โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ชายออกหาอึ่ง คาดถูกช้างไล่เตะดับคาที่

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

อัพเดต 18 พ.ค. 2568 เวลา 03.58 น. • เผยแพร่ 18 พ.ค. 2568 เวลา 03.58 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์

(18 พ.ค.68) สถานีตำรวจภูธรลานสัก ได้รับแจ้งเหตุว่ามีชายถูกช้างทำร้ายดับคาท่อระบายน้ำ อยู่บริเวณถนนทางเข้าป่าไปห้วยขาแข้ง หมู่ 10 ต.ระบำ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี จึงได้ประสานไปยังนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ กำนันต.ระบำ ได้ไปยังที่เกิดเหตุ พบชาวบ้านและจนท.ประจำจุดหน่วยพิทักษ์สัตว์ป่าทุ่งแฝก และจนท.ป่าไม้อน.2 ดูแลประจำพื้นที่จ.อุทัยธานี ประสานไปยังกู้ภัยอุทัยธานีจุดลานสัก พร้อมแพทย์เวรรพ.ลานสัก ให้มายังที่้เกิดเหตุ

ทราบต่อมาว่าผู้ตายชื่อนายฉลอ อายุ 59 ปี อยู่ในสภาพนอนหงาย ใกล้กันพบสวิงช้อนอึ่ง บนถนนพบรถจยย.จอดเสียหลักมีรอยขูดถนน ที่ท้ายรถพบกระสอบอึ่ง บริเวณรอบบ่อ ได้มีรอยเล็บเท้าช้างตะกายลงบ่อน้ำ และมีรอยเหยียบย้ำอยู่ที่บ่อ ตามถนนบนพบรอยขี้ช้าง

จากการสอบถามนางจำเริญ อายุ 54 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ก่อนที่ผู้ตายจะเสียชีวิตช่วง 2 ทุ่ม ผู้ตายกับตนเองยังได้ซ้อนจยย.ออกมาหาอึ่งด้วยกันอยู่ จนถึงเวลา 5 ทุ่ม ตนเองกับผู้ตายก็กลับบ้านเนื่องจากอึ่งยังไม่ออก ได้อึ่งกลับบ้านมาเพียง 2 ตัว ล่าสุดรอบ 2 ช่วงตี 2 ผู้ตายก็ขี่รถจยย.ออกจากบ้านมาเพียงคนเดียว มาจับอึ่งอีกรอบ แล้วก็มาทราบล่าสุดช่วงเช้าจากชาวบ้านว่าพบสามีเป็นศพเสียชีวิตแล้ว

จากการพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตพบมีรอยบาดแผลอยู่ที่บริเวณลำคอ สาเหตุเบื้องต้น คาดว่า ผู้ตายน่าจะเจอช้างช่วงกลางคืน เนื่องจากผู้ตายได้สวมใส่ไฟฉายที่หน้าหมวก จึงทำให้ช้างเห็นแสงแล้ววิ่งเข้าใส่ จึงคาดว่าช้างน่าจะเตะรถจยย.จนเสียหลัก ก่อนลงไปซ้ำร่างผู้ตาย จนทำให้ร่างผู้ตายบอบช้ำเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ

ทั้งนี้ทางนายอนุพันธ์ สารสุวรรณ กำนันต.ระบำ ได้ขอซื้ออึ่งของผู้เสียชีวิตที่ได้มาไม่ถึง 10 ตัว แล้วนำไปปล่อยในป่า พร้อมมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาญาติผู้เสียชีวิต เบื้องต้น 20,000 บาท และจะหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...