เที่ยว Okayama ย่านเมืองเก่าญี่ปุ่น สวนสวย ต้นกำเนิดตำนานโมโมทาโร่
LSA Thailand
อัพเดต 27 พ.ค. 2567 เวลา 10.51 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2567 เวลา 05.35 น. • Lifestyle Asia Thailandใครอยากท่องเที่ยวญี่ปุ่นเชิงธรรมชาติ เดินชมปราสาทบ้านเรือนเก่าแก่โบราณ และแวะทานของอร่อย โดยเฉพาะผลไม้ญี่ปุ่นหวานฉ่ำ ที่หลายคนโปรดปราน วันนี้ Lifestlye Asia มีบทความท่อง เที่ยว Okayama เมืองที่ได้รับฉายาว่าเป็น ‘อาณาจักรแห่งผลไม้’ ของประเทศญี่ปุ่น มาฝากกัน
ทำความรู้จักกับเมืองโอคายาม่ากันสักนิด
โอคายาม่า (Okayama 岡山県) เมืองหลวงของจังหวัดโอคายาม่า ที่มีชื่อเดียวกัน ตั้งอยู่บริเวณภูมิภาคชูโงกุ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่เป็นย่านเก่าแก่ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีอาคารบ้านเรือนโบราณอยู่มากมาย และเนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีอากาศแจ่มใสและฝนตกน้อยตลอดทั้งปี จึงได้รับการขนานนามว่า ‘ดินแดนแห่งแสงตะวัน’ ส่งผลให้ผลไม้ของจังหวัดโอคายาม่านั้นมีกลิ่นหอม อร่อย และรสชาติหวานฉ่ำเป็นพิเศษกว่าจังหวัดอื่น ๆ เพราะได้รับแสงแดดแบบเต็มที่ เลยเป็นเมืองที่ได้รับอีกฉายาว่า ‘อาณาจักรแห่งผลไม้’ โดยจังหวัดโอคายาม่านั้นสามารถปลูกพีชหรือลูกท้อขาวพันธุ์ Hakuto องุ่นเขียวพันธุ์ Muscat และองุ่นม่วงพันธุ์ Pione ได้มากที่สุดในประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นต้นกำเนิดของตำนาน ‘โมโมทาโระ’ (Momotaro) หรือ ‘เด็กชายลูกท้อ’ อันโด่งดัง ผู้เป็นฮีโร่และสัญลักษณ์ประจำเมืองโอคายาม่า เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีทีเด็ดเยอะมาก ๆ ไม่แพ้จังหวัดอื่นในญี่ปุ่นเลยทีเดียว แถมเรายังสามารถท่อง เที่ยว Okayama ได้ตลอดทั้งปีในทุกช่วงฤดูกาลอีกด้วย
สถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด !
สวนโคราคุเอ็น (Okayama Korakuen Garden)
1 ใน 3 สวนที่สวยที่สุดของประเทศญี่ปุ่น พ่วงด้วยรางวัลมิชลินกรีนไกด์ 3 ดาว ที่ควรค่าแก่การไปเยี่ยมชมแบบสุด ๆ ซึ่งในปีพ.ศ. 2495 ยังได้รับการกำหนดจากรัฐบาลญี่ปุ่นให้เป็น "สถานที่พิเศษที่มีความงดงามทางทัศนียภาพ" ในฐานะแหล่งมรดกทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของญี่ปุ่นอีกด้วย โดยภายในสวนนั้นมีทั้งต้นไม้ ดอกไม้ ที่ถูกตัดแต่งจัดวางไว้อย่างลงตัวสวยงาม รวมถึงบ่อน้ำขนาดใหญ่ที่มีปลาคาร์ปแหวกว่ายไปมา ทำให้บรรยากาศดูร่มรื่น ชวนให้รู้สึกผ่อนคลายเป็นอย่างมาก บอกเลยว่าใครที่ชอบเดินดูสวนญี่ปุ่นห้ามพลาดเด็ดขาด!
