โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แรงกดดันในสังคมเกาหลี ชะตาชีวิตเหล่าคนดัง

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 03 มี.ค. 2568 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 03 มี.ค. 2568 เวลา 02.58 น.
South Korean actor Kim Sae-ron arrives at the Seoul Central District Court in Seoul, South Korea, Wednesday, April 5, 2023. (Yonhap via AP)

บทความต่างประเทศ

แรงกดดันในสังคมเกาหลี

ชะตาชีวิตเหล่าคนดัง

เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า การเสียชีวิตของ คิม แซ-รน นักแสดงสาวชาวเกาหลีใต้ วัย 24 ปี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เกิดจากการตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง หลังถูกพบเสียชีวิตอยู่ในบ้านพักย่านซองดงกู กรุงโซล เกาหลีใต้ ซึ่งตำรวจได้แถลงสรุปสาเหตุการเสียชีวิตของคิม ว่าเกิดจากการตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง โดยไม่พบจดหมายลา และไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ในการสืบสวน

ทั้งนี้ สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นับตั้งแต่คิม แซ-รน ก่อเหตุเมาแล้วขับ และยังขับไปเฉี่ยวชนต้นไม้และสิ่งของข้างทางเสียหาย เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2022 จนถึงวันที่เธอเสียชีวิต ที่คิดเป็นเวลาราว 1,000 วัน สื่อหลักของเกาหลีได้ตีพิมพ์เรื่องราวเกี่ยวกับเธอมากถึงราว 2,000 เรื่อง จากการค้นหาอย่างรวดเร็วในฐานข้อมูลสื่อของเกาหลี ก็จะพบพาดหัวข่าวที่น่าตื่นเต้นมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่า สื่อท้องถิ่นมักจะรายงานข่าวเกี่ยวกับความตกต่ำของคนดัง

คิมซึ่งเคยเป็นหนึ่งในดาราสาวที่โด่งดังที่สุดในแวดวงบันเทิงของเกาหลีใต้ ถูกสื่อรายงานเกี่ยวกับเรื่องการเมาแล้วขับ ทั้งตำหนิและขุดคุ้ยเรื่องปัญหาทางการเงินที่เกิดขึ้น และถูกมองว่าไม่มีความสำนึกผิดต่อความผิดที่ได้กระทำไป เพราะยังออกไปเที่ยวกับเพื่อนๆ ได้

แถมยังยิ้มแย้มในขณะถ่ายทำหนังอินดี้อีก

คิมกลายเป็นหนึ่งในคนดังของเกาหลีที่ตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง ซึ่งผู้เชี่ยวชาญบางคนมองว่าเป็นผลมาจากแรงกดดันมหาศาลที่คนดังเหล่านี้ต้องเผชิญภายใต้การจับจ้องของสื่อ ที่ไม่ให้อภัย และคอยจับผิดทุกย่างก้าวที่พวกเขาพลาดพลั้งไป

ทั้งนี้ หลังจากคิมเมาแล้วขับรถไปชนต้นไม้และเสาไฟฟ้า เธอได้มีการโพสต์ขอโทษบนอินสตาแกรม และจ่ายเงินชดเชยให้แก่ร้านค้าราว 60 ร้านที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ชั่วคราวเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าว

แต่การกระทำเหล่านั้น ไม่ได้ช่วยบรรเทากระแสเชิงลบที่เกิดขึ้นกับคิมเลย และเธอยังคงดิ้นรนที่จะหางานแสดงต่อไป

เมื่อครั้งที่ศาลโซลได้สั่งปรับคิมเป็นเงิน 200 ล้านวอน ตอนเดือนเมษายน 2023 คิมได้แสดงกังวลต่อการรายงานข่าวของสื่อ โดยบอกว่า รายงานหลายชิ้นที่เกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอนั้น ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

บรรดาช่องซุบซิบคนดังบนยูทูบ ก็เริ่มโพสต์วิดีโอเชิงลบเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเธอ โดยบอกเป็นนัยแบบไม่มีหลักฐานว่า คิมพูดเกินจริงเกี่ยวกับปัญหาทางการเงินของเธอ ด้วยการทำงานที่ร้านกาแฟ และยังว่า การที่คิมไปเข้าสังคมกับเพื่อนๆ หมายความว่า เธอไม่มีความสำนึกเพียงพอ

เอพีรายงานว่า ดาราคนอื่นๆ ในเกาหลี โดยเฉพาะผู้หญิง มักจะต้องดิ้นรนหางานทำ หลังจากเผชิญกับเรื่องคดีต่างๆ อย่างเช่น เรื่องเมาแล้วขับ หรือการใช้สารเสพติด ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่า หลายๆ คนไม่เต็มใจที่จะเข้ารับการบำบัดปัญหาสุขภาพจิต อย่างเช่น โรคซึมเศร้า เนื่องจากกลัวว่าจะถูกนำเสนอข่าวในเชิงลบมากขึ้น

