3 โบรกฯ คาดแนวโน้มหุ้นไทยภาคบ่าย แนะกลยุทธ์การลงทุน
#ทันหุ้น-บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า การเจรจาการค้าเข้าข่ายลำบากมากขึ้น หลังจีนประกาศเตือนประเทศต่าง ๆ ไม่ให้ทำข้อตกลงทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ ซึ่งจะสร้างความเสียหายต่อผลประโยชน์ของจีน และหากประเทศใดเลือกการเจรจากับสหรัฐฯ จีนก็จะดำเนินมาตรการตอบโต้อย่างเด็ดขาด
-ไทยเสี่ยง Technical Recession หรือไม่ ตามดู หากจีดีพี ไตรมาส 1/68 ที่จะประกาศ 19 พ.ค. นี้ออกมาน้อยกว่าจีดีพี ไตรมาส 4/67 ที่ 3.2%YoY โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าจีดีพี ไตรมาส 1/68 GDP จะขยายตัว 3.0%YoY และห่วงที่จีดีพี ไตรมาส 2/68 หากชะลอต่อเนื่อง จากผลพวงการส่งออกที่ชะลอตามนโยบายทรัมป์เศรษฐกิจไทยจะสุ่มเสี่ยงต่อภาวะ Technical Recession
-สมาคมผู้ค้าปลีกไทย จี้รัฐปลุกท่องเที่ยว ยกเว้น Vat ภายหลังสงครามการค้า สินค้าจีนโอเวอร์ซัพพลายกลับเข้าไทย กระทบต่อ SMEs ค้าปลีก โดยเสนอ Instant tax refund เว้น Vat 7% ให้นักท่องเที่ยวช้อป 3,000 บาทขึ้นไป หนุนภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์เขตปลอดภาษีสินค้าไลฟ์สไตล์ หวังเม็ดเงินสะพัดระดับแสนล้าน ดันไทยชอปปิงพาราไดซ์ กลุ่มท่องเที่ยว ค้าปลีก ทรงดีทางเทคนิค เห็นรอบ Sentiment บวกเช่นหุ้น CPN, CENTEL, CPALL และ CPAXT
-ดัชนีหุ้นไทยแตะโลว์ 1,127 จุด ฟื้นได้ดี แต่ต้องระวังแรงเหวี่ยงลงต่อ หากยังไม่กลับมายืนอย่างน้อย 1,140 จุด จะมี Gap ที่เสี่ยงปิดที่ระดับ 1,094-1,123 จุด แม้ว่า MACD>Signal Line และ Historical >0 แต่ Momentum ลดลง หากไม่ปิด Gap สนิท จะมีโอกาสรอฟื้น Inverse Head & Shoulders รายสัปดาห์ Low ณ Fibonacci Fan 38.2% ณ 1,060 จุด เสร็จสิ้นทำฐานขา c และเริ่มรอบปรับขึ้นของคลื่น 1 เมื่อดัชนียืนแนวต้าน 1,200 จุดเท่านั้น
บล.เอเอสแอล ระบุว่าตลาดหุ้นช่วงเช้าแกว่งตัวในกรอบแคบ ซึ่งตลาดหุ้นไทยยังไร้ปัจจัยบวกหนุนตลาด ด้านปัจจัยต่างประเทศยังคงมีแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีความกังวลเกี่ยวกับความเป็นอิสระของเฟด จากการถูกกดดันให้ลดดอกเบี้ยจากประธานาธิบดีทรัมป์ ด้านปัจจัยในประเทศ มีรายงานว่าสหรัฐขอเลื่อนการเจรจาการค้ากับไทย จากเดิมวันที่ 23 เม.ย. ซึ่งมองว่าประเด็นดังกล่าวจะยังคง overhang ตลาดต่อไป
ด้าน ส.อ.ท. รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรม เดือน มี.ค. 2568 อยู่ที่ระดับ 91.8 ลดลงจากเดือน ก.พ. 2568 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 93.4 ซึ่งเป็นผลจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อก
กลยุทธ์การลงทุนดัชนีแกว่งตัวออกด้านข้าง ระหว่างวันให้เน้นยืนที่แนวรับ 1,130/1,118 จุด ไม่ควรต่ำกว่า ส่วนแนวต้านที่ 1,143/1,155 จุดตามลำดับ
บล.โกลเบล็ก ระบุว่าดัชนียังแกว่งตัวในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยมีแรงขายหลักในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ หลังประกาศงบเรียบร้อยแล้ว ส่วนแรงซื้อในหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ เป็นตัวพยุงตลาด ซึ่งช่วงบ่ายดัชนีมีแนวรับที่ 1,125 จุด ส่วนแนวต้าน 1,140 จุด
ขณะที่ภาวะตลาดหุ้นภาคเช้าดัชนีเคลื่อนไหวผันผวน โดยมีแรงกดดันจาก Fund Flow นักลงทุนต่างชาติที่ไหลออกอย่างต่อเนื่อง มีแรงขายกดดันนำโดยหุ้นกลุ่มธนาคาร และพลังงาน ขณะที่มีแรงซื้อนำโดยหุ้นกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ และขนส่ง เป็นปัจจัยช่วยพยุงดัชนี ส่งผลให้ดัชนีพักเที่ยงปิดตลาดที่ 1,134.65 จุด ลบ 0.06 จุด หรือ 0.01% มูลค่าการซื้อขาย 17,818.04 ล้านบาท