โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“ดาวหางฮัลเลย์” ดาวหางที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือฝ่ายปฏิวัติ เพื่อโค่นล้ม “ราชวงศ์ชิง”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 20 ม.ค. 2568 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. 2568 เวลา 17.26 น.

ดาวหางฮัลเลย์กับการโค่นล้มราชวงศ์ชิง ที่ปกครองจีนกว่า 200 ปี โดยฝ่ายปฏิวัติใช้ดาวหางเป็นเครื่องมือ!?

“ดาวหางฮัลเลย์”เป็นดาวหางดวงเดียวที่เราสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า และคาดว่าจะได้เห็นดาวหางฮัลเลย์ทุก ๆ 75-76 ปี เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้คนแทบทุกยุคสมัยรู้จักดาวหางฮัลเลย์ และมักตีความมันอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในแง่ดีหรือร้าย บ้างก็ว่าเป็นดาวแห่งความโรแมนติก เพราะกว่าดาวหางดวงนี้จะปรากฏกายให้เห็นแต่ละหนใช้เวลาค่อนข้างนาน เมื่อมีคนบอกว่าอยากจะดูดาวหางนี้กับเรา แปลว่าจะต้องรอและอยู่ด้วยกันไปจนถึงวันนั้น แต่อีกมุมหนึ่งก็มองว่าคือดาวหางแห่ง “หายนะ”

“จีน” ก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีความเชื่อเรื่องโหราศาสตร์เกี่ยวกับ “ดาวหาง” และมองว่าดาวหางจะนำมาซึ่งความวิปโยค จนฝ่ายปฏิวัติในจีนนำความเชื่อดังกล่าวมาใช้เป็นเครื่องมือหนึ่งในการสร้างความชอบธรรม เพื่อโค่นล้มราชวงศ์ชิง

หลังจากราชวงศ์ชิงปกครองโดยชาวแมนจูมาเป็นระยะเวลากว่า 200 ปี ในช่วงแรกผืนแผ่นดินจีนเต็มไปด้วยความมั่งคั่ง มั่นคง ทว่าเมื่อเข้าสู่ปลายราชวงศ์กลับส่อแววมีปัญหา เกิดศึกทั้งในบ้านและนอกบ้าน ไม่ว่าจะเป็น “สงครามฝิ่น” ที่จีนต้องรบรากับชาวต่างชาติ“ขบวนการไท่ผิงเทียนกั๋ว” ที่ถือเป็นสงครามกลางเมืองใหญ่ครั้งหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ ฯลฯ จนประเทศจีนต้องปรับการปกครองอยู่หลายหน คนหลายกลุ่มเริ่มเรียกร้องให้ประเทศจีนปฏิรูปบ้านเมือง บางคนถึงขั้นต้องการเปลี่ยนระบอบการปกครองใหม่

ความคิดเรื่องเปลี่ยนระบอบการปกครองจาก “สมบูรณาญาสิทธิราชย์”เป็น“ประชาธิปไตย” เป็นแนวคิดจากโลกตะวันตก เป็นเรื่องใหม่ ท้าทาย และเป็นความต้องการลึก ๆ ของประชาชนหลายกลุ่ม ความเชื่องช้า ตามไม่ทันโลกของเหล่าเจ้านาย และการเกิดขึ้นของชนชั้นกลาง ทำให้เกิดกลุ่มปฏิวัติขึ้น เป็นเสมือน “ภัยร้าย” เงียบ ๆ ของราชวงศ์ชิง ซ่อนตัวรอวันปะทุในไม่ช้า นำโดย “ซุนยัดเซ็น”ผู้มีบทบาทสำคัญในช่วงการปฏิวัติประชาธิปไตย

กลุ่มปฏิวัติต่างซ่องสุมและคิดหาวิธีทางต่าง ๆ มากมาย เพื่อให้เป้าหมายของตนเองลุล่วง ทั้งซุนยัดเซ็นที่เดินทางไปยังจีนโพ้นทะเล เพื่อโฆษณาการปฏิวัติ จัดตั้งองค์กรการปฏิวัติในหลายพื้นที่ รวมถึงสร้างโรงเรียนจีนขึ้นนอกแผ่นดิน เพื่อเป็นฐานปฏิบัติการให้กลุ่มปฏิวัติต่อสู้กับกลุ่มนิยมกษัตริย์

ทว่าการต่อสู้ในเรื่องอุดมการณ์ทางการเมืองนั้นยังไม่เพียงพอ เพราะแนวคิดเรื่องประชาธิปไตยในตอนนั้นถือเป็นความคิดเฉพาะกลุ่ม ยังมีประชาชนอีกมากที่ไม่เข้าใจ ทำให้ฝ่ายต่อต้านอำนาจเก่าตัดสินใจนำ “ความเชื่อดั้งเดิม” อย่าง “โหราศาสตร์” เข้ามาสร้างความชอบธรรม และกอบโกยมวลชนมหาศาลให้ตนเอง

