โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้สาเหตุแล้ว ทำไมสถานที่คนอยู่รวมกันแออัด ทำให้ติดไวรัสโควิดได้ง่าย

The Bangkok Insight

อัพเดต 28 เม.ย. 2567 เวลา 04.47 น. • เผยแพร่ 28 เม.ย. 2567 เวลา 04.47 น. • The Bangkok Insight

"ดร.อนันต์" เผยผลวิจัยพบปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศ ส่งผลให้ไวรัสโควิด อยู่ในอากาศได้นานขึ้น อธิบายสาเหตุการติดเชื้อมากขึ้นในที่แออัด

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana ระบุว่า

ไวรัสโควิด

งานวิจัยที่เพิ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications โดยทีมวิจัยจาก University of Bistrol ระบุว่า ปริมาณของคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในอากาศสามารถช่วยทำให้ไวรัสบางชนิดโดยเฉพาะไวรัสโรคโควิด SARS-CoV-2 คงสภาวะพร้อมติดเชื้อในอากาศได้นานขึ้น

ในสภาวะปกติไวรัสที่กระจายอยู่ในอากาศจะอยู่ในละอองฝอยขนาดต่างๆกันตั้งแต่ เล็กถึงเล็กมากๆ สภาวะในละอองฝอยจะเป็นเบส หรือ alkaline เล็กน้อย ซึ่งโดยธรรมชาติไวรัสไม่ค่อยชอบสภาวะแบบนี้ ไวรัสอยู่ได้ไม่นานก็จะเสียสภาพ ติดเซลล์ต่อไม่ดี

งานวิจัยชิ้นนี้ระบุว่าปริมาณของ CO2 ในอากาศจะมีส่วนสำคัญที่ช่วยให้สภาวะเป็นเบสดังกล่าวเปลี่ยนแปลงไป โดย CO2 จะเพิ่มความเป็นกรดให้ละอองฝอยในอากาศ ซึ่งจะทำให้ไวรัสอยู่ในอากาศได้นานขึ้น

ปริมาณ CO2 จะเพิ่มขึ้นอากาศในกรณีที่การระบายของอากาศไม่ดี และ ในสภาวะที่มีผู้คนอยู่ด้วยกันแออัด เพราะเราหายใจเอา CO2 ออกมาสะสมกันเยอะ ซึ่งอาจจะอธิบายเหตุผลว่าทำไมโควิดถึงติดง่ายในสภาวะดังกล่าว

ทีมวิจัยยังมองในภาพกว้างขึ้นว่า ในอนาคตถ้าปริมาณของ CO2 ในบรรยากาศมีสูงขึ้นจากปัจจัยการเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม อาจจะส่งผลถึงความสามารถของไวรัสที่แพร่กระจายในอากาศที่สูงขึ้นตามไปด้วย

ข้อมูลจากงานวิจัยนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมการแพร่เชื้อไวรัสในอากาศได้ เช่น การเพิ่มการระบายของอากาศจากภายนอกเข้ามาทดแทน แต่ไม่ใช่แค่หมุนเวียนกันภายในเป็นต้น

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...