ปราสาทโอคายาม่า (Okayama Castle)
ที่ได้รับฉายาว่า ‘ปราสาทนกกา’ เพราะกำแพงของปราสาทที่มีสีดำสนิทน่าเกรงขาม มีความสูงทั้งหมด 6 ชั้น ล้อมรอบด้วยแม่น้ำอาซาฮิ ซึ่งภายในปราสาทได้มีการจัดแสดงพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ความเป็นมาของปราสาทโอคายาม่า และเมื่อเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุด เราจะได้เห็นวิวเมืองโอคายาม่าแบบ 360 องศาที่สวยงาม ส่วนใครที่ชอบทำกิจกรรมศิลปะ ตรงด้านล่างชั้น 1 จะมีเวิร์คช็อปเครื่องปั้นดินเผาแบบ ‘บิเซ็นยะกิ’ ให้ได้ลองทำกันอีกด้วย หรือหากใครที่เป็นสายคอนเท้นท์ สายถ่ายรูป เขามีบริการให้เช่าชุดญี่ปุ่นโบราณ อย่างชุดองค์หญิงหรือชุดขุนนางญี่ปุ่น ไว้ใส่ถ่ายรูปเป็นที่ระลึกด้วยนะ และช่วงฤดูใบไม้ร่วงในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี จะมีการจัดแสดงไฟบริเวณทั่วทั้งปราสาทในตอนกลางคืน ให้เราได้เข้าไปเยี่ยมชมความสวยงามของใบไม้แดงในยามค่ำคืนอีกด้วย
เขตอนุรักษ์คุระชิกิบิคัง (Kurashiki Bikan Historical Quarter)
ถนนช้อปปิ้งย่านเมืองเก่าที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวีถีชีวิตสมัยใหม่ ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว โดยจุดเด่นของที่นี่คือเหล่าบ้านโบราณสีขาว ‘โคมินกะ’ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคุราชิกิ เป็นบรรยากาศย้อนยุคปนสมัยใหม่ที่น่าหลงใหลเป็นอย่างมาก ซึ่งเราสามารถเพลินเพลิดไปกับการช้อปปิ้งสินค้าหลากหลายของเมืองคุราชิกิ รวมถึงกินอาหารพื้นเมืองแสนอร่อยได้ที่นี่ นอกจากนี้ยังสามารถล่องเรือไปตามแม่น้ำเพื่อชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม
ศาลเจ้าคิบิตสึ (Kibitsu Shrine)
ศาลเจ้าโบราณ ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติประจำชาติของประเทศญี่ปุ่น สร้างขึ้นเพื่อบูชา คิบิสึฮิโกะ โนะ มิโกโตะ (Kibitsuhiko no Mikoto) วีรบุรุษในตำนาน ต้นกำเนิดของนิทานพื้นบ้าน ‘โมโมทาโร่’ เด็กชายผู้ปราบอสูร โดยอาคารหลักของศาลเจ้าสร้างด้วยงานศิลปะดั้งเดิมที่เรียกว่า ‘คิบิสุ ซุคุริ’ (Kibisu-zukuri) นอกจากนี้ยังมีทางเดินหลังคาไม้ที่ทอดยาวกว่า 360 เมตร ที่เมื่อถึงฤดูใบไม้ร่วง วิวทิวทัศน์ข้างทางเดินจะเต็มไปด้วยใบไม้เปลี่ยนสี ที่มีความสวยงามเป็นอย่างมาก
ศาลเจ้าอินาริไซโจ (Saijo Inari)
อีกหนึ่งศาลเจ้าเก่าแก่ อายุกว่า 1,200 ปี ที่เป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าอินาริที่สำคัญในประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยประตูโทริอิขนาดใหญ่สูง 26 เมตร ร้านค้าต่าง ๆ ที่เรียงรายตามทางเดินก่อนถึงตัวศาลเจ้า และสวนญี่ปุ่นอายุมากกว่า 500 ปี ที่มีการจัดวางหินอย่างลงตัวกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ดูสงบร่มเย็น ชวนให้น่านั่งพักผ่อนชมสวนแบบสุด ๆ โดยคนญี่ปุ่นนิยมมาขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ ให้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน ความรักและความสัมพันธ์ราบรื่น รวมถึงขอให้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง
โคจิมะยีนส์สตรีท (Kojima Jeans Street)
ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า เมืองโอคายาม่าเป็นแหล่งผลิต ‘ยีนส์เดนิม’ (Denim) ชั้นนำ ที่เหล่าแบรนด์กางเกงยีนส์ชื่อดังทั่วโลก ต้องมาซื้อผ้ายีนส์จากที่นี่ ซึ่งทำให้โคจิมะยีนส์สตรีทยังเป็นบ้านเกิดของยีนส์ที่มีราคาแพงที่สุดในโลกอีกด้วย หากใครที่ชอบหรืออยากซื้อกางเกงยีนกลับบ้านสักตัวสองตัว ห้ามพลาดโคจิมะยีนส์สตรีทแห่งนี้ เพราะหลายร้านเปิดโอกาสให้เราสามารถเลือกสียีนส์ ตะเข็บ ซิบ และชิ้นส่วนต่าง ๆ ได้เองตามใจชอบ เพื่อให้ได้ยีนส์ในฝันของแต่ละคน นอกจากนี้หากใครที่ชอบประวัติศาสตร์ ก็สามารถเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ยีนส์ของโรงงานยีนส์เบ็ตตี้สมิธ ซึ่งเป็นโรงงานยีนส์แห่งแรกของประเทศญี่ปุ่นได้
ของกินพื้นเมืองแสนอร่อยมีอะไรบ้างนะ ?
