โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดผลสุ่มตรวจ 'เหล็ก' โครงสร้างอาคาร สตง.ที่พังถล่ม บางส่วนไม่ได้มาตรฐาน

JS100

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 22.58 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 22.38 น. • JS100:จส.100
เปิดผลสุ่มตรวจ 'เหล็ก' โครงสร้างอาคาร สตง.ที่พังถล่ม บางส่วนไม่ได้มาตรฐาน

ผลการตรวจสอบตัวอย่างเหล็กของตึก สตง. ที่ถล่ม เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 จำนวน 28 ท่อน 7 ไซส์ว่าเป็นไปตามคุณภาพมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) หรือไม่ น.ส.ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ หัวหน้าคณะทำงานรมว.อุตสาหกรรม พบว่ามีจำนวนเหล็ก 13 ท่อน 2 ไซส์ที่ไม่ได้มาตรฐานคือ ไซส์ 20 มิลลิเมตร และ 32 มิลลิเมตร ซึ่งทั้ง 2 ไซส์มาจากบริษัทเดียวกัน ซึ่งเป็นบริษัทเหล็กแห่งหนึ่ง ที่สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้สั่งปิดไปในช่วงเดือนธ.ค. 67 เนื่องจากจำหน่ายเหล็กไม่เป็นไปตามมาตรฐาน แต่ตัวอย่างเหล็กที่เหลือส่วนใหญ่ผ่านมาตรฐานทั้งทางเคมีและทางกลมีจำนวน 15 ท่อน 5 ไซส์

โดยยอมรับว่ามีเหล็กบางรายการตกเกรด เช่น มีมวลต่อเมตรที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งหมายถึงน้ำหนักเหล็กหายไป เรียกว่าเหล็กเบา อย่างไรก็ดี เหล็กที่ไม่ได้มาตรฐาน หากนำไปใช้งานก่อสร้างจะมีความเสี่ยงมากขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าอาคารจะพัง เพราะการเกิดเหตุตึกถล่มจะมีหลายปัจจัยทั้งโครงสร้าง การออกแบบ และอื่นๆ มาประกอบด้วย

อย่างไรก็ดี เหล็กที่เรานำมาตรวจสอบ เป็นเพียงการสุ่มตรวจเข้ามา หลังจากนี้ทางสมอ.จะกลับไปนำตัวอย่างเข้ามาตรวจสอบเพิ่มเติม เพื่อให้มีหลักฐานเพียงพอ ซึ่งเวลาเราตรวจสอบ เราไม่ได้เฉพาะเจาะจงบริษัทใด บริษัทหนึ่งเท่านั้น เป็นการสุ่มตรวจจากซากตึกที่ถล่ม ส่วนเหล็กที่ไม่ผ่านมาตรฐานการตรวจสอบครั้งนี้ จะไปดูว่า เป็นเหล็กที่ผลิตระหว่างที่เราสั่งปิดหรือไม่ อย่างไร เพราะเราสั่งปิดไปประมาณ 4 เดือน แต่ดูจากเหล็กน่าจะประมาณ 5 เดือน ก็ต้องตรวจสอบเชิงลึกกันอีกครั้ง หากพบว่ามีการลักลอบนำเหล็กไม่ได้มาตรฐานออกมาใช้ ก็จะโดนดำเนินคดีต่อไป

แม้จะไม่สามารถบอกได้ทั้งหมดว่าเหล็กตัวไหนที่ไม่ผ่านมาตรฐาน เพราะมันจะมีผลกระทบทำให้หน้างานเปลี่ยนแปลงสภาพ และทำให้การเข้าหน้างานเพื่อเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมได้ลำบากขึ้น เพื่อให้ผลพิสูจน์สะท้อนข้อเท็จจริง เราจะตรวจสอบและวิเคราะห์เพิ่มเติม โดยเราต้องเก็บตัวอย่างเหล็กเพิ่มเติม เพราะเหล็กที่นำมาวันนี้เป็นเพียงส่วนเดียวเท่านั้น เนื่องจากมีข้อจำกัดในการเก็บตัวอย่างเหล็ก ในช่วงที่หน้างานกำลังค้นหาผู้สูญหายอยู่ที่ตึก สตง. ถล่ม เราจึงไม่กล่าวหรือบ่งชี้จนกว่าเราจะตรวจสอบและวิเคราะห์เพิ่มเติม

สำหรับตัวอย่างเหล็กที่ส่งเข้ามาตรวจเข้ามายัง สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย มีจำนวนทั้งหมด 7 ไซส์จำนวน 28 ท่อน ซึ่งประกอบไปด้วย ตัวอย่างเหล็ก
1. เหล็กข้ออ้อย SD40T ขนาด 12 มม. จำนวน 3 ท่อน
2. เหล็กข้ออ้อย SD40T ขนาด 16 มม. จำนวน 3 ท่อน
3. เหล็กข้ออ้อย SD40T ขนาด 20 มม. จำนวน 6 ท่อน
4. เหล็กข้ออ้อย SD50T ขนาด 25 มม. จำนวน 2 ท่อน
5. เหล็กข้ออ้อย SD50T ขนาด 32 มม. จำนวน 7 ท่อน
6. เหล็กเส้นกลม SR24 ขนาด 9 มม.จำนวน 2 ท่อน
7. ลวดสลิง ขนาด 15.2 มม. จำนวน 5 เส้น
จากการตรวจสอบรายชื่อบริษัทที่ผลิตเหล็กที่ใช้ในอาคาร สตง. 3 บริษัท คือ SKY (บริษัทซินเคอหยวน ซึ่งเป็นผู้ผลิตจากจีน) TATA (บริษัททาทาสตีล ผู้ผลิตจากอินเดีย) และ TYS (เครือบริษัทไทยคูณ ผู้ผลิตจากจีนร่วมทุนกับไทย) ซินเคอหยวน ซึ่งเป็นผู้ผลิตจากจีน) TATA (บริษัททาทาสตีล ผู้ผลิตจากอินเดีย) และ TYS (เครือบริษัทไทยคูณ ผู้ผลิตจากจีนร่วมทุนกับไทย)

สำหรับการตรวจสอบเพื่อให้เกิดความโปร่งใส จึงมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายหน่วยงานร่วมตรวจสอบครั้งนี้ ได้แก่ นายวิโรจน์ โรจน์วัฒนชัย ผู้อำนวยการสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย นายเอกนิติ รมยานนท์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ผู้แทนจากสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) รศ.ดร.กิจพัฒน์ ภู่วรวรรณ กรรมการวิศวกรรมโยธา และประธานคณะอนุกรรมการโครงสร้างเหล็ก วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (วสท.) ดร.เติมศักดิ์ ศรีคิรินทร์ ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ดร.เอกรัตน์ไวยนิตย์ นักวิจัยอาวุโส ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยเทคโนโลยีระบบรางและการขนส่งสมัยใหม่ นายณัฐพล สุทธิธรรม อนุกรรมการสาขาโครงสร้างเหล็กวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยร่วมตรวจสอบ

#แผ่นดินไหว

#เมียนมา

#อุตสาหกรรม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...