ผอ.ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียม บ่อน้ำมันฝาง แจงยิบ น้ำมันมีไว้เพื่อความมั่นคง เผย 1 วันผลิตได้เท่าไหร่
ผอ.ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียม บ่อน้ำมันฝาง แจงยิบ น้ำมันมีไว้เพื่อความมั่นคง เผยรายละเอียด 1 วันผลิตได้เท่าไหร่ ยันไม่พอตอบสนองปริมาณความต้องการของประเทศ
วันที่ 10 ก.ค.2567 ที่อาคารพิพิธภัณฑ์พลังงาน อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ พล.ต.มนตรี จีนนคร ผู้อำนวยการ ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ กรมการพลังงานทหาร ให้การต้อนรับ พล.ต.วิทัย ลายถมยา ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์ กรมกิจการพลเรือนทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ที่นำคณะสื่อมวลชนเยี่ยมชมการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทหารตามแนวชายแดน
พล.ต.มนตรี กล่าวถึงการดำเนินงานที่ผ่านมาว่า ทางหน่วยฯ ถูกวิจารณ์รวมถึงกระแสข่าวต่างๆ ที่ก่อให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน ในด้านการผลิตน้ำมันจากบ่อน้ำมันฝางเพื่อใช้ภายในประเทศ ซึ่งถูกเพ่งเล็งว่าประชาชนไม่ได้ใช้ประโยชน์จากน้ำมันที่ผลิตได้ในประเทศ ยังคงต้องซื้อน้ำมันจากต่างชาติซึ่งมีราคาสูง ว่า การขุดเจาะน้ำมันของบ่อน้ำมันฝาง ต่อวัน มีปริมาณเพียง วันละ 500-600 บาร์เรล (1 บาร์เรล ประมาณ 159 ลิตร 600 บาร์เรล ประมาณ 90,000 กว่าลิตร)
เมื่อกลั่นน้ำมันดิบที่ขุดเจาะได้ สามารถผลิตเป็นน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 30,000 ลิตร ต่อวัน ส่วนที่เหลือจะเป็นน้ำมันเบา 7-8 พันลิตร เป็นน้ำมันเตา อีกเกือบ 60,000 ลิตร และผลผลิตอื่น ๆ จากปิโตรเลียม
ขณะที่ประเทศไทยมีความต้องการใช้น้ำมันถึง 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ปริมาณทั้งหมดที่โรงกลั่นฝางผลิตได้ในช่วงเวลา 70 ปี อยู่ที่ 16 ล้านบาร์เรล หากให้ใช้ฟรีๆ จะสามารถตอบสนองความต้องการทั่วประเทศ ได้เพียง 16 วัน เปรียบเหมือนเอาแมลงหวี่ไปช่วยปลาวาฬ
กำลังการผลิตของโรงกลั่นน้ำมันฝาง จึงไม่อาจตอบสนองต่อปริมาณความต้องการของประเทศ ซึ่งแม้บริเวณแอ่งฝางที่พบน้ำมันดิบ จะมีพื้นที่ครอบคลุมถึง 900 ตารางกิโลเมตร แต่จุดที่พบน้ำมันดิบจะกระจัดกระจาย และมีปริมาณไม่มาก อย่างไรก็ตาม กำลังการผลิตในระดับนี้ กลับสำคัญอย่างยิ่งในการตอบสนองความต้องการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของกองทัพ โดยเฉพาะ ในภาวะสงคราม และการสนับสนุนภารกิจความมั่นคง
ในปัจจุบัน น้ำมันที่กลั่นได้ จะถูกนำไปขายเพื่อนำรายได้กลับมาใช้บริหารทั้งจ่ายเงินจ้างข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง และนำไปใช้พัฒนาบุคลากร เช่น ส่งไปศึกษาต่อ เพื่อให้มีองค์ความรู้ที่จำเป็น และนำเงินมาบำรุงรักษาเครื่องมือ และอุปกรณ์ที่สามารถใช้งานได้
นอกจากนี้ คุณภาพน้ำมันดีเซลที่สามารถผลิตได้จากโรงกลั่นน้ำมันฝาง ยังเป็นน้ำมันที่มีกำมะถันเจือปน มีปัญหาด้านการก่อมลพิษคือก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์จากไอเสีย ไม่สามารถนำไปใช้ตามมาตรฐานยูโรไฟว์ (EURO 5) ของกรมธุรกิจพลังงานได้
อาจต้องนำเงินส่วนหนึ่งมาพัฒนาและปรับปรุงโรงกลั่นน้ำมันเพื่อให้ได้มาตรฐานดังกล่าว ซึ่งเบื้องต้นคาดว่า จะอยู่ที่ 300 ล้านบาท จึงอาจกล่าวได้ว่า การบริหารงบประมาณในปัจจุบันเป็นไปตามแบบเศรษฐกิจพอเพียง
