โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

Business Today Thai Politics 9 กรกฎาคม 2568

Businesstoday

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 19.37 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 12.37 น. • Businesstoday

‘ทักษิณ’ โชว์วิสัยทัศน์ด้าน Soft Power ดันสินค้า OTOP

วันนี้ (9 ก.ค. 68) ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขึ้นกล่าววิสัยทัศน์ในหัวข้อ “Crafting the Future: From OTOP to ThaiWORKS and Beyond” ในงาน “SPLASH – Soft Power Forum 2025” โดยมี นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เป็นพิธีกร ซึ่งได้ให้นายทักษิณได้อธิบายว่า “อะไรคือคิดใหม่ทำใหม่”

นายทักษิณ อธิบายว่า คิดใหม่ทำใหม่ มาจากวิกฤตเศรษฐกิจในประเทศในอดีต และไทยตามไม่ทันโลก เพราะเราอยู่กับที่เดิม ๆ ในขณะที่โลกกำลังเปลี่ยนไป จึงต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ซึ่งคำว่า “ตาดูดาว เท้าติดดิน” ต้องการให้รู้ว่า เราต้องฝัน และบินไปให้ไกล โดยที่ไม่ลืมรากเหง้าของตนเอง ซึ่งเท้าต้องติดดินไว้ เพราะนั่นคือสิ่งที่เป็นรากฐานของเรา และสิ่งที่เติบโตกันมายังคงอยู่ รวมถึงที่เรากำลังปรับตัว และกำลังไปสู่โลกกว้าง เราต้องมั่นใจว่า แข็งแรงพอ นี่คือหลักที่ตนต้องการสื่อสารไปยังคนไทยในวันนี้

นพ.สุรพงษ์ ถามว่า นโยบายที่เคยทำในอดีต เมื่อปี 2544 เช่น นโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรค หรือกองทุนหมู่บ้าน แต่มีหนึ่งนโยบายที่ยึดหลัก “ตาดูดาวเท้าติดดิน” คือ หนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ หรือ OTOP ซึ่งที่มาที่ไปนั้นมาจากไหน นายทักษิณ ระบุว่า มีโอกาสได้เจอคนญี่ปุ่นคนหนึ่ง ได้พูดคุยเรื่อง “อีซองอีปิง” ของญี่ปุ่น หรือแปลว่า หนึ่งหมู่บ้านหนึ่งผลิตภัณฑ์ของประเทศเขา

ซึ่งตนเองเติบโตมาจากลานชินวัตรไหมไทย ที่สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ตนได้เห็นงานฝีมือมาโดยตลอด ซึ่งรู้ว่า สามารถไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ไปได้ไม่ไกล จึงคิดว่า หากเรามีการออกแบบใหม่ ทำตลาดที่ดี สินค้าน่าจะไปได้ไกลกว่านี้ ถ้าอยากทำอะไรที่ให้ชาวบ้านมีส่วนเกี่ยวข้อง สร้างรายได้ จึงคิดว่า โครงการนี้ของญี่ปุ่นเป็นโครงการที่ดี และพบว่าภูมิปัญญาของไทย มีงานฝีมืออยู่ทุกที่ทุกภาคในประเทศ

ซึ่งสามารถนำมาปรับได้ แต่เนื่องจากชาวบ้านไม่สามารถลงทุน หรือหาตลาดได้ หรือออกแบบใหม่ได้ รัฐบาลจึงต้องเข้าไปช่วย ถึงจะได้บริษัทของญี่ปุ่นมาช่วย และได้ข้าราชการของกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงพาณิชย์ มาร่วมด้วย ทำให้โครงการ OTOP ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก

ซึ่งในปีแรก ที่เริ่มต้นทำสินค้า OTOP สามารถขายได้กว่า 2 หมื่นล้านบาท ปีต่อมา ได้กว่า 4 หมื่นล้านบาท และสามารถส่งออกประเทศญี่ปุ่นได้อีกด้วย ซึ่งมีการนำสินค้าไปขายผ่านโทรทัศน์ของญี่ปุ่น ในการจัดรายการทีวีครั้งหนึ่งขายได้หลาย 100 ล้านบาท ซึ่งตนคิดต่อไปว่า เราจะปรับอะไรอีกต่อไปเนื่องจากการศึกษา และบริหาร ของเรามีปัญหา ไทยยังมีแนวคิดแบบต่างคนต่างทำ

