แม่ร้องสายไหมต้องรอดช่วยตามคดี ลูกสาวถูกช่างสักข่มขืน จนผูกคอหวังลาโลก
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 16 ก.ค. 2567 เวลา 08.52 น. • เผยแพร่ 16 ก.ค. 2567 เวลา 08.52 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(16 ก.ค.67) ที่ สน.บางนา นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด พา นางสาวน้ำเพชร แม่ของผู้เสียหาย มาร่วมติดตามความคืบหน้าทางคดี เนื่องจากวันที่ 12 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้ นางสาวแอน (นามสมมุติ) ลูกสาวของนางสาวน้ำเพชร อายุ 20 ปี ให้รุ่นพี่มารับที่บ้านไปส่งที่ร้านสัก ย่านบางนา เพื่อทำการสักลาย โดยหลังจากที่รุ่นพี่คนนี้เดินทางกลับ
ช่างสักอาศัยจังหวะไม่มีคนเฝ้า จึงบังคับข่มขืนกระทำชำเรา นางสาวแอน ซึ่งหลังจากที่เกิดเหตุ นางสาวแอนกลับมาที่บ้าน ได้ส่งข้อความมาบอกแม่ว่ารักแม่นะ จากนั้นก็เงียบหายไป ติดต่อไม่ได้
แม่จึงให้พ่อเลี้ยงกลับมาดูที่บ้าน พบว่าลูกสาวผูกคอตายแล้ว จึงรีบปลดเชือก นำตัวส่งโรงพยาบาล จนถึงตอนนี้ลูกสาวยังไม่รู้สึกตัว
หลังเกิดเหตุครอบครัวมาพบหลักฐานว่าน้องมีการคุยแชตกับเพื่อนว่าถูกช่างสักข่มขืน จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สน.บางนา และยังไม่มีความคืบหน้า
เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ลูกสาวกลับมาบ้านตอนประมาณ 6 โมงเย็น ก็เห็นว่าลูกสาวร้องไห้ ตนเองคิดว่าลูกทะเลาะกับเพื่อน ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะลูกไม่มีพฤติกรรมทำร้ายตัวเอง จากนั้นลูกก็เข้าห้องไป กระทั่ง เวลา 20.20 น. ลูกสางส่งข้อความมาหาตนเอง ว่า “รักแม่นะ” ตนเองก็ตอบไปว่า “จ๊ะ แม่ก็รักลูกนะ” แต่ลูกสาวไม่ได้ตอบข้อความใดๆกลับมาอีก
ตนเองจึงไปเคาะประตูห้องที่อยู่ถัดไปไม่กี่ห้อง เพราะรู้สึกแปลกใจ แต่เคาะไป ก็ไร้การตอบกลับ ตนเองวิ่งกลับมาถามแฟนว่าลูกตอบแชทอะไรมาหรือไม่ ปรากฏว่าลูกสาวก็ไม่ตอบเช่นเดียวกัน ตนเองจึงเอะใจรีบไปดูอีกครั้ง และงัดห้องบูกสาวเข้าไป ก็เห็นว่าลูกสาวผูกคอไปแล้ว มือปาก เขียว ซึ่งก็ผ่านไปประมาณ 11-12 นาที จากที่ลูกส่งข้อความมาหา
หลังจากนั้น ตนเองก็ไปสอบถามเพื่อนลูก ก็พบว่า วันดังกล่าวลูกสาวไปสัก ทั้งที่แม่ก็ขอไว้ว่าอย่าไปสัก และจากที่คุยกับเพื่อนลูกก็พบว่าลูกมีการส่งข้อความไปหาเพื่อนบอกว่า ถูกช่างสักข่มขืน และลูกสาวมีการส่งคลิประหว่างที่ช่างสักคุยกับลูกสาว ประมาณ 2 คลิป ให้เพื่อน และทราบภายหลังอีกว่า ลูกสาว มีการลงสตอรี่ว่า จะไม่สักอีกแล้วตลอดชีวิต ก่อนจะตัดสินใจผูกคอหวังลาโลก
พร้อมเล่าอีกว่า ลูกสาวของตนเองไม่รู้จักส่วนตัวกับช่างสักรายดังกล่าว แต่เพื่อนรุ่นพี่ที่พาลูกสาวไป รู้จักกับช่างสัก ซึ่งแม่ได้ตั้งข้อสังเกตว่า เพื่อนรุ่นพี่ของลูกสาวที่พาไปสักอาจจะรู้เรื่อง เพราะหลังเกิดเหตุการณ์เพื่อนคนนี้หายตัวไป ไม่ได้เข้ามาคุยอะไรกับแม่ และเพื่อนรุ่นพี่คนดังกล่าว เคยทักมาชวนลูกสาวว่า รู้จักกับช่างสัก รูปร่างลูกสาวดี สนใจไปสักหรือไม่ แต่ในครั้งนั้นตนเองเป็นคนห้ามลูกสาวไม่ให้ไป เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย
และจากการตรวจสอบพบว่า ช่างคนนี้ไม่ใช่ช่างสักอาชีพ ไม่มีร้าน แต่จะสักอยู่กับบ้านที่เป็นตึกแถว และจะหาลูกค้าด้วยการทักไปชวนสาวๆมาสัก ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์กับลูกสาวตนเองนั้น ช่างสักคนดังกล่าวก็ยังทักมาหาเพื่อนของลูกสาวซึ่งอยู่กลุ่มเดียวกัน และชักชวนให้ไปสักอีกด้วย
สำหรับอาการของลูกสาวขณะนี้ แพทย์แจ้งกับครอบครัวว่าลูกสาวไม่มีทางกลับมาหายได้ตามปกติ ขณะนี้อยู่ได้เพราะให้ยากระตุ้นหัวใจ ความดัน ซึ่งตนเองได้บอกกับแพทย์ไปแล้วว่าทางครอบครัวตัดสินใจจะไม่ยื้อชีวิตน้อง และอยากให้น้องหลับไปแบบสบาย
พร้อมยอมรับว่าขณะนี้ยังคงกังวลเรื่องความคืบหน้าทางคดี จึงตัดสินใจเข้าร้องเรียนสายไหมต้องรอดเพื่อให้พามาติดตามความคืบหน้าทางคดีที่ สน.บางนา
หลังเกิดเหตุคุณแม่ยังไม่ได้ติดต่อช่างสัก แต่ก็อยากให้ออกมายอมรับความจริว ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถ้าไม่ได้ทำก็คือไม่ได้ทำ ถ้าก่อเหตุจริง จะดำเนินการให้ถึงที่สุด
แม่ของนางสาวแอน ได้พูดกับสื่อมวลชนไปยังลูกที่ใกล้จะเสียชีวิต บอกว่า แม่รักหนูมาก ทำไมถึงจะไม่ทิ้งกันเร็วแบบนี้
นางสาวน้ำเพชร ยังเปิดเผยอาการของลูกสาว บอกว่าตอนนี้ จะไม่มีการให้หมอฉีดยากระตุ้นอะไรแล้ว ไม่ต้องเจาะคอ เพราะลูกสาวไม่ไหวแล้ว ไม่รับรู้อะไรแล้ว วันนี้จะให้จากไปตามธรรมชาติ
ส่วนทางสายไหมต้องรอด วันนี้ได้เข้ามาช่วยเหลือเร่งรัดให้ ทางตำรวจสน.บางนา ได้ไปนำตัวช่างสักลายรายนี้ พาตัวมาสอบปากคำ ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ส่วนเรื่องของคดีหลังจากที่เกิดเหตุในวันที่ 12 กรกฎาคม นางสาวแอนถูกนำตัวไปรักษาที่โรงพยาบาล ซึ่งวันต่อมา ร้อยเวรได้ติดต่อกลับมา แล้วบอกว่า รอให้ลูกสาวมีอาการที่ดีขึ้นเสียก่อน ซึ่งตอนนี้ลูกสาวไม่สามารถฟื้นขึ้นมาทำอะไรได้
ในมุมมองของแม่ก็ค่อนข้างกลัว ว่าเรื่องราวจะเงียบไป เพราะยังไม่มีการเรียกผู้ต้องสงสัย มาสอบปากคำ ประกอบกับตัวแม่เอง ก็ไม่รู้ว่าลูกสาวถูกข่มขืนมาก่อน คิดว่าลูกผูกคอตาย จึงไม่ได้ดำเนินเรื่องให้ตรวจร่องรอยการถูกข่มขืนตั้งแต่แรก เลยกลัวว่าร่องรอยจะหายไป
ด้านพันตำรวจเอกสุรพงษ์ สุขแย้ม ผู้กำกับสน.บางนา เปิดเผยว่า หลังรับแจ้งความ พนักงานสอบสวน ได้สอบปากคำเบื้องต้นกับคนเป็นแม่ แล้วพนักงานสอบสวน ได้ประสานไปยังโรงพยาบาล โดยให้ทางฝั่งโรงพยาบาลตรวจร่องรอยการถูกข่มขืน
ซึ่งตอนนี้พอทราบเบื้องต้น ว่าช่างสักเป็นใคร รู้ชื่อนาม สกุลแล้ว โดยได้เอารูปช่างสักให้แม่ดู ซึ่งแม่พยักหน้าบอกว่าใช่คนนี้ หลังจากนี้จะต้องเร่งตรวจสอบ พยานหลักฐาน เพื่อประกอบสำนวน พิจารณาความผิดว่าเข้าข่ายความผิดใด และเบื้องต้นมีผู้ก่อเหตคนเดียว
และตำรวจก็ต้องดูว่ารุ่นพี่ผู้ชายคนที่มารับนางสาวแอนไปหาช่างสักนั้น จะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ โดยจะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำ และตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมอีกครั้ง
แม้ว่าตัวนางสาวแอนจะไม่สามารถลุกมาให้ปากคำได้ ตำรวจจะให้คุณแม่ เป็นผู้เสียหายแทนได้เลย แล้วจะเร่งรัดผลการตรวจสอบร่องรอยการข่มขืน ยืนยันว่า แม่ไม่ต้องเป็นห่วงใดๆ และนอกจากนี้จะต้องสืบต่อไปว่า ช่างสักคนนี้เคยไปก่อเหตุมาก่อนหรือไม่อีกด้วย.