โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

อาการน่าหงุดหงิดใจของคนเป็นภูมิแพ้

Health Addict

อัพเดต 15 พ.ย. 2565 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2565 เวลา 02.35 น. • Health Addict
พอพูดถึง 'ภูมิแพ้' ทีไรก็รู้สึกหงุดหงิดใจทุกครั้งเลย นั่นเป็นเพราะว่าอาการของโรคภูมิแพ้มักจะกระทบกับการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหา ก่อนที่ทุกอย่างจะเรื้อรังและสายเกินแก้!

เมื่อพูดถึง ‘ภูมิแพ้’ หลายคนก็รู้สึกหงุดหงิดใจขึ้นมาโดยทันที ความจริงก็คือ โรคภูมิแพ้ เป็นอาการที่ค่อนข้างส่งผลกับการใช้ชีวิตประจำวัน บางคนมีอาการขึ้นมาทีนึงก็เรียกว่าหนักหน่วงเลยทีเดียว โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืน เราทุกคนมักมีอาการภูมิแพ้กำเริบทุกที! ปล่อยไว้แบบนี้ไม่ดีแน่ ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหา ก่อนที่ทุกอย่างจะเรื้อรังและสายเกินแก้

# เข้าใจโรคภูมิแพ้กันก่อน
ปัจจุบันโรคภูมิแพ้ถือเป็นอุบัติการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คลินิกคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ ระบุว่า อเมริกามีประชากรกว่า 50 ล้านคน ชาวอเมริกาจำนวนกว่า 1 ใน 6 ของประชากรทั้งหมด เป็นโรคภูมิแพ้และยังคงเพิ่มสูงขึ้นในทุกช่วงอายุ ทุกเพศ และทุกเชื้อชาติ
‘ภูมิแพ้’ เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อร่างกายของเรา ลักษณะของภูมิแพ้ภายในร่างกายของเราก็มีหลากหลายส่วนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจ โรคภูมิแพ้ของระบบผิวหนัง โรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินอาหาร และโรคภูมิแพ้ของระบบอื่นๆ สำหรับโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจที่มีผู้ป่วยภูมิแพ้เป็นกันมากที่สุดและมีอุบัติการณ์ที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเกิดจากร่างกายของเรามีปฏิกริยาต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ต่างๆ เช่น ไรฝุ่น ขนสัตว์ เกสรดอกไม้ แมลงสาบ เชื้อราในอากาศ หรือสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปก็ส่งผลได้เช่นกัน และปัจจัยเรื่องสภาพแวดล้อมก็มีความสำคัญ อาทิ ฝุ่น PM 2.5 สภาพอากาศที่เลวร้าย ควันรถยนต์บนท้องถนน ถือเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยากในการใช้ชีวิตของคนเมือง
นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องพันธุกรรมของคนในครอบครัวก็เป็นส่วนสำคัญไม่แพ้กัน หากพ่อหรือแม่ของเราเป็นภูมิแพ้ เราจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้ 30% ถ้าทั้งพ่อและแม่ของเราเป็นภูมิแพ้ทั้งคู่ เราจะมีโอกาสเป็นภูมิแพ้สูงถึง 60-70% เลยทีเดียว ในส่วนของอาการภูมิแพ้ที่เกิดจากการสัมผัสหรือการใช้ผลิตภัณฑ์จะไม่ถือว่าเป็นภูมิแพ้ที่เกิดจากพันธุกรรม เช่น ลมพิษ การแพ้จากการสัมผัสสิ่งต่างๆ แพ้เครื่องสำอาง แพ้เครื่องประดับ เป็นต้น
# อาการที่อาจเกิดขึ้น เมื่อคุณเป็นภูมิแพ้
อาการที่สามารถพบได้บ่อยของโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ หรือหลายคนมักเรียกว่าแพ้อากาศ ได้แก่ อาการจาม น้ำมูกไหล คัดจมูก แสบจมูก อาการเหล่านี้อาจไม่รุนแรงและอาจจะเป็นๆ หายๆ แต่ก็น่าหงุดหงิดใจไม่ใช่น้อย จนรบกวนการทำงาน การเรียนและการใช้ชีวิตประจำวันของเรา ทั้งนี้บางคนอาจมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น อาการหวัด ไอ เจ็บคอ มีเสมหะ หรืออาจจะมีอาการเหนื่อยหอบ ไม่มีแรง