ประจวบเหมาะกับขณะนั้นเป็นช่วงที่ “ดาวหางฮัลเลย์” กำลังโคจรเข้าใกล้โลกพอดี

“ดาวหางฮัลเลย์” ในความคิดของชาวจีนและทวีปอื่น ๆ ถือเป็นลางบอกเหตุภัยพิบัติหรือการสูญเสียอะไรสักอย่างมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นสิ่งที่ไม่พบในชีวิตประจำวัน อย่างในช่วงอยุธยา เมื่อกษัตริย์และชาวบ้านได้เห็นดวงดาวแปลกประหลาด ก็ตีความไปว่าบ้านเมืองจะต้องพบกับความวิบัติ

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้กลุ่มปฏิวัติหยิบยกดาวหางฮัลเลย์ ที่คาดว่าจะปรากฏให้มนุษย์โลกเห็นอีกครั้งในปี 1910 มาเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยสร้างฐานความนิยมให้กับตนเอง

ก่อนเกิดดาวหาง สื่อหลายสำนัก ทั้งหนังสือพิมพ์ นิตยสาร หนังสือ ฯลฯ ต่างรายงานและประโคมข่าวเกี่ยวกับดาวหางที่ 75-76 ปีจะปรากฏตัวให้เห็นสักครั้งหนึ่งกันมากมาย ผ่านบทกวี ภาพวาด รวมไปถึงข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับดาวหาง อย่างChinese Weeklyหนังสือพิมพ์ชื่อดังแดนมังกรก็ออกบทความกว่า 18 หัวข้อ รายงานข้อเท็จจริงและเกร็ดวิทยาศาสตร์ให้ทุกคนรับทราบ

ทว่ามีสื่อหลายรายที่นำเสนอเรื่องราวดาวหางฮัลเลย์ในเชิงเชื่อมโยงความเชื่อและเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น เช่น หนิ่วเป้านิตยสารฉบับหนึ่งของจีน ที่คาดว่าสนับสนุนกลุ่มปฏิวัติ ได้ถ่ายทอดความคิดเห็นของตนเองและกลั่นออกมาเป็นบทความชื่อ “การปรากฏตัวของดาวหาง”

เนื้อหากล่าวไว้ว่า ตามประวัติศาสตร์จีนแล้ว เมื่อดาวหางปรากฏตัวเมื่อไหร่ จะต้องมีปัญหาตามมาเท่านั้น โดยเฉพาะเรื่องสงคราม ตอนนี้ดาวหางได้ปรากฏตัวอีกครั้ง เนื่องจากการเมืองจีนสั่นคลอน การปรากฏตัวของดาวหางเป็นลางบอกเหตุของสงครามหรือสิ่งตรงกันข้าม?

ในบทความบอกอีกว่า ดาวหางเป็นสัญลักษณ์ของการปรับปรุงให้เกิดสิ่งใหม่ ตอนนี้รัฐบาลของเรากำลังเริ่มต้นปฏิรูปขณะที่ดาวหางกำลังมา ไม่แน่ว่าดาวหางอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของการปฏิรูป อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่ใจว่าที่บอกว่าจะปฏิรูปจะเป็นการส่งเสริมการเปลี่ยนแปลง หรือแท้จริงแล้วจะกำจัดสิ่งใหม่ ๆ ออกไปกันแน่

กระทั่งถึงวันที่ดาวหางฮัลเลย์ปรากฏต่อสายตามนุษย์โลกในปี 1910 ผู้คนมากมายต่างพูดถึงดาวหางแสนประหลาดนี้ไปทั่ว ทั้งยังไม่ลืมเชื่อมโยงชะตากรรมของราชวงศ์ชิงกับการปรากฏตัวของวัตถุใหม่บนท้องฟ้า จนเกิดวลีที่ว่า“ดาวหางปรากฏทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ในช่วงสองปีครึ่งของยุคจักรพรรดิซวนถ่ง(ผู่อี๋-เพิ่มโดยผู้เขียน)

ข่าวลือที่ว่าไกลสะพัดไปทั่วแดน ถึงขั้นที่หนึ่งในสมาชิกกลุ่มปฏิวัติอย่าง “จิ่งเหมยจิ่ว”บันทึกไดอารี่เกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เขาประสบพบเจอจริง ๆ ขณะที่ชาวบ้านพูดถึงเรื่องนี้กันให้แซ่ด ว่า

“วันหนึ่ง ฉันกลับบ้านพร้อมกับจ้งลวี่ เราเดินผ่านประตูทิศใต้ พร้อมแวะซื้อน้ำเต้าหู้สองชาม ทันใดนั้นเอง จ้งลวี่ก็แสร้งพูดถึงข่าวที่คนลืออย่างหนาหูว่า ‘ดาวหางปรากฏทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก ในช่วงสองปีครึ่งของยุคจักรพรรดิซวนถ่ง (ผู่อี๋)’ ฉันได้ยินสิ่งนี้มาเป็นระยะเวลานาน มันหมายความว่าอย่างไร ที่น่าสนใจคือคนขายน้ำเต้าหู้ตอบกลับมาว่า‘มันจะหมายความว่าอะไรอีกล่ะ? ก็ราชวงศ์ชิงอันยิ่งใหญ่กำลังจะสูญสิ้น ราชวงศ์หมิงมีอายุเพียง 200 ปีเท่านั้น แล้วราชวงศ์ชิงจะไม่ถูกทำลายเพราะมันผ่านมาเกือบ 200 ปีหรือ?’”**

นี่ยังไม่รวมข่าวลือที่ขีดเขียนไว้ในบทกวีชาวบ้าน อย่าง “ปีหน้าหมูจะกินแกะ และการเกษตรจะไม่ออกดอกออกผลในปีต่อ ๆ ไป”

ขณะเดียวกันก็มีสื่ออีกหลายหัวออกมาโต้ตอบปฏิกิริยาของประชาชน ทั้งยังเสนออีกแง่มุมให้หลายคนรับทราบ อย่าง กั๋วเฟิงหนังสือพิมพ์หนึ่งของจีน ได้พูดถึงเรื่องนี้ภายใต้บทความ “พูดคุยเกี่ยวกับดาวหางฮัลเลย์”ไว้ว่า เป็นเรื่องยากที่จะขจัดความเชื่อเรื่องโชคลาง และสิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งความปั่นป่วนที่กลุ่มต่อต้านสร้างขึ้นมา ในหนึ่งปีต้องมีภัยพิบัติ เป็นเรื่องปกติที่หลายคนทราบอยู่แล้ว แต่เมื่อมีดาวหางปรากฏขึ้น หลายคนก็ทำเหมือนเป็นเรื่องใหญ่โต

บทความบอกด้วยว่า อย่างไรก็ตาม เมื่อดาวหางปรากฏขึ้น สาเหตุของภัยจะถูกนำมาประกอบกันไปเสียหมด คนที่มีเจตนาแอบแฝงก็จะนำเรื่องโชคลางมาใช้ ดังนั้น ดาวหางอาจนำไปสู่ความวุ่นวาย การที่เขาออกมาเขียนบทความนี้ไม่ใช่เพียงเพื่อแบ่งปันความรู้เท่านั้น แต่หวังว่าผู้มีอำนาจจะตักเตือนกับการกระทำเช่นนี้

นอกจากนี้ มิชชันนารีในจีนต่างช่วยกันออกประกาศข้อมูลเกี่ยวกับดางหางฮัลเลย์ในเรื่องที่ไม่ข้องเกี่ยวกับลางร้าย โดยขายแผ่นพับเล็ก ๆ ในฮั่นโข่ว เซี่ยงไฮ้ รวมถึงจีนฝั่งตะวันตก ส่งแผ่นพับเหล่านี้ให้เจ้าหน้าที่ระดับสูงของจักรวรรดิ และติดไว้ที่ที่ทำการไปรษณีย์ สำนักงานโทรเลข และโรงเรียน

ทว่าทุกอย่างก็สายเกินแก้ เพราะข่าวลือที่สะพัดไปไกล ทำให้ประชาชนเชื่ออย่างนั้นไปแล้วจริง ๆ ประกอบกับเหตุการณ์ทางการเมืองและปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อกันมาเป็นลูกโซ่ ทำให้ท้ายที่สุดราชวงศ์ชิงอันยิ่งใหญ่ก็สิ้นสุดลงในปี 1912

แม้ “ดาวหางฮัลเลย์” จะไม่ใช่ต้นเหตุสำคัญที่ทำให้ราชวงศ์ชิงล่มสลาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นจุดเล็ก ๆ ที่ยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะในเชิงขวัญและจิตใจ ส่งผลให้การเมืองแดนมังกรเปลี่ยนไปตลอดกาล

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://journals.sagepub.com/doi/full/10.1177/00218286211070275

www.silpa-mag.com/this-day-in-history/article_5221

www.silpa-mag.com/history/article_29025

https://www.narit.or.th/index.php/naru/exhibition/rawi-bhavila/halley

https://spaceth.co/halley-comet-return/

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 15 กันยายน 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ดาวหางฮัลเลย์” ดาวหางที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือฝ่ายปฏิวัติ เพื่อโค่นล้ม “ราชวงศ์ชิง”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...