สภาทนายจับมือ ส.อบต.ตั้งทนายฯอาสาประจำสภาตำบลทั่วประเทศ เริ่มภาคกลาง
“ถวัลย์” นายกสภาทนายความลงนามเอ็มโอยู สมาคม อบต.จัดทนายความช่วยเหลือทางกฎหมาย อบต.โดนคดีโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ทั้งประเทศ 5,300 อบต. “อนุพร” ผู้สมัครนายกสภาคนต่อไปลั่นหากได้รับเลือกสานต่อนโยบายชี้การให้คนเข้าถึงกฎหมายเป็นหัวใจลดความเหลื่อมล้ำช่วยประชาชนรากหญ้าเข้าถึงกฎหมาย
เมื่อเวลา 14.35 น.วันที่ 7 สิงหาคม 2565 ที่สภาทนายความในพระบรมราชูปภัมภ์ บางเขน สภาทนายความฯร่วมกับสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบล แห่งประเทศไทยลงนามความร่วมมือ เพื่อจัดตั้งทนายความอาสาประจำสภาตำบลทั่วประเทศ โดยมีทนายความเเละบุคลากรสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลฯเข้าร่วมงานคับคั่ง
โดยมีตัวเเทนสภาทนายความประกอบด้วย ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ รุยาพร นายกสภาทนายความ เเละนายเกียรติศักดิ์ เหลืองอังกูร อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย เเละนายเสาวภักดิ์ สกุลโรมวิลาส อุปนายกฝ่ายบริหาร
ส่วนสมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย มีนายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะประธานที่ปรึกษาสมาคม อบต. เเละ ผศ.(พิเศษ) ดร.วิระศักดิ์ ฮาดดา นายกสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย, ดร.ประสพโชค นิ่มเรือง ที่ปรึกษานายกสมาคม อบต. โดยมีนายอนุพร อรุณรัตน์ ที่ปรึกษาสภาทนายความร่วมเป็นสักขีพยาน
ว่าที่ร้อยตรี ดร.ถวัลย์ นายกสภาทนายความฯกล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญที่ได้ทำเอ็มโอยูกับสมาคม อบต.ซึ่งภารกิจหลักของการช่วยเหลือประชาชน การเซ็นเอ็มโอยูวันนี้จะมีประโยชน์ เพราะ อบต.มีคนเยอะ ทั้งประเทศมี 5,300 อบต. วันนี้มีความสำคัญที่จะช่วยเหลือทางกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นคดีที่เกี่ยวกับทุจริต จัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งตนก็มีการอบรมบุคลากรทนายความเพื่อเชี่ยวชาญในด้านนี้ เพราะคดีอาญาคดีทุจริตจะรวมไปถึงเอกชนที่ไม่ใช่ราชการด้วย ก็เป็นเรื่องที่ราชการต้องระวังไม่ให้เกิดเหตุนี้ขึ้น เเม้ตนจะหมดวาระก็ยังเชื่อว่าโครงการยังดำเนินการไปต่อ
นายชัชวาลล์ คงอุดม หัวหน้าพรรคพลังท้องถิ่นไทกล่าวว่า ภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับสภาทนายความ บางคนเข้ามาดำรงตำเเหน่งใหม่ๆ ก็อาจจะกลัวว่าถูกตรวจสอบจากการทำหน้าที่ทั้งจาก ป.ป.ช., ปปง., สตง.การที่สมาคม อบต.ได้ทนายความ เข้ามาช่วยถือเป็นเรื่องดีเพื่อป้องกันการกระทำที่จะทำผิดกฎหมายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ก็ถือเป็นการเเบ่งเบาในเรื่องนี้