# แนวทางการรักษาโรคภูมิแพ้
ในปัจจุบันแม้โรคภูมิแพ้จะไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้เหมือนกับโรคทางกายอื่นๆ แต่เราสามารถบรรเทาอาการให้ดีขึ้นได้ ซึ่งก็ช่วยให้เราสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เหมือนคนธรรมดาทั่วไปและทำทุกอย่างได้ปกติ
1. ทานยาตามคำแนะนำของแพทย์
โดยปกติผู้ป่วยภูมิแพ้จะมียาสำหรับบรรเทาอาการแพ้อยู่แล้ว ซึ่งการรับประทานยาก็ควรรับประทานอย่างต่อเนื่องและควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้เพื่อให้อาการแพ้นั้นเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และมีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่ไม่ยอมทานยาจนทำให้อาการภูมิแพ้ไม่ได้ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น
2. การทดสอบ Allergy Skin Prick Test
บางครั้งเราเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองนั้นแพ้อะไร ดังนั้นการหาสาเหตุที่แท้จริงของอาการแพ้เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ทำการรักษาและระมัดระวังสารก่อภูมิแพ้ได้อย่างตรงจุด ยกตัวอย่างเช่น เรามีอาการแพ้ไรฝุ่นในห้องนอนของเรา เราอาจจะมีแผนในการทำความสะอาดห้องนอนเราให้บ่อยขึ้น เลือกติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องนอน หรือเลือกซื้อเครื่องดูดไรฝุ่นมาใช้งาน เป็นต้น
3. วัคซีนป้องกันโรคภูมิแพ้
อีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ บางครั้งเราอาจระมัดระวังและหลีกเลี่ยงสารที่ก่อภูมิแพ้แล้ว แต่อาจจะทำได้ยาก เช่น สภาพภูมิอากาศ ไรฝุ่นไมครอนเล็กๆ ที่ไม่สามารถเห็นได้ด้วยตาเปล่า ควันรถ ควันบุหรี่ต่างๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากตัวเรา ซึ่งการฉีดวัคซีนป้องกันก็ช่วยให้เรามีภูมิคุ้มกันเพิ่มมากขึ้น และช่วยลดความเสี่ยงที่อาจเกิดกับตัวเราได้ดีเยี่ยม
# ดูแลตัวเองยังไงดี ให้ห่างไกลอาการภูมิแพ้กำเริบ
จริงๆ วิธีการดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยภูมิแพ้นั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร แต่จะต้องทำเป็นประจำให้เป็นความเคยชิน ให้เปรียบเสมือนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของเราที่จะต้องทำและระมัดระวังให้มากขึ้น โดยสามารถทำตามได้ไม่ยากเลย
1. การหลีกเลี่ยงการสัมผัสสิ่งที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ (หากเรารู้แล้วว่าเราแพ้อะไร)
วิธีที่ง่ายที่สุดของโรคภูมิแพ้คือการหลีกเลี่ยงการปะทะ หากเราแพ้อะไรเราไม่ควรพาตัวเองไปเสี่ยงกับสิ่งเหล่านั้น เท่านี้ก็สามารถลดความเสี่ยงได้
2. ล้างและทำความสะอาดจมูกอย่างสม่ำเสมอ
เมื่อเราเป็นภูมิแพ้ อาการยอดฮิตที่เรามักเป็นกันคือ อาการจาม คัดจมูก จมูกแน่น หรือมีน้ำมูกไหลตลอดเวลา ซึ่งการล้างจมูกถือเป็นอีกหนึ่งวิธีของคนเป็นภูมิแพ้ และแน่นอนว่าทุกคนจะมีทักษะที่ยอดเยี่ยมในการล้างจมูกด้วยน้ำเกลืออย่างชำนาญ
3. พักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
การพักผ่อนให้เพียงพอก็ยังเป็นสิ่งที่สำคัญในทุกๆ ความเสี่ยง นอกจากนี้เราไม่ควรละเลยการออกกำลังกาย เพราะทั้ง 2 อย่างจะช่วยให้ร่างกายเราแข็งแรงและมีภูมิต้านทานต่อโรคได้ดียิ่งขึ้นด้วย
ถึงแม้ว่าโรคภูมิแพ้จะยังไม่วิธีการรักษาให้หายขาดได้ แต่เราก็สามารถลดความรุนแรงของอาการภูมิแพ้ลงได้ เพียงแค่ดูแลตัวเองให้ดีอยู่เสมอ ทานยาให้ตรงเวลาและปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ประจำตัวอย่างเคร่งครัด เพียงเท่านี้คุณก็จะใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข
สนใจ แพ็กเกจตรวจสุขภาพ คลิก!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...