ปัจจุบัน ลูกค้าของหน่วยเป็นหน่วยทหาร ได้แก่ มณฑลทหารบก 33 และมณฑลทหารบก 310 ซึ่งสองหน่วยนี้ จะจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้กับกองพันนเรศวร และกองกำลังผาเมือง ซึ่งเป็นหน่วยป้องกันชายแดน รวมทั้งยุทโธปกรณ์ป้องกันชายแดน ก็ใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของโรงกลั่นฝางด้วย ฉะนั้น ภารกิจที่สำคัญด้านหนึ่งของแท่นขุดเจาะน้ำมันฝาง คือการผลิตน้ำมันเพื่อภารกิจด้านความมั่นคง ในการป้องกันชายแดนไทย
พล.ต.มนตรี กล่าวอีกว่า ในอดีต หน่วยเคยมีรายได้สะสมถึง 3,000 ล้านบาท ขณะที่บางช่วง ก็เหลือรายได้สะสมเพียง 400 ล้านบาท ปัจจุบัน จึงมีการวางยุทธศาสตร์ไว้ว่า จะต้องมีรายได้สะสม อยู่ไม่ต่ำกว่า 550 ล้านบาท เพื่อสำรองเป็นเงินชดเชยให้กับลูกจ้าง
ในกรณีที่แย่ที่สุดนั่นคือน้ำมันจากแอ่งฝางหมด หรือเงินอุดหนุนตกต่ำมาก จนจำเป็นต้องยุบบางส่วนหรือบางแผนก และเนื่องจากน้ำมันเป็นทรัพยากรที่มีวันหมด ซึ่งจากองค์ความรู้ในปัจจุบัน ปริมาณน้ำมันที่เหลือของแอ่งฝางในขณะนี้ ยังประเมินได้ยากว่าจะหมดเมื่อไหร่ อาจจะอยู่ได้อีกอย่างน้อยประมาณ 50 ปี ซึ่งประเมินจากองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ การคำนวณจากขั้นตอนการขุดเจาะที่ปัจจุบันแอ่งฝางอยู่ในขั้นทุติยภูมิ และด้านสถิติในปัจจุบัน
นอกจากนั้น หน่วยฯ ยังมองไปถึงด้านการผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาด จากพลังงานความร้อนใต้ดินในบ่อขุดเจาะ ซึ่งได้ทดลองนำน้ำร้อนที่สูบขึ้นมาพร้อมกับน้ำมันดิบ มาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า แต่การดำเนินงานยังมีอุปสรรคคือพลังงานความร้อนที่มากับน้ำในบ่อขุดเจาะมีน้อยเกินไป สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ 2-3 พันวัตต์ ซึ่งไม่คุ้มค่าในการเดินเครื่องผลิต หากจะพัฒนาต่ออาจต้องนำน้ำร้อนจากหลายๆ หลุมขุดเจาะมารวมกัน ต้องลงทุนเรื่องท่อนำส่ง หรืออาจดึงเฉพาะพลังงานความร้อนมาใช้โดยเฉพาะ
จากกรณีที่ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการถ่ายโอนธุรกิจของกองทัพ เดินทางมาตรวจเยี่ยมหน่วยฯ ก่อนหน้านี้ ได้ชี้แจงถึงข้อมูลเหล่านี้แล้ว ซึ่งส่วนใหญ่มีความเข้าใจถึงการดำเนินงานต่างๆ มากขึ้น แต่บางส่วนก็ยังมีข้อกังขา เช่น ปริมาณผลิตน้ำมันดีเซล 30,000 ลิตร ต่อวัน น้อยเกินไปหรือไม่
ซึ่งยืนยันว่าผลิตได้เท่านี้จริงๆ รวมถึงการตั้งข้อสังเกตถึงการดำเนินการของหน่วยฯ ว่ากองทัพไม่ได้มีหน้าที่ในด้านการผลิตพลังงานเชื้อเพลิงนั้น ก็เป็นเหตุผลสืบเนื่องจากภาวะต่าง ๆ ใน พ.ศ.2499 ที่หน่วยก่อตั้ง หากจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน หรือต้องโอนย้ายข้ามกระทรวง เกรงว่าบุคลากรที่หน่วยฯ สร้างมา จะเกิดปัญหาสมองไหล พากันย้ายไปอยู่กับภาคเอกชนหมด ด้วยแรงจูงใจทั้งการเติบโต และค่าตอบแทนที่มากกว่า
ทั้งนี้ พล.ต.มนตรี กล่าวถึงการดำเนินการของโรงกลั่นน้ำมันฝางในปัจจุบัน ว่าไม่ได้ใช้งบประมาณของรัฐบาลเลยแม้แต่น้อย นโยบายในการดำเนินการ คือใช้ต้นทุนให้น้อยที่สุด เพราะหน่วยฯ มีงบประมาณจำกัด โดยเฉพาะต้นทุนในการกลั่นน้ำมันต่อวัน ต้นทุนจ้างบุคลากรไปเป็นตัวแทนจำหน่าย ซึ่งจากการประเมินคร่าวๆ จะอยู่ที่ราว 1 ล้านบาทต่อวัน
ซึ่งต้นทุนก็ไม่ใช่งบประมาณของรัฐ แต่เป็นงบประมาณประจำปีของหน่วยงานราว 300 ล้านบาท และเป้าหมายก็ไม่ใช่เพื่อการทำเงินสูงสุด แต่ต้องการให้หน่วยงานสามารถอยู่ได้นานที่สุดด้วยงบประมาณที่จำกัดนี้ เพื่ออยู่สำรองน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ให้กับกองทัพ ในยามจำเป็น
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผอ.ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียม บ่อน้ำมันฝาง แจงยิบ น้ำมันมีไว้เพื่อความมั่นคง เผย 1 วันผลิตได้เท่าไหร่
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th