ดร.วิระศักดิ์ นายกสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย กล่าวว่าทางสมาคมได้รับการร้องเรียน มาจาก 5,300 เเห่งเรื่องคดี เเละไม่มีทนายความเเละต้องสู้คดีเพียงลำพัง เเละได้รับคำปรึกษา นายชัชวาลล์ เเละได้คุยกับนายยกสภาทนาย จึงมาทำเอ็มโอยูเพื่อทำประโยชน์กับพี่น้อง อบต.เเละประชาชนโดยทำเอ็มโอยูวันนี้ตรงกับวันสำคัญคือ วันรพี โดยเชื่อว่าการที่เราได้เซ็นเอ็มโอยูวันนี้เเล้ว เเม้พ้นยุค ดร.ถวัลย์ ก็เชื่อว่าเมื่อถึงยุคนายอนุพร อรุณรัตน์ ที่ปรึกษาสภาทนายความในฐานะผู้สมัครนายกสภาทนายความ หมายเลข 4 หากได้รับเลือกเป็นนายกสภาทนายความต่อก็จะสานต่อโครงการนี้ ส่วนเรื่องงบประมาณทั้ง 2 องค์กรก็จะมีการหาทางเสนอเเก้ไขกฎหมาย เพื่อจัดหางบมาอุดหนุนโครงการนี้ เเละต่อไปเชื่อว่าจะขยายไปทั้ง อบจ.เเละเทศบาลในอนาคต
“นายก อบต.ที่เข้ามาใหม่เเทบไม่รู้เรื่องกฎหมาย บางทีทำไปโดยไม่รู้ว่าผิดกฎหมายขอฝากให้โครงการนี้มีต่อไปเรื่อยๆ”
ดร.ประสพโชค นิ่มเรือง ที่ปรึกษานายกสมาคม อบต.กล่าวว่า ประชาชนคนใน อบต.ไกลๆ ยังลำบากเเละไม่มีความรู้ข้อกฎหมายกันเยอะการได้สภาทนายความมาช่วยเหลือถือเป็นเรื่องที่ดีมาก
นายเกียรติศักดิ์ อุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย กล่าวว่า การช่วยเหลือกฎหมายประชาชนเป็นหน้าที่สภาทนายความ ปัจจุบันเราได้ขยายเครือข่ายเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ การเซ็นเอ็มโอยูวันนี้เป็นการขยายพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้มากขึ้น ทุกท้องที่ไม่ว่าจะอยู่ห่างไกลเเละขาดความข่วยเหลือตรงนี้จะเป็นอีกบทบาทที่สภาทนายจะได้เข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น
นายเสาวภักดิ์กล่าวว่า สมัยเเรกที่ ดร.ถวัลย์เป็นนายกสภาทนายความ ตนเป็นอุปนายกฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย ก็เข้าใจว่าปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมานาน สมัยก่อนคนจะโดนหลอกคนเดียว สมัยนี้มีขบวนการที่หลอกคนทีเป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเราก็ช่วยเหลือไปอย่างเช่นคดีที่ศาลจังหวัดนางรองศาลก็ยกฟ้องประชาชน ในฐานะที่เมื่อทำเอ็มโอยู อบต.เบื้องต้นเราก็สนับสนุนหนังสือกฎหมายไปยัง อบต.ทั่วประเทศเพื่อเพิ่มความรู้
นายอนุพร อรุณรัตน์ ที่ปรึกษาสภาทนายความ ฐานะผู้สมัครนายกสภาทนายความ หมายเลข 4 กล่าวว่าภายหลังเซ็นเอ็มโอยู เรื่องแรกที่จะทำ จะทำอย่างไรที่จะจัดให้มีทนายความอาสา ไปนั่งอยู่ที่องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต.ทั่วประเทศ ซึ่งจะได้มีการพูดคุยในเรื่องรายละเอียดในเรื่องนี้ต่อไป เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องที่สำคัญก็คือเรื่องของค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียม หรือเค้าเรียกว่าเงินรางวัลก็ได้ ซึ่งเรื่องนี้นี้ก็อาจจะต้องรบกวนทางสมาคม อบต.ต่อที่อาจจะต้องไปพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับระเบียบงบประมาณในการที่จะให้มีทนายอาสาไปที่ประจำอยู่ อบต.ซึ่งก็คุยกันในเรื่องละเอียดต่อ หรืออาจจะต้องมีการขับเคลื่อน หรือขอแก้ไขระเบียบต่างๆ ภาครัฐทนายความก็จะพร้อมเป็นที่ปรึกษาให้ในเรื่องนี้ เรื่องที่ 3 เรื่องสำคัญที่สุดตามที่นายกสมาคม อบต.