ป.ป.ช.มุกดาหาร แจงปม 'สุวรรณี' นายกเทศมนตรี ฟ้องกรณีชี้มูล ตั้งลูกสาวเป็นเลขาฯ
ป.ป.ช.มุกดาหาร แจงปม ‘สุวรรณี’ นายกเทศมนตรี ฟ้องกรณีชี้มูล ตั้งลูกสาวเป็นเลขาฯ
เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม นายนิรุท สุขพ่อค้า ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดมุกดาหาร แถลงถึงกรณี นางสุวรรณี ตั้งปณิธานนท์ ตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร เป็นโจทก์ฟ้องกรรมการ ป.ป.ช.กับพวก รวม 8 คน เป็นจำเลย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 4 ในฐานความผิดตามมาตรา 157 กรณีรื้อฟื้นนำคดีที่โจทก์เคยถูกร้องเรียนเรื่องการแต่งตั้ง น.ส.พลอยพชร ตั้งปณิธานนท์ ซึ่งเป็นบุตรสาว ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร
และต่อมาอัยการสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว แต่จำเลยกับพวกกลับร่วมกันกลั่นแกล้งโจทก์อย่างไม่เป็นธรรม ว่า เรื่องนี้สืบเนื่องมาจากมีผู้ร้องเรียนกล่าวหานางสุวรรณีว่ากระทำความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต กรณีที่แต่งตั้ง น.ส.พลอยพชร ซึ่งเป็นบุตรสาวของโจทก์ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร โดยที่ น.ส.พลอยพชร ไม่เคยมาปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับแต่งตั้ง แต่ยังคงได้รับค่าตอบแทนในตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารเป็นรายเดือนเต็มเดือน ตั้งแต่เดือน ม.ค.57 ถึงเดือน เม.ย.57
นายนิรุทกล่าวว่า ภายหลังที่คณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนและรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งได้มีหนังสือเชิญนางสุวรรณี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 น.ส.พลอยพชร ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 มาชี้แจงหรือให้ข้อเท็จจริง แต่ผู้ถูกกล่าวหาทั้งสองมิได้เดินทางมาให้ถ้อยคำ และมิได้ชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อหักล้างในประเด็นที่คณะไต่สวนเบื้องต้นได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบแต่ประการใด ส่งผลให้ในเวลาต่อมาคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้พิจารณาสำนวนไต่สวนเบื้องต้นของคณะไต่สวนเบื้องต้นที่เสนอ โดยเห็นว่าการที่ น.ส.พลอยพชร ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร ตามคำสั่งเทศบาลเมืองมุกดาหาร ที่ 789/2556 นั้น
เป็นช่วงระยะเวลาที่ น.ส.พลอยพชร เป็นนิสิตชั้นปีที่ 3 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิชาวิศวกรรมอากาศยาน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และได้ลงทะเบียนเรียนในภาคการศึกษาปลายในช่วงเดือน ม.ค.ถึงเดือน พ.ค.57 จำนวน 6 วิชา ซึ่งจะต้องเข้าเรียนตลอดภาคการศึกษาปลายปีการศึกษา 2556 ในรายวิชาต่างๆ ทุกวันจันทร์ วันอังคาร วันพุธ วันพฤหัสบดี และวันเสาร์ ซึ่งต้องเข้าเรียนในทุกรายวิชาทุกสัปดาห์ จึงเชื่อได้ว่า น.ส.พลอยพชร ได้เข้าเรียนตามวิชาที่ลงทะเบียนเรียนในทุกสัปดาห์ และไม่สามารถขาดเรียนเพื่อปฏิบัติงานในเดือนนั้นตั้งแต่ 20 วันขึ้นไป ในช่วงเดือน ม.ค.57 ถึงเดือน เม.ย.57 ได้อย่างแน่แท้ จึงไม่มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนในตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารเป็นรายเดือนเต็มเดือนได้
นายนิรุทกล่าวว่า นางสุวรรณีย่อมทราบดีว่า น.ส.พลอยพชร ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหารในระหว่างที่ศึกษาในชั้นปีที่ 3 ภาคการศึกษาปลายปีการศึกษา 56 ได้ แต่กลับไม่ดำเนินการออกคำสั่งให้ น.ส.พลอยพชร พ้นจากตำแหน่งเลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองมุกดาหาร หรือระงับการเบิกจ่ายค่าตอบแทนให้กับ น.ส.พลอยพชร ที่จ่ายไปในอัตราเดือนละ 15,750 บาท ระยะเวลา 4 เดือน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 63,000 บาท เป็นเหตุให้เทศบาลเมืองมุกดาหารหรือทางราชการได้รับความเสียหาย ซึ่งเป็นความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ด้วยคะแนนเสียง 6 เสียง ว่า นางสุวรรณีมีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และการกระทำของ น.ส.พลอยพชร มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91
นายนิรุจกล่าวว่า ทั้งนี้ ได้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับนางสุวรรณี และ น.ส.พลอยพชร ตั้งปณิธานนท์ และส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐานและคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางสุวรรณี และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบด้วย และให้แจ้งเทศบาลเมืองมุกดาหาร อำเภอเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง
นายนิรุจกล่าวว่า ด้วยเหตุผลตามที่ได้กล่าวมาข้างต้น การดำเนินการไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดโจทก์ในฐานะที่เป็นผู้ถูกกล่าวหาในเรื่องที่ไต่สวน เป็นการดำเนินการโดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติมาตรา 63 มาตรา 64 มาตรา 65 และมาตรา 66 ที่ระบุให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีอำนาจสั่งการอย่างใดอย่างหนึ่ง หรืออาจเรียกสำนวนการไต่สวน หรือสอบสวนมาเพื่อดำเนินการได้ โดยจะดำเนินการไต่สวนใหม่ทั้งหมด หรือนำผลการไต่สวนหรือสอบสวนของหน่วยงานของรัฐนั้นทั้งหมดหรือบางส่วนมาถือเป็นการไต่สวนของคณะกรรมการ ป.ป.ช.ก็ได้ ในกรณีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ไม่เห็นด้วยกับผลการดำเนินการตามรายงานตามมาตรา 65 แม้เรื่องดังกล่าวมิได้มีลักษณะเป็นความผิดร้ายแรงก็ตาม การไต่สวนและวินิจฉัยชี้มูลความผิดดังกล่าวจึงมิได้เป็นการกระทำในลักษณะที่เป็นการกลั่นแกล้ง หรือมุ่งหมายให้เกิดความเสียหายแก่โจทก์แต่ประการใด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ป.ป.ช.มุกดาหาร แจงปม ‘สุวรรณี’ นายกเทศมนตรี ฟ้องกรณีชี้มูล ตั้งลูกสาวเป็นเลขาฯ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th