จึงคิดว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทยน่าจะยังเป็นจุดแข็ง และหากินได้อีกยาว เพราะโลกยิ่งเปลี่ยนแปลงเท่าไร แต่อยากให้มีสิ่งที่สร้างโดยฝีมือมนุษย์ และรักษาไว้ เพราะปัจจุบันได้พึ่งพาเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ มากมาย จึงคิดว่า เศรษฐกิจสร้างสรรค์จะเป็นจุดแข็งของประเทศไทย นอกเหนือจากการตามไม่ทันเศรษฐกิจด้านเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ตนมีโอกาสได้เจอนายปีเตอร์ ฮาร์แนลในช่วงที่อยู่ต่างประเทศ และได้มีโอกาสเจอกัน จึงชวนมาทำโครงการไทยเวิร์ค เพื่อต่อยอดโครงการ OTOP คิดว่าจะสามารถช่วยคนไทยลงไปในระดับรากหญ้าได้ ขณะที่คนระดับบนยังสามารถต่อยอด การตลาดทางด้านการตลาดการเสริมสร้างผลิตภัณฑ์ต่อไปได้

“แพทองธาร” โต้ “อนุทิน” ปมผู้นำจีน ค้านทำเอนเตอร์เทนคอมเพล็กซ์

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวถึงกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความ ว่าเห็นด้วยกับการถอนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ พ.ร.บ. เอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ พร้อมแฉว่า นายสีจิ้น ผิง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่เห็นด้วยกับเรื่องดังกล่าว ว่า

ทุกประเทศมีความคิดเห็นเป็นของตัวเอง และมีข้อเสนอแนะต่าง ๆ ซึ่งใครก็รับฟัง โดยขณะนั้นในระหว่างการเดินทางไปเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการ นายสีจิ้นผิงได้พูดถึงเรื่องการทำกาสิโนของไทย แต่ได้อธิบายไปว่า ของประเทศไทยเป็นเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ มีกาสิโนเพียงแค่ 10% เท่านั้น

และเห็นว่า สิงคโปร์ทำแล้วประสบความสำเร็จ หรือแม้แต่มาเก๊าที่เป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนก็ประสบผลสำเร็จเช่นกัน และประเทศที่ใกล้เคียงกันหากมีเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ ก็ต้องเป็นคู่แข่งกันอยู่แล้ว เมื่อเวลานำมาเล่าอีกรูปแบบหนึ่งก็ใส่สีตีไข่กันไป ซึ่งความจริงแล้วเป็นแค่คำแนะนำ และได้ถามกลับไปที่ผู้นำจีนด้วยว่า มีความคิดเห็นเรื่องนักท่องเที่ยวจีนอย่างไรด้วย

ส่วนกรณีที่นายอนุทิน ระบุว่า นายสิจิ้นผิง ออกมาเตือนถึง 3 ครั้ง และหากยังดำเนินการต่อจากมีการปรับมาตรการเรื่องการท่องเที่ยว รวมถึง ถึงนักท่องเที่ยวจีนที่ลดลงส่วนใหญ่กว่า 90% มาจากเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ถามกลับว่า อ้าว ท่าน มท.1 เพิ่งออกไปได้ไม่นาน ลืมไปแล้วหรือ ว่า ที่นักท่องเที่ยวไม่เที่ยวไทยเป็นเพราะเรื่องความปลอดภัย ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับกระทรวงมหาดไทย การที่นักท่องเที่ยวจีนไม่เข้ามาในช่วงโลซีซั่นที่ลดลง 30% แต่มีนักท่องเที่ยวชาวยุโรปเข้ามาเติมเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกัน ประเทศจีนมีมาตรการเที่ยวภายในประเทศด้วย

ซึ่งความจริงแล้วมีปัญหาหลายเรื่องทั้งเรื่องแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์ การตัดน้ำ การตัดไฟ ตัดเน็ต เมื่อจะตัดก็ตัดยาก ต้องสั่งแล้วสั่งอีก ไม่ทราบว่าได้จดหรือไม่ ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น นายสีจิ้นผิงพูดก่อนที่จะอธิบาย ว่า ไม่ได้ชอบกาสิโน และประเทศไหนที่มีกาสิโน ก็จะดูว่าคนจีนที่ไปนั้นเป็นอย่างไร ไม่ได้บอกว่าจะปรับมาตรการ และยังได้ถามกับผู้นำจีนไปว่า มีการกำหนดเงื่อนไขอะไรในการเดินทางเข้าประเทศ

พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้ปิดประตูอะไร พร้อมรับฟังคำแนะนำอยู่แล้ว เมื่อเดินทางไปทั่วโลกก็ต้องพร้อมรับฟัง ว่า แต่ละประเทศมีนโยบายอะไร อะไรก็ตามที่เป็นประโยชน์ ทุกประเทศได้พูดคุยกันอยู่แล้ว ว่า มีอะไรที่จะเอื้อเฟื้อ หรือปรับกันได้ เมื่อมีการนำมาเขียนแบบนี้ก็ดูเป็นการใส่สีเข้าไป ซึ่งความจริงแล้วเรื่องในต่างประเทศก็มีบันทึกอยู่

“อิงค์” เลี่ยงตอบตั้งทีมทนายสู้คดีคลิปเสียงหลุดฮุนเซน

วันที่ 9 ก.ค. ที่รัฐสภา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการตั้งใครเป็นหัวหน้าทีมในการชี้แจงศาลรัฐธรรมนูญกรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ว่า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการเตรียมเอกสารอยู่

ส่วนทีมทนายเป็นจากรัฐบาล หรือบุคคลภายนอก นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า เดี๋ยว ขอให้มีความพร้อมมากกว่านี้แล้วจะบอก
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรีจะยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วันหรือไม่ นางสาวแพทองธาร ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าที่มาสภาฯ วันนี้เพราะต้องการมาคุมเสียงรัฐบาลใช่หรือไม่ เพราะตอนนี้เสียงปริ่มน้ำ นางสาวแพทองธาร กล่าวว่า เป็นรัฐมนตรีคุมไม่ได้.

‘อนุทิน’ จี้ รัฐบาล ยุติกาสิโนถาวร แฉจีนเตือนไม่ฟัง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยโพสต์ Facebook ส่วนตัว ในประเด็นการถอนร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร ออกจากการพิจารณาในสภา ระบุว่า

พรรคภูมิใจไทย ยินดีและพร้อมสนับสนุนให้มีการถอนญัตติ การนำเสนอร่าง พ.ร.บ.สถานบันเทิงครบวงจร หรือร่างกฎหมายกาสิโน ออกจากวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ หากรัฐบาลยืนยันว่าจะยกเลิกนโยบายนี้และไม่นำกลับเข้าสู่การพิจารณาอีกต่อไป

นโยบายสถานบันเทิงครบวงจรเป็นสิ่งที่ถูกอ้างว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ให้ความร่วมมือกับพรรคแกนนำรัฐบาลและเป็นหนึ่งในสารตั้งต้นที่มีความคิดจะกดดันให้พรรคภูมิใจไทยต้องออกจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล ทั้งที่พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคก็แสดงท่าทีอย่างชัดเจนว่าไม่พร้อมที่จะให้การสนับสนุนร่างกฏหมายนี้เพียงแต่ไม่พูดออกมาเพราะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยกับกฎหมายนี้อย่างชัดเจนแล้ว จึงพร้อมใจกันให้พรรคภูมิใจไทยรับบทเป็นผู้ร้ายต่อพรรคแกนนำรัฐบาลแต่เพียงผู้เดียว

จนกระทั่งถึงวันที่มีความพยายามจะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ในสมัยประชุมสภาที่แล้ว พรรคร่วมรัฐบาลแทบทุกพรรคก็ได้แสดงท่าทีที่ไม่สนับสนุนกฎหมายฉบับนี้ และถึงขั้นที่มีพรรคร่วมรัฐบาลพรรคหนึ่งออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรไม่เห็นด้วยอย่างชัดเจนต่อสาธารณชน โชคดีที่นายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจชะลอการนำเสนอกฎหมายในวันนั้นและได้ขอให้เลื่อนการพิจารณาออกไปอีกสมัยประชุมหนึ่ง