ต่อได้พูดไว้เมื่อสักครู่นี้ทุกวันนี้ คือการประชาชนรากหญ้าไม่เข้าถึงกฎหมายและไม่เข้าถึงการยุติธรรม ถึงเข้าถึงกฎหมาย หรือการยุติธรรมแต่ก็ยังไม่มีความ หรือแก้ไขปัญหาสิทธิและเสรีภาพของตัวเองมากพอทำให้การตัดสินใจของบรรดาประชาชนรากหญ้าบางครั้งก็ตัดสินใจที่ผิด หรือตัดสินใจทั้งที่ตัวเองรู้หรือไม่รู้ นี่เป็นการไม่เข้าถึงกฎหมาย หรือการเหลื่อมล้ำในเรื่องของกฎหมายยุติธรรมความเหลื่อมล้ำที่ร้ายกาจที่สุดและรุนแรงที่สุดกระทบถึงทุกคนในครอบครัวคือการเหลื่อมล้ำที่ไม่สามารถเข้าถึงกฎหมายและการยุติธรรมในบ้านเมืองได้ สภาทนายจะทำความเข้าถึงและเข้าใจร่วมกับสมาคม อบต.ในโครงการที่มีการลงนามในวันนี้
เมื่อถามว่า หลังจากเอ็มโอยูในครั้งนี้จำนวนทนายความจะพอเพียงไปนั่ง อบต.ทั้ง 5,300 คนหรือไม่ นายอนุพร กล่าวว่าเรื่องกำลังทนายความ จำนวน 5,300 ที่นายกสมาคม อบต.ได้แจ้งเมื่อสักครู่นั้น ผมแจ้งว่ากำลังเรานั้นพร้อม เรามีกำลังคนของสมาคมเราทั่วประเทศ 90,000 เศษ แต่เลือกประกอบอาชีพโดยตรงจำนวน 3-4 หมื่นเศษ วันนี้เรามีทนายความที่พร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนและพร้อมทำอะไรก็แล้วแต่ให้ประชาชนเข้าถึงกฎหมาย ตนเชื่อว่าวันนี้ประชาชนรากหญ้าจำนวนหลายสิบล้านคนในประเทศ ที่มีความประสงค์ที่จะเข้าถึงตัวแทนทางกฎหมายคือทนายความเหมือนกัน ตรงนี้ต้องคิดว่าทำอย่างไร ที่จะทำให้ดีมานด์มาเจอกับซัพพลาย วันนี้เป็นเริ่มนิมิตหมายที่ดีที่ประธานที่ปรึกษาชัชวาลหรือ นายกสมาคม อบต.เข้ามาร่วมเป็นโอกาสที่ดีมากประเทศชาติจะพัฒนาเมื่อประชาชนได้เข้าถึงตัวแทนทางกฎหมายนี่
เมื่อถามถึงค่าตอบแทนทนายความประจำ อบต.จะให้เกณฑ์อย่างไร จะเท่ากับค่าตอบแทนทนายประจำโรงพักหรือไม่ นายอนุพรกล่าวว่า ค่าตอบแทนที่มีอยู่ขณะนี้เป็นมาตราฐานก็คือจำนวน 1,000บาทต่อ1วัน ทุกพื้นที่จริงๆ แล้วค่าตอบแทนไม่ใช่เป็นเรื่องสาระสำคัญในหัวใจของทนายความอาสา แต่เรื่องที่ได้สนองคุณในพระราชบัญญัติทนายความที่กำหนดให้ทนายความเรานั้นเป็นผู้ที่จะต้องช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย หรือประชาชนเข้าถึงกฎหมายเป็นสาระสำคัญรวมทั้งรัฐธรรมนูญในราชอาณาจักรไทยปัจจุบันนี้ได้กำหนดไว้ว่า จะต้องให้มีทนายความอาสาช่วยเหลือประชาชนนั่นเป็นเรื่องที่รัฐสภาโดยอำนาจของประชาชนได้มอบเกียรติมอบสิทธิมอบการผดุงเกียรติเหล่านี้ให้พวกเราวิชาชีพ ซึ่งเป็นสาระสำคัญมากไปกว่าค่าตอบแทน ส่วนค่าตอบแทนจะเป็นจำนวนเท่าไหร่นั้นอยู่ที่ว่าทางคณะนายกฯกับทางคณะกรรมการสมาคม หรือประธานที่ปรึกษาจะได้ไปพิจารณากันก็คงจะได้มีการหารือในเรื่องเหล่านี้ต่อไป ต้องขอขอบคุณล่วงหน้าเป็นขวัญและกำลังใจให้คนเหล่านั้นได้มีค่ารถค่าเดินทางแต่หัวใจทนายความอาสานั้นคือหัวใจเพื่อประชาชนอยู่แล้ว
เมื่อถามว่า ที่ทางสมาคม อบต.กังวลว่า หากพ้นกรรมการบริหารสภาทนายความสมัย ดร.ถวัลย์ไปจะไม่มีใครขับเคลื่อนโครงการต่อ นายอนุพร ที่ปรึกษาสภาทนายความ กล่าวว่าทั้งชีวิตที่ตนอยู่ในวิชาชีพทนายความมา 45 ปี ต้นทำเพื่อช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมายเป็นพื้นฐานเดิมอยู่แล้ว ไม่เคยคิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไป และเชื่อว่าทนายความอาสาที่ได้รับการอมรมบ่มเพาะ จะสนองตามรัฐธรรมนูญและกฎหมายที่รัฐสภาที่ได้ อำนาจของประชาชนในการตรากฎหมายพร้อมที่จะช่วยเหลือประชาชนทุกคนและทุกองค์กร และหากตนได้เข้ามาบริหารสภาทนายความแห่งนี้ก็พร้อมที่จะสานต่อ อย่างประโยคที่ได้ฟังวันนี้เป็นเรื่องน่าขนลุกที่ว่าประชาชนรากหญ้าไม่เข้าถึงกฎหมาย เท่ากับว่าเป็นการไม่รู้ถึงสิทธิและหน้าที่ ทั้งที่รัฐบาลนู้นบัญญัติไว้ว่าประชาชนต้องเข้าถึงกฎหมาย แต่ในความจริงหาได้เป็นเช่นนั้นไม่ ต้องขอบคุณนายกสมาคม อบต.