม่คิดจะทำค็อกเทลแฟนเก่าให้ตัวเองแ_กบ้างเหรอ”

“ไอ้เ_ย ถ้ามึงนั่งรอกูทำนี่มึงนั่งรอถึงเช้าเลยนะ เผลอๆ เหล้าที่นี่แม่งไม่พอด้วย” 

 

“กูขอให้มึงแ_กแก้วที่สำคัญที่สุดของมึง” 

 

One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอเพิ่งปล่อยตัวอย่างภาพยนตร์ออกไปได้ไม่นาน ซึ่งก็เชื่อว่าหลังจากได้ชมมู้ดแอนด์โทน รวมไปถึงเมสเสจแรกของหนัง ที่ถ่ายทอดความคิดถึง ‘แฟนเก่าส์’ ผ่าน ‘เรื่องเหล้า’ ความรัก มิตรภาพ และการเดินทาง ตอนนี้หลายคนน่าจะกำลังตั้งตารอคอยการเข้าฉายในโรงภาพยนตร์วันแรก 10 กุมภาพันธ์นี้ 

 

THE STANDARD POP รวบรวม ‘เหตุผล’ก่อนที่เราจะได้ร่วมออกเดินทางกลับไปหาแฟนเก่าของ ‘บอส’ และ ‘อู๊ด’ สองตัวละครหลักของเรื่องในอีกราว 2 สัปดาห์ข้างหน้า ไม่ว่าคุณจะเคยมีหรือไม่มีแฟนเก่าก็ตามที  

 

One for the Road
One for the Road
One for the Road

 

ผลงานจากการร่วมมือของผู้กำกับร้อยล้านและผู้กำกับระดับตำนาน

One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอเป็นภาพยนตร์ขนาดยาวเรื่องที่ 3 ของ บาส-นัฐวุฒิ พูนพิริยะ ผู้กำกับที่เคยสร้างปรากฏการณ์โกงสุดหวือหวาทั้งในไทยและระดับโลกจาก ฉลาดเกมส์โกง(2560) เครดิตสำคัญที่สร้างโอกาสและความท้าทายใหม่ๆ มาตลอดนับตั้งแต่หนังเปิดตัวฉาย 

 

โดยครั้งนี้เขากลับมาพร้อมเรื่องราวที่ลึกซึ้งมากขึ้น เป็นส่วนตัวมากขึ้น หลังจากได้ตกผลึกเรื่องราวชีวิตของตัวเองมาพักใหญ่ ผ่านการทำงานร่วมกับผู้กำกับระดับปรมาจารย์ หว่องกาไว (Days of Being Wild, Chungking Express, In the Mood for Love) ที่รับหน้าที่โปรดิวเซอร์ดูแลการผลิตอย่างใกล้ชิด 

 

ร่วมด้วยทีมเขียนบทระดับพระกาฬอย่าง ไก่-ณฐพล บุญประกอบ (ผู้กำกับ 2,215 เชื่อ บ้า กล้า ก้าว), โรส-พวงสร้อย อักษรสว่าง (ผู้กำกับ นคร-สวรรค์), อู๊ด-นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์ (ครีเอทีฟไดเรกเตอร์และผู้ก่อตั้งเอเจนซี iSM ร่วมกับบาส), ณัฏฐ์ษา จิตรชัยธีร์กุล และกำกับภาพโดย แอ้น-ภาเกล้า จิระอังกูรกุล ที่เคยฝากมุมกล้องเฉียบคมจากหนังเรื่อง Bad Genius ฉลาดเกมส์โกงมาแล้ว 

 

บาสยังได้เล่าให้เราฟังในงานแถลงข่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้จะผสมผสานความเป็นบาสและหว่องกาไวไว้อย่างลงตัว เพราะในขณะที่ภาพยนตร์ของเขามีเสน่ห์อยู่ตรงเส้นเรื่องที่แข็งแรงและพล็อตที่หวือหวา แต่ภาพยนตร์ของหว่องกาไวให้ความสำคัญกับบรรยากาศและมวลความรู้สึกที่ถ่ายทอดไปถึงใจผู้ชม เมื่อมาผสมผสานกันแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเล่าเรื่องอย่างไม่ธรรมดา และอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกที่ทำให้ทุกคนอิ่มเอม ตื้นตันใจ จนต้องเดินซับน้ำตาออกจากโรงภาพยนตร์อย่างแน่นอน

 

One for the Road

 

‘หนังว่าด้วยความน่ายินดีของการมีชีวิต’ ภาพยนตร์ที่คว้ารางวัลจาก Sundance Film Festival 2021 

ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะมีกำหนดฉายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย บาสได้นำผลงานลำดับที่ 3 ของเขาไปฉายรอบเวิลด์พรีเมียร์ ณ เทศกาลภาพยนตร์ระดับโลกอย่าง Sundance Film Festival 2021 เมื่อช่วงมกราคมปีที่ผ่านมา และสามารถคว้ารางวัล World Dramatic Special Jury Award ในสาขา Creative Vision มาได้

 

ถือเป็นภาพยนตร์ที่กำกับโดยคนไทยเรื่องแรกที่สามารถเก็บรางวัลจาก Sundance มาครองได้ รวมทั้งภาพยนตร์เรื่องนี้ยังได้รับคำวิจารณ์ในเชิงบวกจำนวนมากจากการฉายรอบเวิลด์พรีเมียร์ในครั้งนั้น

 

“Wholly original” (แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร) – Film Updates

 

“A road trip to remember” (การเดินทางที่น่าจดจำ) – Film Inquiry

 

“A-Knock out” (กระแทกใจแบบเต็มๆ) – Deadline

 

“A celebration of life that’s also incredibly emotional” (หนังว่าด้วยความน่ายินดีของการมีชีวิต ที่ซาบซึ้งเกินคาด) – Payorwait.com

 

แม้นี่จะเป็นเพียงคำวิจารณ์ส่วนหนึ่ง แต่ก็คงช่วยยืนยันความพิเศษและความคุ้มค่าที่รอคอยอยู่ในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้

 

One for the Road
One for the Road

 

‘เพราะใครๆ ก็เคยมีแฟนเก่า’ พล็อตเรื่องที่จะพาคุณดำดิ่งไปค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่หลงลืมไปแล้ว

“กูอยากไปเจอแฟนเก่าส์” 

 

คำขอของอู๊ด (ไอซ์ซึ-ณัฐรัตน์ นพรัตยาภรณ์) ตัวละครที่กำลังป่วยเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย และตัวอย่างของภาพยนตร์ความยาวเพียง 2 นาที 40 วินาที ก็ทำให้รู้ได้ในทันทีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้กำลังเล่าถึงความสัมพันธ์ในรูปแบบไหน

 

แม้ภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องแฟนเก่าจะเคยมีมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องของ ‘แฟนเก่าส์’ ต่อให้เล่าสักกี่ครั้งก็ยังคงเป็นเรื่องที่ทำงานกับความรู้สึก และเป็นความทรงจำที่สุขปนเศร้าของใครหลายคนเสมอ

 

ในขณะเดียวกันเราก็เชื่อว่า One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอจะเล่าเรื่องราวของแฟนเก่าออกมาในรสชาติที่แตกต่าง ด้วยลีลาการเล่าที่เป็นเอกลักษณ์ของบาสและหว่องกาไว ที่จะนำทั้งตัวละครและคนดูออกเดินทางกลับไปค้นหาเศษเสี้ยวความทรงจำที่อาจหลงลืมไปพร้อมๆ กัน

 

แต่สุดท้ายไม่ว่าจะมีหรือไม่มีแฟนเก่า (หรือมีแล้วไม่อยากนึกถึงก็ตาม) ผู้ชมก็ยังสามารถอิ่มเอมใจไปกับเรื่องราวความรัก มิตรภาพ และความหวังในการมีชีวิตที่ภาพยนตร์เรื่องนี้พยายามสื่อสารได้อยู่ดี

 

One for the Road

 

ฝีมือการแสดงและเคมีระหว่างกันที่น่าจับตามอง

เรื่องราวของ One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอดำเนินไปด้วยการเดินทางของสองเพื่อนซี้อย่างบอสและอู๊ดเป็นหลัก ดังนั้นทั้ง ต่อ-ธนภพ ลีรัตนขจร และไอซ์ซึ จึงต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพื่อให้ผู้ชมเชื่อว่าพวกเขาคือเพื่อนรักที่รู้จักกันมาเป็นสิบปีจริงๆ แต่หลังจากได้ชมตัวเองอย่างของภาพยนตร์เรื่องนี้จบ ก็ทำให้เราเชื่อได้จริงๆ ว่านี่คือบอสและอู๊ดที่กำลังจะออกเดินทางด้วยกันในช่วงสุดท้ายของชีวิต

 

แม้แต่ตัวผู้กำกับอย่างบาสเองยังถึงกับออกปากชมว่า ทั้งต่อและไอซ์ซึมีเคมีระหว่างกันอย่างน่าประหลาดใจ เพราะแม้จะเพิ่งร่วมงานกันได้ไม่นาน แต่ทุกครั้งที่กำลังต่อบทหรืออยู่ระหว่างการถ่ายทำ แค่คำพูดไม่กี่ประโยคก็ทำให้เชื่อได้ว่าพวกเขาเป็นเพื่อนรักกันจริงๆ โดยไม่ต้องมีบทสนทนามากมาย

 

นอกจากเคมีของสองนักแสดงนำแล้ว นักแสดงหลักคนอื่นๆ ที่มารับบทเป็นบรรดาแฟนเก่าในเรื่อง อย่าง วี-วิโอเลต วอเทียร์, ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, พลอย หอวัง และ นุ่น-ศิรพันธ์ วัฒนจินดา ก็ได้พิสูจน์ฝีมือการแสดงมาแล้วหลายต่อหลายเรื่อง และบาสยังการันตีว่าภาพยนตร์เรื่องนี้จะทำให้ได้เห็นมิติใหม่ทางการแสดงของพวกเขาที่แตกต่างไปจากเดิม

 

One for the Road

 

เพียงแค่ได้ยินคำพูดไม่กี่ประโยคในเวลา 2 นาที 40 วินาทีของตัวอย่าง ก็ทำให้เราเชื่อได้ทันทีว่า One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอจะทำให้เราได้เห็นฝีมือการแสดงที่ทรงพลังและไดอะล็อกที่กระแทกใจผู้ชมอย่างแน่นอน

 

One for the Road

 

นักแสดงทุ่มสุดตัวเพื่อ One for the Road เวอร์ชันที่ดีที่สุด

ในภาพยนตร์เรื่องนี้ นอกจากความเข้มข้นของเรื่องราวที่จะถูกถ่ายทอดออกมาแล้ว การรับบทบาทที่แปลกใหม่ไปจากเดิมก็ถือเป็นอีกหนึ่งความท้าทายของเหล่านักแสดงเช่นกัน ต่อและวีที่รับบทเป็นบาร์เทนเดอร์ ต้องไปเรียนรู้การชงค็อกเทลอย่างจริงจังอยู่ร่วมเดือน ในขณะที่ไอซ์ซึเองก็จำเป็นจะต้องเตรียมร่างกายและจิตใจอย่างหนักเพื่อให้เข้าถึงบทบาทของตัวละครอู๊ด ซึ่งเป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย ด้วยการลดน้ำหนักไปกว่า 14 กิโลกรัมในเวลาเพียงแค่ 2 เดือน

 

นอกจากการทำการบ้านกับคาแรกเตอร์ของตัวละคร การถ่ายทำก็ถือเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ของภาพยนตร์เรื่องนี้ เนื่องจากมีหลายฉากที่ต้องถ่ายทำในสภาพอากาศที่หนาวและมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง ทำให้ทั้งนักแสดงและทีมงานต้องทุ่มสุดตัว

 

เหตุการณ์หนึ่งที่เรามีโอกาสได้ฟังจากปากนักแสดงในงานแถลงข่าวเมื่อวานนี้ (21 มกราคม) ยิ่งทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าติดตามมากกว่าเดิม โดยที่ต่อและไอซ์ซึได้เล่าถึงการถ่ายทำฉากในสถานีรถไฟใต้ดินของเมืองนิวยอร์กว่า พวกเขาจำเป็นจะต้องสอบข้อเขียนและสอบภาคปฏิบัติเกี่ยวกับความปลอดภัยในสถานีก่อนเริ่มการถ่ายทำ

 

ต่อยังเสริมถึงความโหดหินว่าเขาต้องท่องจำให้ได้ทั้งหมดว่าภายในสถานีมีจุดพักกี่จุด รางรถไฟตรงไหนที่สามารถเดินได้ หรือรางไหนที่มีไฟฟ้าแรงสูง ไปจนถึงต้องจำตารางเวลารถไฟที่วิ่งเข้า-ออกสถานี เพื่อให้การถ่ายทำเป็นไปอย่างปลอดภัยและรัดกุมมากที่สุด

 

One for the Road
One for the Road

 

งานภาพและดนตรีประกอบที่เสริมเรื่องราวให้ทรงพลังมากกว่าเดิม

คลิกฟังเพลง Nobody knowsเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ’น่าจะยิ่งช่วยเพิ่มอรรถรสขณะอ่านบทความได้ดียิ่งขึ้น: 

 

 

แค่ตัวอย่างของภาพยนตร์ที่ปล่อยออกมาเมื่อ 2 วันก่อน หลายคนก็พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอจะเป็นภาพยนตร์ที่มีงานภาพสวยที่สุดเรื่องหนึ่ง เพราะนอกจากสถานที่ต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ถูกคัดสรรมาอย่างดี การเลือกใช้มู้ดแอนด์โทนแสงสีในทุกๆ เฟรม ก็ได้ถูกจัดวางมาอย่างดีจนทำให้ผู้ชมดำดิ่งไปกับภาพที่เห็น

 

นอกจากงานภาพแล้ว เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่องนี้ยังผ่านการคิด วางแผน และทำงานอย่างหนัก จนได้ออกมาเป็น Nobody knowsจากฝีมือการทำเพลงของ แสตมป์-อภิวัชร์ เอื้อถาวรสุข ร่วมกับ คริสโตเฟอร์ จู นักร้องนำ Pop Etcวงดนตรีอินดี้ร็อก จากเบิร์กลีย์ แคลิฟอร์เนีย 

 

แสตมป์ได้รับสารตั้งต้นของเพลงนี้มาจากบาสว่า หากเขาสามารถบอกบางอย่างกับเธอคนนั้นของตัวเองได้ บาสคงอยากพูดว่า “ขอบคุณ ขอโทษ ขอให้คุณโชคดี” และหลังจากใช้เวลาทำงานอย่างหนัก แสตมป์ก็สามารถสร้างสรรค์ซาวด์แทร็กที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งเศร้า สุข มีความหวัง ไม่ต่างกับความรู้สึกของบอสและอู๊ดที่กำลังออกเดินทางในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

 

แค่ได้ฟังพร้อมกับชมงานภาพสวยๆ และไดอะล็อกสุดกระแทกใจในตัวอย่างภาพยนตร์ไม่กี่นาทีก็ทำเอาน้ำตาคลอได้ไม่ยาก ถ้าได้ดูภาพยนตร์เรื่องนี้เต็มๆ Nobody knowsคงกลายเป็นเพลงที่ใครหลายคนเก็บเข้าเย์พลลิสต์เพลงโปรดแน่นอน

 

One for the Road

 

เชื่อว่าตอนนี้ทุกคนคงพร้อมออกเดินทางไปกับทุกความสัมพันธ์ใน One for the Road วันสุดท้าย..ก่อนบายเธอ และใช้เวลาย้อนสำรวจความทรงจำไปพร้อมๆ กับอู๊ดและบอสได้ตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้

 

รับชมตัวอย่างได้ที่นี่

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...