โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มีหนี้….อ่านที่นี่!! มัดรวม 3 ช่องทางให้คำปรึกษา-แก้ปัญหาหนี้สินจาก ‘แบงก์ชาติ’

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 เม.ย. 2567 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 30 เม.ย. 2567 เวลา 00.33 น. • The Bangkok Insight

"ธนาคารแห่งประเทศไทย" มัดรวม 3 ช่องทางเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้แก้ปัญหาหนี้สิน ในสถานการณ์ที่ต่างกัน ทั้งคลินิกแก้หนี้ ทางด่วนแก้หนี้ และหมอหนี้เพื่อประชาชน

ถ้าเลือกได้คงไม่มีใครอยากเป็นหนี้ แต่ในบางช่วงของชีวิตเราทุกคนก็อาจมีความจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่าย ต่อสายป่านธุรกิจ หรือใช้ในกรณีฉุกเฉิน ถ้าโชคดีไม่มีเหตุมาซ้ำเติมก็คงชำระหนี้ได้จนหมด แต่ถ้าไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามกำหนด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้จัดให้มีช่องทางร้องเรียน ปรึกษาปัญหาหนี้ และช่วยหาทางเจรจากับเจ้าหนี้ เพื่อให้ลูกหนี้ได้แก้ไขและพร้อมเริ่มต้นใหม่อย่างยั่งยืน

แก้ปัญหาหนี้

ทั้ง 3 ช่องทางที่ ธปท. จัดไว้เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ในสถานการณ์ที่ต่างกัน ทั้งคลินิกแก้หนี้ ทางด่วนแก้หนี้ และหมอหนี้เพื่อประชาชนนั้น เหมาะกับประชาชนและธุรกิจที่มีความต้องการแตกต่างกันอย่างไร

แก้ปัญหาหนี้

มีหนี้เสีย มาเคลียร์ที่ "คลินิกแก้หนี้"

"คลินิกแก้หนี้" ตั้งขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยที่มีหนี้เสียบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ให้สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้ด้วยเงื่อนไขผ่อนปรนพิเศษ

คลินิกแก้หนี้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 เพื่อให้เป็นโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในการช่วยเหลือประชาชนให้พ้นจากปัญหาหนี้ ภายใต้ความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ ชมรมธุรกิจบัตรเครดิต ชมรมสินเชื่อส่วนบุคคล และผู้ให้บริการ 33 แห่ง (ธนาคารพาณิชย์ 12 แห่ง non-bank 20 แห่ง และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 1 แห่ง) โดยมีบริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท หรือ SAM เป็นหน่วยงานกลางในการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ระหว่างเจ้าหนี้ที่ร่วมโครงการและลูกหนี้แบบเบ็ดเสร็จในที่เดียว

เงื่อนไขสำคัญของการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ผ่านช่องทางคลินิกแก้หนี้ คือ ผ่อนเฉพาะเงินต้น โดยมีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 3–5% ต่อปี (ขึ้นอยู่กับระยะเวลาผ่อน) กำหนดระยะเวลาผ่อนสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ที่สำคัญจะยกดอกเบี้ยค้างเดิมก่อนเข้าโครงการให้ หากลูกหนี้ปฏิบัติได้ตามสัญญา

ลูกหนี้ที่มีหนี้เสียค้างชำระมากกว่า 120 วัน ยอดหนี้คงค้างรวมไม่เกิน 2 ล้านบาท สามารถสมัครเข้าคลินิกแก้หนี้ทางออนไลน์ คลิกที่นี่

แก้ปัญหาหนี้

ตัวช่วยประสานงาน "ทางด่วนแก้หนี้"

"ทางด่วนแก้หนี้" เป็นช่องทางเสริมออนไลน์สำหรับลูกหนี้ที่ต้องการแก้ไขหนี้หรือปรับปรุงโครงสร้างหนี้ แต่ไม่สามารถติดต่อสถาบันการเงินได้ หรือติดต่อแล้วแต่ไม่สามารถตกลงกันได้

ช่องทางนี้ ธปท. ตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2563 ในช่วงที่มีการระบาดของโควิด 19 เพื่อเป็นตัวสนับสนุนให้ลูกหนี้และเจ้าหนี้สามารถเจรจากันจนได้ข้อสรุป และแนวทางช่วยเหลือ

สำหรับลูกหนี้ที่อยากปรับปรุงโครงสร้างหนี้ สามารถยื่นคำขอผ่านมาที่ “ทางด่วนแก้หนี้” โดย ธปท. จะรวบรวมคำขอส่งไปยังผู้ให้บริการให้ติดต่อลูกหนี้เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือ ก่อนที่จะแจ้งผลให้ลูกหนี้ทราบต่อไป โดยอาจเป็นไปได้หลายรูปแบบ เช่น ขยายระยะเวลาการชำระหนี้ ปรับค่างวดชำระเป็นแบบขั้นบันได หรือเปลี่ยนสินเชื่อหมุนเวียนเป็นแบบมีระยะเวลา ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ประวัติการผ่อนชำระ รายได้ ความเดือดร้อนในปัจจุบัน และความตั้งใจในการชำระหนี้

ลูกหนี้รายย่อยและลูกหนี้ธุรกิจ (ทุกประเภทสินเชื่อ และทุกสถานการณ์ชำระหนี้) สามารถยื่นคำขอและติดตามผลการพิจารณาทางออนไลน์ คลิกที่นี่

แก้ปัญหาหนี้

เมื่อหนี้มีปัญหา ปรึกษา "หมอหนี้เพื่อประชาชน"

"หมอหนี้เพื่อประชาชน" เป็นบริการที่ช่วยเหลือลูกหนี้ที่ต้องการคำปรึกษาเรื่องการแก้ปัญหาหนี้ โดยเฉพาะคนที่ไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นแก้หนี้อย่างไรดี หรือต้องเตรียมข้อมูลอะไรบ้าง หรือจะเจรจากับเจ้าหนี้อย่างไรให้สำเร็จ

ธปท. ได้จัดทีมงานหมอหนี้ขึ้นมาตั้งแต่ปี 2564 โดยเป็นศูนย์รวมของผู้เชี่ยวชาญทั้งจากภายใน ธปท. และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ที่จะให้คำปรึกษาแก่ลูกหนี้รายย่อยและลูกหนี้ธุรกิจเกี่ยวกับการแก้หนี้ ตลอดจนให้ความรู้ทางการเงิน กฎหมาย และหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง โดยลูกหนี้สามารถเข้ามาลงทะเบียนและกรอกข้อมูลรายได้ ค่าใช้จ่าย ภาระหนี้ เพื่อให้หมอหนี้ติดต่อกลับทางโทรศัพท์ เพื่อช่วยวิเคราะห์สถานะหนี้และความสามารถในการชำระหนี้ และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมตัวเจรจากับเจ้าหนี้ ตลอดจนแนะนำมาตรการของ ธปท. และสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ลูกหนี้ที่สนใจรับคำปรึกษา สามารถลงทะเบียนทางออนไลน์ คลิกที่นี่

แก้ปัญหาหนี้

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...