ฮิรุเซ็นยากิโซบะ (Hiruzen Yakisoba)
ยากิโซบะชื่อดังจากที่ราบสูงฮิรุเซ็น ทางตอนเหนือของจังหวัดโอคายาม่า ที่ใช้ซอสมิโซะสูตรพิเศษ ‘มาสุยะโชคุโด’ (Masuya Shokudo) รสหวานอมเผ็ดอันเป็นเอกลักษณ์ และไก่สายพันธุ์ท้องถิ่น ผัดเข้าด้วยกันกับเส้นยากิโซบะ
บาระซูชิ (Barazushi)
อาหารท้องถิ่นโบราณที่มีมาตั้งแต่สมัยยุคเอโดะ ช่วงศตวรรษที่ 16 เป็นข้าวหน้าปลาดิบที่ใช้ปลาทะเลสดจากทะเลเซโตะและผักตามฤดูการในท้องถิ่น นำมาหมักกับส้มสายชู
คาคิโอโกะ (Kakioko)
โอโคโนมิยากิสูตรพิเศษประจำจังหวัดโอคายาม่า ที่ทำมาจากหอยนางรมที่เพาะเลี้ยงในท้องถิ่นเมืองฮินาเสะ เมืองชาวประมงที่ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของจังหวัดโอคายามะ
ชิยะกิว (Chiya-gyu)
เนื้อวัวชิยะ จากวัวขนสีดำหายากสายพันธุ์เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น ที่ถูกเลี้ยงบนภูเขาและสภาพแวดล้อมที่ทำให้เกิดความเครียดต่ำ ทำให้เนื้อวัวชิยะมีเนื้อแดงที่หนานุ่ม และไขมันในปริมาณที่พอดีแทรกอยู่เป็นลายหินอ่อนสวยงาม ซึ่งไม่ว่าจะเอาไปทำเมนูอะไรก็อร่อยไปหมด
ลูกพีชขาว (White peach)
ขึ้นชื่อว่าเมืองผลไม้ ก็ต้องไม่พลาดที่จะลองกินลูกพีชขาว ผลไม้ซิกเนเจอร์ของจังหวัดโอคายาม่า ที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘ราชินีลูกพีช’ ด้วยเนื้อที่แสนนุ่ม สัมผัสละมุนละลายในปาก รวมถึงยังมีความหวานฉ่ำที่สุดในบรรดาลูกพีชทั้งหมด
เทศกาลประจำเมืองที่น่าสนใจ
เทศกาลโมโมทาโร่โอคายาม่า (Okayama Momotaro Matsuri)
ช่วงกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี จะมีเทศกาลสำคัญและยิ่งใหญ่ประจำเมืองโอคายาม่า ที่ชาวเมืองจะใส่คอสตูมสีสดแต่งหน้าเป็นยักษ์ ออกมาเดินขบวน ตีกลองไทโกะ เต้นระบำพื้นเมืองร่วมกันอย่างสนุกสนาน และจุดดอกไม้ไฟในยามค่ำคืน
เทศกาลเปลือยกาย (Hadaka Matsuri)
ติดอันดับ 1 ใน 3 เทศกาลแปลกของประเทศญี่ปุ่น ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 500 ปี โดยจะถูกจัดขึ้นในทุกวันเสาร์ที่สามของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี ที่วัดไซไดจิ (Saidaiji Temple) ซึ่งผู้ที่เข้าร่วมเทศกาลจะเป็นผู้ชายเปลือยท่อนบนและใส่ผ้าเตี่ยวนับพันคน เพื่อแย่งชิงแท่งไม้หอมชิงงิ และมัดเปลือกไม้วิลโลว์ 100 มัด ที่ได้รับการปลุกเสกจากนักบวชของวัด ซึ่งใครที่สามารถจับไม้ชิงงิและส่งไม้เข้าไปในกล่องมาสุได้ จะได้รับการอวยพรให้พบกับความสุขตลอดปี โดยเทศกาลนี้จัดขึ้นด้วยความเชื่อที่ว่า จะช่วยให้การเพาะปลูกงอกงามได้ดี
ของฝากขึ้นชื่อเมืองโอคายาม่า ที่ควรซื้อกลับบ้าน !
