โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ญี่ปุ่น ไร้ข้อสรุปเจรจาการค้าสหรัฐฯ! ค่ายรถจำใจขึ้นราคาหวั่นยอดขายร่วง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 17.07 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 10.07 น.

การเจรจาการค้าระหว่างญี่ปุ่น-สหรัฐฯ ยังคงยืดเยื้อไร้ข้อสรุป สร้างแรงกดดันให้ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นต้องขึ้นราคา ภาษีนำเข้า 27.5% ของสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อความต้องการรถยนต์โดยรวม กดดันกำไรของบริษัทญี่ปุ่น นักวิเคราะห์ชี้ค่ายรถจำใจผลักภาระต้นทุนให้ผู้บริโภค ขณะที่รถไฮบริดอาจเป็นทางรอดในช่วงวิกฤตนี้

บรรดาผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับสถานการณ์ที่ยากลำบาก หลังการเจรจาการค้าระหว่างญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกายังคงไม่มีข้อสรุป ทำให้พวกเขาต้องพิจารณา ขึ้นราคารถยนต์ เพื่อชดเชยต้นทุนการนำเข้าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งนักวิเคราะห์เตือนว่ากลยุทธ์นี้อาจ กระทบกำลังซื้อผู้บริโภคและบีบกำไรของบริษัท

เดิมที สหรัฐฯ กำหนดเส้นตายสำหรับภาษีตอบโต้ (reciprocal tariffs) ไว้ที่ 9 กรกฎาคม 2568 แต่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายออกไปเป็น 1 สิงหาคม 2568 เพื่อให้มีเวลาเจรจามากขึ้น อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นยืนยันมาตลอดว่าต้องการข้อตกลงที่ครอบคลุมทั้งภาษีตอบโต้ ภาษีรถยนต์ และประเด็นการค้าอื่นๆ ทำให้การเจรจาไม่คืบหน้า และความหวังของผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นก็เริ่มริบหรี่ลง

พิษภาษีทรัมป์ทำตลาดปั่นป่วน

อัตราภาษีรวม 27.5% สำหรับรถยนต์ที่นำเข้าสู่ตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเริ่มบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2568 กำลังทำให้ความต้องการรถยนต์โดยรวมชะลอตัวลง S&P Global Ratings ชี้ว่าผู้ผลิตรถยนต์ โดยเฉพาะรายเล็กหรือที่กำลังประสบปัญหา จะไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องขึ้นราคารถยนต์ และคาดว่าการปรับราคาจะเห็นได้ชัดขึ้นในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า สหรัฐฯ จะเรียกเก็บภาษี 25% สำหรับสินค้านำเข้าจากญี่ปุ่นตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งสูงกว่าอัตราเดิมเล็กน้อย แต่ย้ำว่ามาตรการภาษีใหม่นี้จะไม่รวมถึงภาษีที่ใช้กับภาคอุตสาหกรรมเฉพาะที่บังคับใช้ไปแล้ว เช่น รถยนต์ ชิ้นส่วนรถยนต์ เหล็ก และอะลูมิเนียม

นายจุนอิจิ มากิโนะ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์จาก SMBC Nikko Securities ให้ความเห็นว่า "ดูเหมือนว่าสหรัฐฯ ไม่มีเจตนาที่จะลดภาษีรถยนต์ เพราะหากทำเช่นนั้น การขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นก็จะไม่ได้รับการแก้ไข" เนื่องจากรถยนต์คิดเป็นสัดส่วนถึง 70% ของสินค้าที่สหรัฐฯ นำเข้าจากญี่ปุ่น เขาคาดว่ารัฐบาลญี่ปุ่นอาจเลิกพยายามลดภาษีรถยนต์ และหันไปเจรจาลดภาษีสินค้าอื่นๆ แทน

ค่ายรถญี่ปุ่นปรับตัวสู้

ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่นก็กำลังปรับตัว ยูตะ มิสุมิ ผู้ช่วยผู้อำนวยการของ S&P Global Ratings คาดว่า โตโยต้า จะได้รับผลกระทบน้อยที่สุดจากการขึ้นราคา เนื่องจากรถยนต์ไฮบริดของโตโยต้ายังคงเป็นที่ต้องการในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับสองของโลก โดยยอดขายรถไฮบริดเพิ่มขึ้นถึง 36% เมื่อปีที่แล้ว

ฮอนด้า ก็เป็นอีกค่ายที่ดึงดูดลูกค้าในสหรัฐฯ ด้วยรถยนต์ไฮบริด และยอดขายที่แข็งแกร่งในตลาดสหรัฐฯ ก็ช่วยชดเชยยอดขายที่ซบเซาในจีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ส่วน นิสสัน กำลังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างบริษัทครั้งใหญ่ รวมถึงการลดกำลังการผลิตและพนักงานทั่วโลก

โตโยต้าเปิดเผยว่ากำไรจากการดำเนินงานลดลง 1.8 แสนล้านเยน (ประมาณ 1.24 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ในช่วงสองเดือนแรกของปีงบการเงินปัจจุบันที่ได้รับผลกระทบจากภาษี ขณะที่นิสสันคาดการณ์ว่ากำไรจากการดำเนินงานตลอดทั้งปีอาจลดลงสูงถึง 4.5 แสนล้านเยน และฮอนด้าประมาณการผลกระทบจากภาษีรถยนต์อาจสูงถึง 6.5 แสนล้านเยนในปีงบการเงินปัจจุบัน

ขึ้นราคาคือทางออกเร่งด่วน

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา โตโยต้าได้ ขึ้นราคารถยนต์ แบรนด์โตโยต้าเฉลี่ย 270 ดอลลาร์ต่อคัน และ 208 ดอลลาร์สำหรับรถยนต์หรูเลกซัส ส่วนมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ขึ้นราคาเฉลี่ย 2.1% สำหรับรถยนต์บางรุ่น แม้ทั้งสองค่ายจะให้เหตุผลการปรับราคาว่าเป็นการทบทวนตามแผนปกติ แต่ในช่วงที่ภาษีเริ่มมีผลบังคับใช้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ก็เคยระงับการส่งมอบรถยนต์จากท่าเรือสหรัฐฯ ไปยังตัวแทนจำหน่ายมาแล้ว

นอกจากนี้ ฟอร์ด มอเตอร์ และซูบารุ ก็มีการขึ้นราคารถยนต์บางรุ่นที่ผลิตในเม็กซิโกและส่งไปจำหน่ายยังสหรัฐฯ เช่นกัน

S&P Global Ratings ได้ปรับลดคาดการณ์ยอดขายรถยนต์ปี 2569 ในสหรัฐฯ ลง 1 ล้านคัน เหลือ 15 ล้านคัน โดยอ้างถึงความต้องการที่อ่อนแอลงจากราคาที่สูงขึ้น นักวิเคราะห์มองว่าวิธีที่เร็วที่สุดสำหรับผู้ผลิตรถยนต์ในการลดแรงกดดันจากภาษีคือ การผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปให้ลูกค้า

อีกทางเลือกหนึ่งคือการ สร้างโรงงานใหม่ในสหรัฐฯ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษี ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลทรัมป์ต้องการ แต่การลงทุนนี้ต้องใช้เงินมหาศาลและใช้เวลาหลายปีกว่าจะเริ่มดำเนินการได้ ผู้ผลิตรถยนต์ยังต้องปรับห่วงโซ่อุปทานใหม่ โน้มน้าวซัพพลายเออร์ และรับมือกับต้นทุนแรงงานที่สูงขึ้นในสหรัฐฯ รวมถึงความจำเป็นในการจัดหาส่วนประกอบสำคัญบางอย่างจากจีน ซึ่งล้วนเป็นความท้าทายใหญ่

เปิดไทม์ไลน์ โดนัลด์ ทรัมป์ ป่วนโลก! สหรัฐ VS ประเทศคู่มิตร เดินเกมตอบโต้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...