โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

เปิดประวัติ 'Goyard' แบรนด์หรูที่ไม่ทำโฆษณา แต่อยู่มาได้กว่า 200 ปี

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 18 มี.ค. เวลา 19.28 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. เวลา 06.11 น.

ในขณะที่หลายๆ แบรนด์ต่างพากันออกแคมเปญใหม่ๆ มีดาราดังเป็นพรีเซนเตอร์ และทำสินค้าแมสๆ แบบตะโกนเพื่อให้เป็นกระแสไวรัล แต่ Goyard (โกยาร์ด) แบรนด์หรูจากฝรั่งเศส กลับเลือกที่จะไม่โฆษณาตัวเอง ไม่จ้างดีไซเนอร์ ไม่มีพรีเซ็นเตอร์ชื่อดัง รวมถึงการให้สัมภาษณ์สื่อก็น้อยมากเช่นกัน

แล้ว Goyard มีความพิเศษอะไร ถึงอยู่มาได้เป็นร้อยๆ ปี โดยไม่ต้องพึ่งโฆษณาเลย

ในตอนแรกแบรนด์ไม่ได้ใช้ชื่อว่า Goyard แต่ชื่อว่า "House of Martin" ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1792 โดย ปิแอร์ ฟรองซัวส์ มาร์ติน (Pierre-François Martin) ในช่วงต้นศตวรรษที่ 19 ซึ่งถือได้ว่าเป็นยุคทองของการผลิตหีบ เนื่องจากผู้คนเริ่มออกเดินทางไกลกันมากขึ้น เหล่าชนชั้นสูงทั้งหลายจึงมีความต้องการหีบคุณภาพดีในการขนย้ายสิ่งของต่างๆ

เครดิตภาพ : goyard.com

ด้วยความเชี่ยวชาญและเน้นคุณภาพสูงได้ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ และได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ชนชั้นสูงของฝรั่งเศส แม้แต่ ราชวงศ์โรมานอฟของรัสเซีย หรือราชวงศ์วินเซอร์ของอังกฤษ ก็ล้วนเป็นหนึ่งในลูกค้าของแบรนด์

ในปี ค.ศ.1834 House of Martin ได้ย้ายที่ตั้งร้านมาอยู่ที่ 347, rue Saint-Honoré ด้วยนโยบายการเปลี่ยนตัวเลขถนนในปีนั้น ทำให้ได้ที่อยู่ของร้านใหม่คือ 233, rue Saint-Honoré และหน้าร้านยังคงเปิดทำการอยู่ที่เดิมในปัจจุบัน

เครดิตภาพ : FB Maison Goyard

จุดเริ่มต้นแบรนด์ "Goyard"

เมื่อกิจการเริ่มขยับขยาย มาร์ติน ผู้ที่ไม่ได้แต่งงานและไม่มีลูก แต่มีบุตรสาวบุญธรรม ชื่อว่า พอลลีน มูแทต (Pauline Moutat) ซึ่งเขาให้เธอแต่งงานกับ หลุยส์-อองรี โมเรล (Louis-Henri Morel) พนักงานของเขา และมอบธุรกิจของเขาเป็นสินสอด

หลังจากนั้น แบรนด์ก็ส่งต่อสู่ผู้สืบทอดคนใหม่ ซึ่งก็คือ "ฟรองซัวส์ โกยาร์" (François Goyard) ซึ่งเข้ามาเป็นเด็กฝึกงานในวัย 17 ปี และรับช่วงต่อกิจการหลังการเสียชีวิตของโมเรล โดยเขาได้เปลี่ยนชื่อ แบรนด์ House of Martin เป็น GOYARD ในปีค.ศ. 1853

เครดิตภาพ : FB Maison Goyard

พร้อมกับย่างก้าวของกิจการในชื่อแบรนด์ใหม่ ภายใต้การบริหารของ โกยาร์ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงที่ถือเป็นการปฏิวัติวงการผลิตหีบเลยก็ว่าได้ โดยได้เปลี่ยนวัสดุเดิมที่เป็นหนังแท้ ซึ่งเป็นรอยและมีกลิ่นอับง่าย มาเป็นผ้าใบที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งทำจากวัสดุผ้าเคลือบผสมผ้าลินินและผ้าฝ้าย มีน้ำหนักเบา ทนทาน กันน้ำ และมีความคล้ายหนังแท้มาก

จุดเด่นที่สำคัญคือ สัญลักษณ์ตัว Y เรียกว่า "Goyardine" ที่มีการเพ้นต์อยู่ทั่วทั้งผืนผ้าใบ ลักษณะคล้ายรูปท่อนซุง ซึ่งสะท้อนถึงอาชีพดั้งเดิมของตระกูล ที่ทำอาชีพขนส่งฟืนจากป่า โดยการลอยฟืนมาตามน้ำ

เครดิตภาพ : FB Maison Goyard

เมื่อก่อน แบรนด์จะใช้วิธีการค่อยๆ เพ้นท์ด้วยมือทีละจุดลงบนเครื่องหนัง ถึงแม้ว่าในปัจจุบัน Goyard จะไม่ได้ใช้การวาดมือลงบนสินค้าทุกชิ้นแล้ว แต่หากลูกค้าต้องการ ก็สามารถสั่งทำเป็นพิเศษได้

เครดิตภาพ : FB Maison Goyard

ในปีค.ศ.1998 แบรนด์ Goyard ได้เปลี่ยนมือเจ้าของอีกครั้งเมื่อ ฌอง มิเชล ซิกญอลส์ (Jean-Michel Signoles) นักธุรกิจเจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าเด็ก Chipie และนักสะสมหีบ Goyard ตัวยงก็ได้ซื้อกิจการไป และได้ปรับเปลี่ยนรายละเอียดเพียงเล็กๆ น้อยๆ เช่น การเพิ่ม สีสันใหม่ๆ นอกจากโทนดำน้ำตาลแบบเดิม ให้น่าใช้มากขึ้น เช่น สีแดง, สีส้ม, สีเหลือง, สีเขียว, สีฟ้า, สีกรม, สีเทา, สีขาว, สีเบอร์กันดี และสีชมพู ซึ่งเป็น limited edition

ภายในหนึ่งทศวรรษ เขาได้ฟื้นฟู Goyard ให้กลับมารุ่งโรจน์อีกครั้ง โดยไม่สนใจกลยุทธ์ทางการตลาดหรือการผลิตสินค้าแบบแมสจำนวนมาก และได้สถาปนา Goyard ขึ้นมาใหม่อย่างมั่นคง สง่างาม และพิเศษเหนือกาลเวลาอย่างที่เคยเป็นมา

เครดิตภาพ : FB Maison Goyard

ปัจจุบัน Goyard มีสินค้า 4 ประเภท ได้แก่ กระเป๋าเดินทาง, กระเป๋าและเครื่องประดับสำหรับผู้ชายและผู้หญิง, สินค้าที่ลูกค้าสั่งทำพิเศษ, และสินค้าสำหรับสัตว์เลี้ยงตั้งแต่ปลอกคอ, สายจูง ,ชามอาหาร และภาชนะต่าง ๆ

Goyard จำกัดให้ลูกค้า 1 คน สามารถซื้อสินค้าค้าได้ไม่เกิน 3 ชิ้นต่อปีเท่านั้น และไม่มีการขายออนไลน์ด้วย ส่วนเรื่องของสาขา ตอนนี้ทั้งโลกมีช็อป Goyard อยู่แค่ 30 กว่าสาขา แล้วก็ยังไม่มีช็อปทางการในประเทศไทย

เครดิตภาพ : FB Maison Goyard

จากเคส Goyard ถือเป็นข้อพิสูจน์ได้ว่า สินค้าที่ดี ก็อาจจะไม่จำเป็นต้องโฆษณาเสมอไป เพราะถ้าดีจริง คนก็จะบอกต่อปากต่อปากและเข้ามาซื้อเอง

ฉะนั้นการอยู่อย่างเงียบๆ ทำให้แบรนด์ดูหรูหราและมีเสน่ห์เข้าถึงได้ยาก โลโก้ลวดลายก็เรียบๆ ไม่ตะโกน คนที่รู้จริงจะดูออก การได้เป็นเจ้าของมีสินค้ามาครอบครองจึงทำให้ยิ่งรู้สึกพิเศษได้ไม่น้อย

ดังคำกล่าวของ Edmond ลูกชายของ Goyard อดีตผู้บริหารของแบรนด์ที่ว่า

"..ความหรูหรา สง่างามคือความฝัน แต่การเปิดเผยเรื่องราวภายในมากเกินไป ก็เหมือนเป็นการทำลายมนต์ขลังนั้น"

อ้างอิง : goyard (1) , goyard (2) , vogue uk , groundcontrolth

0 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0
reaction icon 0