คิบิดังโงะ (Kibidango)
ของฝากที่เป็นเอกลักษณ์ประจำเมืองโอคายาม่า ทำมาจากข้าวโมจิ โดยคิบิดังโงะสูตรต้นตำรับ (Ganso Kibi Dango) มีต้นกำเนิดมาจากร้านขนมญี่ปุ่นเก่าแก่ชื่อ Koeido ที่ดำเนินกิจการมากว่า 160 ปี เป็นดังโงะที่ทั้งนุ่มและหวาน เหมาะกับการทานคู่กับชาเขียวญี่ปุ่น
พุดดิ้งลูกพีชขาว (Shimizu Hakuto Jelly)
ลูกพีชขาว ผลไม้ประจำจังหวัดโอคายาม่า ที่ถูกนำมาแปรรูปเป็นวุ้นเนื้อนุ่มนิ่มแสนอร่อยหอมหวานทานเพลิน
โอเตะ มันจู (Ohte Manjyu)
หนึ่งในขนมของฝากโบราณชื่อดังจากโอคายาม่า ที่คนญี่ปุ่นมักซื้อเป็นของฝากติดไม้ติดมือตั้งแต่สมัยก่อน เป็นขนมมันจูที่แป้งด้านนอกบางเฉียบ และมีไส้ถั่วแดงแทบทั้งชิ้น แต่มีรสชาติกลมกล่อมไม่หวานจนเกินไป รวมถึงห่อบรรจุด้วยกระดาษลวดลายที่สวยงาม
วิธีเดินทางไปโอคายาม่า
จากโอซาก้า
- รถไฟธรรมดา
สามารถนั่งรถไฟ JR จากสถานีโอซาก้า (Osaka Station) ไปยังปลายทางสถานทีโอคายาม่า Okayama Station โดยเปลี่ยนสายรถไฟระหว่างทางที่สถานีฮิเมจิ (Himeji Station) เพียงครั้งเดียว ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง 35 นาที
ข้อดี :ราคาถูก
ข้อเสีย :ใช้เวลาเดินทางนาน และต้องเปลี่ยนสายรถไฟระหว่างทาง
- รถไฟชินคันเซ็น
สามารถเลือกนั่งรถไฟชินคันเซ็นได้ถึง 5 สาย ได้แก่ ฮิคาริ (Hikari), โคดามะ (Kodama), ซากุระ (Sakura), โนโซมิ (Nozomi) และมิซึโฮะ (Mizuho) โดยใช้เวลาเดินทางเพียง 50 นาที ยกเว้นโคดามะที่ใช้เวลาเดินทางประมาณ 75 นาที
หมายเหตุ : Japan Rail Pass ไม่สามารถใช้กับโนโซมิและมิซึโฮะได้
ข้อดี :เป็นวิธีการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วที่สุด เพราะใช้เวลาเดินทางน้อย และไม่ต้องเปลี่ยนสายรถไฟระหว่างทาง
ข้อเสีย :ราคาแพง
- รถบัส
ที่สถานีขนส่ง ตรงสถานีรถไฟ JR โอซาก้า (Osaka Station JR Express Bus Terminal) เราสามารถนั่งรถบัสคิบิเอ็กซ์เพรส (Kibi Express) ไปลงที่สถานีโอคายาม่าได้ โดยใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง
ข้อดี :ราคาถูก และนั่งยาวได้ถึงปลายทาง โดยไม่ต้องเปลี่ยนสาย
ข้อเสีย :ใช้เวลาเดินทางนานที่สุด
จากสนามบินคันไซ
- รถไฟชินคันเซ็น
สามารถนั่งรถไฟชินคันเซ็นไปยังสถานีโอคายาม่า (Okayama Station) ได้ โดยต้องเปลี่ยนสายรถไฟที่สถานีชินโอซาก้า (Shin Osaka Station) ระหว่างทาง ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง
ข้อดี :เป็นวิธีการเดินทางที่รวดเร็วที่สุด
ข้อเสีย :ราคาแพง
- รถบัส
สามารถนั่งรถบัสไปที่ทางออกฝั่งตะวันตกของสถานีโอคายาม่า (Okayama Station West Exit) ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนคัน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง
ข้อดี :ราคาถูก ไม่ต้องเปลี่ยนสายรถบัสระหว่างทาง
ข้อเสีย :ใช้เวลาเดินทางนาน
การเดินทางภายในตัวเมือง
สามารถเดินทางได้ด้วย 'รถรางโบราณโอคาเด็น' (Okaden) ที่มีอายุเก่าแก่กว่า 100 ปี ซึ่งปัจจุบันได้ถูกปรับปรุงใหม่ และควบคุมด้วยระบบที่ทันสมัย โดยเปิดให้บริการทั้งหมด 2 สาย คือ ฮิกาชิยามะ (Higashiyama) และ เซกิบาชิ (Sekibashi)
แพลนทริปเที่ยวโอคายาม่า 3 วัน 2 คืน
Day 1
เช้าสวนโคราคุเอ็น
บ่ายปราสาทโอคายาม่า
Day 2
เช้าศาลเจ้าคิบิตสึ, ศาลเจ้าอินาริไซโจ
บ่ายโคจิมะยีนส์สตรีท
Day 3
เช้าเขตอนุรักษ์คุระชิกิบิคัง
บ่าย พิพิธภัณฑ์โมโมทาโร่
เย็นเดินทางกลับโอซาก้า
อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟสไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia