โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ผบ.ตร. ขอรอผลยืนยันชัดเจนสาเหตุ ฮ.ตำรวจตก สั่งกองบินยกเครื่องตรวจ-ระงับ เครื่องบิน-เฮลิคอปเตอร์ทุกลำ

MATICHON ONLINE

อัพเดต 25 พ.ค. 2568 เวลา 14.53 น. • เผยแพร่ 25 พ.ค. 2568 เวลา 14.50 น.

ผบ.ตร. เชื่อเหตุสุดวิสัย แต่ขอรอผลยืนยันชัดเจนสาเหตุ ฮ.ตำรวจตก สั่ง ผบก.กองบินยกเครื่องตรวจ-ระงับ เครื่องบิน-เฮลิคอปเตอร์ทุกลำ เพื่อความปลอดภัยนักบิน

เมื่อเวลา 18.10 น. วันที่ 25 พฤษภาคม ที่ วัดนวลจันทร์ ศาลา 3 เเขวงนวลจันทร์ เขตบึงกุ่ม กทม. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยภายหลังร่วมเป็นประธานในพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ 2 ผู้วายชนม์ ร.ต.อ.ทรงพล บุญชัย (ตำแหน่งนักบิน สบ 1) อายุ 34 ปี และ ร.ต.ท.ทินกฤต สุวรรณน้อย (ตำแหน่งช่างอากาศยาน สบ 1) อายุ 55 ปี ว่า ตนขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ท่าน ซึ่งนับว่าเป็นความสูญเสียที่เกิดขึ้นมาแล้วเรามีความเสียใจเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างถึงที่สุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ รับทั้ง 3 ผู้วายชนม์ไว้ในพระราชานุเคราะห์ รวมถึงได้มีการพระราชทานพวงมาลาหลวง อย่างไรก็ตาม สำหรับความช่วยเหลือสวัสดิการดูแลผู้เสียชีวิตและครอบครัวนั้น ตนได้เน้นย้ำกับ พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รอง ผบ.ตร. ให้ดูแลเรื่องการสวดอภิธรรมศพ ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างสมเกียรติของผู้เสียชีวิต และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ขณะนี้เราได้มีการเตรียมและจะดำเนินการอย่างเต็มที่ ส่วนในเรื่องของการพิจารณาปูนบำเหน็จความชอบ และการพิจารณาการเลื่อนชั้นยศ ตนก็ได้สั่งการไปยังผู้บังคับการกองบินให้เร่งรัดดำเนินการอย่างเร็วที่สุด

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ ยังเผยถึงสาเหตุที่เฮลิคอปเตอร์ตกครั้งนี้ เนื่องจากภายในระยะเวลา 1 เดือน กลับเกิดเหตุ 2 เหตุการณ์ไล่เรียงกัน ว่า ก็เป็นเรื่องที่คิดได้ว่าภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน หรือ 30 วัน เกิดเหตุการณ์ถึงสองครั้ง และยังทำให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง ตนเชื่อว่าไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ดังนั้น ส่วนการจะสรุปสาเหตุ อาจจะเป็นการตอบอย่างเร็วเกินไปในตอนนี้ เพราะในเหตุการณ์ครั้งที่ 1 ตนได้คุยกับจเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง แต่พอเหตุการณ์ครั้งที่ 2 มาเกิดขึ้นเมื่อเมื่อวานนี้ (24 พ.ค.) ตนก็ได้สั่งการไปเมื่อเช้านี้ว่าให้แยกออกเป็นสองส่วน ซึ่งมันจะต้องมีการตรวจสอบ เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งที่ 2 นี้มันมีเหตุแห่งเรื่องของการขัดข้องทางเทคนิคอย่างไร หรือไม่ ถ้าพูดแบบตรง ๆ คือ เราต้องตรวจสอบให้ครบทุกมิติ แต่การตรวจสอบเราจะใช้ระยะเวลาที่สั้นนั้น ตนมองแล้วก็รู้สึกว่ามันจะเร็วเกินไปหรือไม่ เพราะมันควรมีความรอบคอบและถูกต้องชัดเจนด้วย

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยอีกว่า ตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริง เพราะกรณีที่เครื่องตก เราต้องดูว่าเป็นเรื่องของเหตุสุดวิสัย อุบัติเหตุ หรือเกิดจากความขัดข้องของเครื่องยนต์อย่างไรหรือไม่ ซึ่งเราจะต้องขยายความไปว่าแต่ละประเด็นเกิดจากอะไรบ้าง ก็จำเป็นต้องใช้เวลา อย่างไรก็ดี ภารกิจของเฮลิคอปเตอร์ รุ่นเบลล์ 212 ได้รับปฎิบัติภารกิจที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นคำสั่งที่ถูกต้อง โดยเหตุการณ์อยู่ระหว่างการเดินทางกลับที่หน่วยบินที่กาญจนบุรี แต่ก็เกิดเหตุขึ้นมาเสียก่อน ส่วนเรื่องมีการซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์รุ่นดังกล่าวมาก่อนหรือไม่นั้น ตนยอมรับว่ามี ล่าสุดที่ตนได้รับรายงาน คือ เมื่อวันที่ 13 เม.ย.ที่ผ่านมา มีการตรวจสอบในวงรอบของการบินซึ่งเป็นมาตรฐานของอากาศยานและไม่ได้พบสิ่งผิดปกติ อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ มีเพียงการตรวจซ่อมบำรุงตามระยะและตามวงรอบ