และประธานที่ปรึกษาที่ได้เล็งเห็น ความสำคัญของประชาชนโดยตรง และหากตนได้รับเลือกเป็นนายกสภาทนายความก็ขอตอบแทนทนายความทุกคนเลยว่าไม่มีใครที่จะปฏิเสธในเรื่องนี้
เมื่อถามถึงเรื่องการอบรมพัฒนาทนายความเรื่องความรู้ความเข้าใจในเรื่องกฎหมายที่มีการเปลี่ยนเเปลงเเละซับซ้อนมากขึ้น นายอนุพร ระบุว่าวันนี้ที่ ดร.ถวัลย์ได้ขับเคลื่อนทนายความอาสา มีการอบรมอยู่แล้ว แต่เพื่อเป็นการไม่ซับซ้อนและคลุมเครือ หน้าที่ของนายกสภาทนายความคนต่อไป จะต้องอบรมเพิ่ม ความรู้ความสามารถในเชิงบริหารการจัดการที่เรียกว่า “นิติทรรศนะ” ในหลายๆแง่มุม รวมกับทนายความอาสาซึ่งเดิมได้รับการอบรมมาอยู่แล้ว เรียกได้ว่าจะได้รับการอบรมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตนได้คุยกับนายกสมาคม อบจ. ว่าต่อไปจะต้องมีการอบรมร่วมกันกับเจ้าหน้าที่และผู้บริหาร อบต. และทนายความเพื่อทำการปรับสมดุลในการเข้ารับรู้ถึงปัญหา เรียกว่าเป็นการอบรมครั้งใหญ่ รวมถึงคดีทางปกครองเพราะเท่าที่ทราบก็มีคดีหลายเรื่องในอบตต่อที่เป็นคดีทางปกครอง คดีทางรัฐธรรมนูญหรือคดีกฎหมายมหาชน จะเห็นได้ว่าโครงการทนายความอาสาประจำสถานีตำรวจก็สามารถช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา ข้อพิพาทประชาชนรวมถึงความเหลื่อมล้ำและเข้าถึงกฎหมาย ความเหลื่อมล้ำที่แท้จริง คือความเหลื่อมล้ำของคนในระดับเดียวกันแต่แตกต่างกัน ในอดีตนักกฏหมายแต่คิดว่าความเหลื่อมล้ำเกิดจากความเหลื่อมล้ำที่คนต่างระดับกัน แต่ความจริงไม่ใช่ เพราะจากที่มีการตั้งทนายเข้าไปช่วยเหลือประชาชนตามกฎหมายตามสถานีตำรวจ ทำให้ทราบว่าคนที่อยู่ในระดับเดียวกัน ทำความเหลื่อมล้ำกันเอง เกิดการแย่งสิทธิรบกวนสิทธิเอาเปรียบกันเองตรงนี้จะน่ากลัวมาก ตนว่าเรื่องเหล่านี้เป็นหัวใจในการประกาศความสำคัญที่จะผลักดันไปสู่รัฐสภาเพราะประเทศจะพัฒนาประชาชนต้องเข้าถึงกฎหมาย
ดร.วิระศักดิ์ นายกสมาคม อบต.แห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังอีกว่า เบื้องต้นจะจัดให้มีการประชุมระหว่างสมาคมอบตต่อกับสภาทนายความในโซนของภาคกลางก่อน เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับผู้บริหารซึ่งตนมั่นใจว่า ตอนนี้การขับเคลื่อนของสององค์กรจะเป็นระบบมากขึ้น ซึ่งในแต่ละตำบลหรืออำเภอก็จะมีทนายความอยู่แล้วแต่ในเรื่องของการสานต่อของทนายความในพื้นที่กับทางสภาทนายความจะต้องเป็นสายที่เหมือนกัน ทาง อบต.เองก็มีการแบ่งสาย เป็นรายภาคต่างๆ โดยมีตัวแทนแต่ละจังหวัดคอยดูแล ในแต่ละเดือนเราจะมีการประชุม อบต.ต่อทุกเดือน ซึ่งตนมั่นใจว่าคดีในแต่ละที่ก็จะคล้ายๆ กัน เราก็จะเอามาดูว่าคดีนี้ใครทำและทำได้หรือไม่ได้อย่างไร ก็จะประสานทางสภาทนายความในการที่จะออกมาช่วยเหลือกัน และจะประสานงานกันโดยตลอด