ถึงแม้ว่าวันนี้รัฐบาลจะมีการเสนอให้ถอนญัตตินี้ออกไปแต่ก็ถือว่ามันสายไปเสียแล้ว การดำเนินนโยบายนี้มาอย่างต่อเนื่องได้สร้างความเสียหายอย่างยับเยินแก่ภาคการท่องเที่ยวของไทยอย่างรุนแรงที่สุดจนไม่อาจเยียวยาได้อีก

รัฐบาลทราบเป็นอย่างดีว่าจีนมีท่าทีไม่เห็นด้วยที่ทางการไทยจะผ่านกฎหมายให้มีการจัดตั้งสถานบันเทิงครบวงจรพร้อมกับอนุญาตให้มีการเล่นการพนันได้และได้มีการพูดตอกย้ำถึงสามครั้งในที่ประชุมระดับผู้นำของทั้งสองประเทศว่าขอให้ยกเลิกนโยบายนี้เสีย มิฉะนั้นรัฐบาลจีนมีความจำเป็นที่จะต้องออกมาตรการต่างๆที่จะทำให้คนจีนและกิจการต่างๆของจีนปรับท่าทีต่อการท่องเที่ยวรวมไปถึงท่าทีต่อการค้าและการลงทุนกับไทยให้ลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

นี่คือการหารือในระดับผู้นำประเทศทั้งสองคือ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน และ นายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร ซึ่งผมได้ร่วมประชุมอยู่ด้วยและได้จดบันทึกการประชุมในประเด็นนี้อย่างละเอียดในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยผู้ซึ่งจะต้องมีความเกี่ยวข้องเป็นอันมากต่อการดำเนินนโยบายนี้ แต่ท่าทีของรัฐบาลไทยออกไปในทางเมินเฉยและไม่ให้ความสำคัญต่อคำเตือนจากผู้นำของจีนในวันนั้น

คปท. บุกสภา!! ค้าน ‘พ.ร.บ.นิรโทษกรรม-กาสิโน’

วันนี้ (9 ก.ค.)กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท. และกองทัพธรรม นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล เคลื่อนขบวนจากสะพานชมัยมรุเชฐทำเนียบรัฐบาลมายังที่รัฐสภา เพื่อยื่นหนังสือคัดค้านร่างเอนเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ และคัดค้านร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม โดยบรรยากาศด้านหน้ารัฐสภา มีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก ทั้งการดูแลจราจรและความปลอดภัยให้กับประชาชน เมื่อกลุ่มคปท. มาถึงที่บริเวณหน้ารัฐสภา ได้มีการปราศรัยเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง

ขณะที่นายพิชิต กล่าวว่า วันนี้มีเรื่องห่วงใยหลายเรื่อง โดยมีทั้งเรื่องร่างพระราชบัญญัติสถานบันเทิงครบวงจร และร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ถึงแม้ว่าเมื่อวานคณะรัฐมนตรีได้ถอดถอนร่างเอ็นเตอร์เทนเมนท์คอมเพล็กซ์ก็ตาม ซึ่งก็มองว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่ก็ยังคงมีความเป็นห่วง เพราะก่อนหน้านี้นายทักษิณได้ประกาศว่าจะเดินหน้าเรื่องนี้ ซึ่งต้องจับตาดูว่าในอนาคตจะถอยทั้งหมดหรือไม่อย่างไร
.
ส่วนเรื่องร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม ในวันนี้เป็นการยื่นเสนอเป็นยกแรก โดยมีการเสนอขึ้น3-4 ร่าง ซึ่งก็เห็นด้วยกับการนิรโทษกรรมให้กับผู้ชุมนุมทางการเมืองทุกสีเสื้อ ตนและกลุ่มมวลชนก็ได้รับผลประโยชน์กับร่างนิรโทษกรรมเช่นกัน แต่สิ่งที่ทำให้เกิดความกังวลแก่ประชาชนเป็นอย่างมาก คือความพยายามนำความผิดที่ไม่เกี่ยวข้องทางการเมืองมาแฝงเข้าไปในการนิรโทษกรรมครั้งนี้ โดยเฉพาะมาตรา 112 และการทุจริตคอรัปชั่น รวมถึงความผิดในทางอาญาที่มีผลต่อชีวิต ซึ่งหากมีการสอดไส้นิรโทษกรรมให้ นางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายทักษิณ ชินวัตร ผู้ชุมนุมก็จะต่อต้านให้ถึงที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...