“สำหรับการใช้งานเฮลิคอปเตอร์ดังกล่าว หากมองในเรื่องของปีพุทธศักราช เราอาจมองว่านาน เพราะมันระยะเวลา 40 กว่าปี ซึ่งต้องเรียนว่ารุ่นเบลล์ 212 ใช้ในราชการกองบินตำรวจ มีอยู่ประมาณ 10 ลำ และในจำนวน 10 ลำนี้ก็มีรอจำหน่ายเพราะได้อายุมากแล้ว ส่วนที่เหลือก็มีการซ่อมบำรุงตามวงรอบ แล้วก็ใช้ได้อยู่ 3 ลำ ซึ่ง 3 ลำนี้พอเกิดเหตุก็เลยเหลือ 2 ลำ ซึ่งในอายุราชการที่ใช้อยู่นั้น ในหลาย ๆ ประเทศก็ยังใช้อยู่ แต่ว่าเรามีการตรวจสอบบำรุงซ่อมแซมอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งก็ต้องมีการตรวจสอบว่าเกิดจากอะไร” ผบ.ตร. ระบุ.

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยด้วยว่า ส่วนเฮลิคอปเตอร์อีก 2 ลำที่เหลือ ยังต้องใช้งานต่อหรือไม่นั้น ภายใน 2-3 วันนี้ ตน และ รอง ผบ.ตร. และฝ่ายบริหาร จะเดินทางไปที่กองบินตำรวจ เพื่อไปพูดคุยรับฟังข้อมูลที่จะวางแนวบริหารให้กับกองบินตำรวจ และเราจะต้องไปสร้างขวัญกำลังใจ ซึ่งตนจะใช้อากาศยานในวันเสาร์นี้ด้วย ตนมั่นใจในตัวนักบิน และกองบินตำรวจ ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ตนเชื่อว่าเป็นเรื่องของเหตุสุดวิสัย ซึ่งมันไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น พอมันมีการสูญเสียเกิดขึ้น เราไม่สามารถรับหลายสิ่งหลายอย่างที่กระทบต่อจิตใจได้

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ เผยเพิ่มเติมว่า ในกองบินตำรวจเราจะมีการใช้เฮลิคอปเตอร์รุ่นเบลล์ และยูโร ออเคสตร้า ที่ใช้ในราชการตำรวจ และมีรอจำหน่าย และมีซ่อมบำรุงวงรอบระยะกิโลที่ใช้ ซึ่งสามารถใช้ได้ปกติ และมีอายุการใช้งานไม่มากอยู่แล้ว ซึ่งขณะนี้ตนได้สั่งให้ทบทวนทั้งหมด และขอดูข้อมูลทั้งหมดภายใน 2 วันนี้ เพราะอยากจะรู้ว่าลำไหนที่มีอายุขนาดไหนบ้าง และมีประวัติการซ่อมบำรุงที่ผ่านมาอย่างไร ซึ่งจะไปประกอบในเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลด้วย ทั้งนี้ ในภารกิจที่ผ่านมา ทั้งการสนับสนุนกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ในเรื่องความสงบเรียบร้อย การตรวจตราในช่วงเทศกาล และรวมไปถึงในเรื่องของการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บนำเรียงนำส่ง และสนับสนุนการแพทย์ฉุกเฉิน เรามีความจำเป็นแต่เราก็มีนักบินที่ดีและมีคุณภาพ ซึ่งในจำนวนนี้คงจะต้องมีการทบทวนและตรวจสอบว่าลำไยที่ไม่จำเป็นต้องซ่อมบำรุงอีกแล้ว แล้วรอจำหน่ายได้เลย ซึ่งตนขอข้อมูลในเร็ววันนี้

“ผมได้สั่งให้ผู้บังคับการกองบินตำรวจ ดำเนินการระงับและตรวจสอบทุกลำทั้งหมด หรือการกราวนด์ จนกว่าจะมีความมั่นใจในอากาศยานทุกลำ ซึ่งผมได้สั่งการไปเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา เพื่อให้เป็นความมั่นใจในการใช้งานและเป็นความมั่นใจให้กับนักบินด้วย เพราะการตรวจสอบเบื้องต้น ผมคิดว่าในความเชี่ยวชาญ คงใช้เวลาไม่นาน แต่ว่าทั้งหมดต้องได้รับการยืนยันนำเรียนมาให้ตนรับทราบด้วย ว่าอากาศยานทุกลำจะมีความมั่นใจในการใช้งานจากนี้ต่อไปอย่างไร เพื่อนักบินจะได้มีความมั่นใจในการใช้อากาศยาน เพราะนักบินได้ผ่านการบินเป็นชั่วโมงเป็นจำนวน 1,000 ชั่วโมงอยู่แล้ว ดังนั้น เครื่องบินจะต้องมีความปลอดภัยทุกลำ ซึ่งในวันสองวันนี้ผมจะได้ไปรับฟังข้อมูลการตรวจสอบกับกองบินตำรวจ เพราะผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ แต่ในฐานะผู้บริหาร จะต้องรับฟังจากนักบิน และผู้ที่มีความเชี่ยวชาญสามารถของกองบินตำรวจ ว่าถ้าตนสั่งเช่นนี้ จะใช้เวลานานแค่ไหน ซึ่งในความคิดตนจะต้องแบ่งระดับความจำเป็นของการใช้งาน ว่าประเภทไหนต้องตรวจสอบก่อน ต้องมีการจัดลำดับความสำคัญ” ผบ.ตร. ระบุ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผบ.ตร. ขอรอผลยืนยันชัดเจนสาเหตุ ฮ.ตำรวจตก สั่งกองบินยกเครื่องตรวจ-ระงับ เครื่องบิน-เฮลิคอปเตอร์ทุกลำ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...