ควอน ยอง-ชาน นักแสดงตลก ที่ผันตัวมาเป็นนักวิชาการและผู้นำกลุ่มช่วยเหลือคนดังที่มีปัญหาสุขภาพจิต บอกว่า เหล่าคนดังมักจะรู้สึกไร้หนทางเมื่อตกเป็นข่าวเชิงลบ หลังจากที่ต้องใช้เวลาหลายปีในการสร้างภาพลักษณ์ต่อสาธารณชนอย่างระมัดระวัง

ควอนซึ่งเดินทางไปร่วมงานศพของคิมด้วย บอกว่า ครอบครัวของคิมกำลังพิจารณาที่จะดำเนินคดีกับเจ้าของช่องยูทูบช่องหนึ่งที่มีผู้ติดตามหลายแสนคน ที่โจมตีชีวิตส่วนตัวของคิมอย่างไร้เหตุผล

ขณะที่ ปีเตอร์ จองโฮ นา ศาสตราจารย์ด้านจิตเวชศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยแพทย์เยล ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า สังคมเกาหลีใต้เป็นเหมือนกับซีรีส์ชื่อดังของเน็ตฟลิกซ์ เรื่อง “สควิดเกม” แต่เป็นเวอร์ชั่นขนาดใหญ่ ที่ผู้เล่นจะต้องเอาชีวิตรอดให้ได้ โดยทอดทิ้งคนที่ผิดพลาดหรือล้มไป แล้วทำเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

การเสียชีวิตของคนดังจำนวนมากในเกาหลี ทำให้เกิดการถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง เกี่ยวกับการที่สื่อมวลชนรายงานเรื่องชีวิตส่วนตัวของคนดัง จนทำให้มีการแสดงความคิดเห็นวิพากษ์วิจารณ์บนโลกออนไลน์จำนวนมาก และส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคนดังเหล่านั้น จนนำไปสู่การสูญเสีย

ไม่ว่าจะเป็นการเสียชีวิตของดาราดังอย่าง ชเว จิน ซิล ในปี 2008

การเสียชีวิตของโช ซอง มิน นักเบสบอลที่เป็นอดีตสามีของดาราสาว ในปี 2013

การเสียชีวิตของนักร้องเคป๊อป อย่าง ซอลลี่ และ คู ฮา-รา ในปี 2019

และการเสียชีวิตของ อี ซอน คยุน นักแสดงดังจาก Parasite เมื่อปี 2023

ฮยอน เจ ยู ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารจากมหาวิทยาลัยโซกัง ในกรุงโซล บอกว่า ข้อกล่าวอ้างที่เร้าอารมณ์ แต่ไม่มีหลักฐาน เช่น จากโซเชียลมีเดีย ถูกนำมาใช้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และถูกนำไปขยายความโดยสื่อกระแสหลักอย่างแพร่หลาย เนื่องจากสื่อกระแสหลักเหล่านี้ ต้องแข่งขันกันหาคอนเทนต์ที่ดึงดูดความสนใจของผู้อ่าน โดยสื่อต่างๆ หันมาทำข่าวดราม่าบนยูทูบแทน เนื่องจากประสบปัญหาการลดลงอย่างรวดเร็วของจำนวนผู้อ่านสื่อแบบดั้งเดิม จึงมองข้ามการรายงานและการตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนนำเสนอ

หลังการเสียชีวิตของซอลลี่ และ คู ฮารา ในปี 2019 อันเป็นผลมาจากการถูกบูลลี่บนโลกออนไลน์และการล่วงละเมิดทางเพศทั้งในพื้นที่สาธารณะและสื่อ ทำให้สมาชิกรัฐสภามีการเสนอมาตรการต่างๆ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแสดงความคิดเห็นที่รุนแรงบนอินเตอร์เน็ต รวมถึงการขยายข้อกำหนดเกี่ยวกับการใช้ชื่อจริงและการเข้มงวดของข้อกำหนดของเว็บไซต์ เพื่อกำจัดคำพูดที่แสดงความเกลียดชังและข้อมูลเท็จ แต่กฎหมายที่เสนอเหล่านี้กลับไม่ผ่านความเห็นชอบแต่อย่างใด

ฮยอน เจ ยู บอกว่า สิ่งสำคัญสำหรับสื่อกระแสหลัก คือการเสริมสร้างการควบคุมตัวเอง และจำกัดการนำเนื้อหาจากยูทูบมาใช้เป็นแหล่งข่าว

ขณะที่ทางการก็ควรจะมีวิธีในการจัดการกับยูทูบรวมถึงแพลตฟอร์มโซเชียลอื่นๆ มีความรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นมาให้มากขึ้นด้วย

เครดิตภาพ “เอพี”

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แรงกดดันในสังคมเกาหลี ชะตาชีวิตเหล่าคนดัง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...