โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เรื่องสั้น

ข้ามมิติมาเลี้ยงน้องพร้อมกับระบบสุ่มสุดกวน

นิยาย Dek-D

อัพเดต 06 ธ.ค. 2566 เวลา 12.53 น. • เผยแพร่ 06 ธ.ค. 2566 เวลา 12.53 น. • rutjiranaja
เฟิ่งเทียน เด็กกำพร้าดีกรีนักศึกษาดีเด่นคณะเกษตรและวิจัยพืชพันธุ์แห่งมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศจีน ข้ามมิติมาเลี้ยงน้องแบบงงๆกับระบบสุ่มสุดกวนป่วนประสาท

ข้อมูลเบื้องต้น

เฟิ่งเทียน ข้ามมิติมาพร้อมกับระบบสุ่มสุดกวน เพื่อทำภารกิจเลี้ยงน้องชายฝาแฝด ในหมู่บ้านป่าหมอก

เฟิ่งเทียนข้ามมิติ

บ่ายวันศุกร์ท่ามกลางแดดจ้าอันสดใส หวังเฟิ่งเทียน เด็กหนุ่มกำพร้าที่สามารถสอบชิงทุนเรียนคณะเกษตรศาสตร์และวิจัยพันธุ์พืชกำลังฮัมเพลงกับเหล่านักศึกษาตั้งแต่เริ่มเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองในแปลงวิจัยพันธุ์พืชในคณะของมหาวิทยาลัย ในขณะที่เฟิ่งเทียนกำลังดึงโคนต้นถั่วเหลืองอยู่นั้น กลับเกิดอาการแน่นหน้าอก และหมดสติท่ามกลางความตกใจของเพื่อนที่คณะ

ณ หมู่บ้านป่าหมอก

“โอ๊ยย หนาวเหลือเกิน ปวดหัวปวดตัว อะไรวะเนี่ย” เฟิ่งเทียนตื่นขึ้นมาด้วยความรวดร้าวไปทั้งร่างกาย แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมานั้น พลันตกใจกับสภาพแวดล้อมที่ตนเองพบเจอ หลังคาบ้านมุงฟาง มีรูส่องทะลุผ่านเห็นดวงจันทร์ส่องสว่าง

“นี่มันอะไรกันเนี่ย เรากำลังเก็บถั่วเหลืองอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงมานอนมองจันทร์ในที่แบบนี้เนี่ย” เฟิ่งเทียนมองไปในความมืดควานมือเพื่อสำรวจสิ่งรอบข้างก็ถึงกับตกใจที่มือของเขาไปสัมผัสกับสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กข้างกาย ทันใดนั้น

"โอ๊ยยยยย ปวดหัวโว๊ยยย….. ข้อมูลต่างๆของ หวังเฟิ่งเทียน ก็ปรากฏขึ้นมาราวกับเขื่อนแตก เขาจึงรับรู้ว่าตนเองนั้นได้เข้ามาแทนที่ร่างเดิมที่มีชื่อเหมือนตน เด็กน้อยหวังเฟิ่งเทียน อายุสิบสองหนาวที่หัวใจวายเหนื่องจากทำงานหนักเกินกำลังของตน ที่ต้องรับผิดชอบหาอาหารมาเลี้ยงดูน้องชายฝาแฝดวัยหกหนาว แทนบิดามารดาที่ล่วงลับไป ส่วนมารดานั้นชื่อหลินอวี้จิน ป่วยเป็นไข้หนาวตายไปเมื่อแฝดอายุได้สองหนาว ทิ้งให้สามี หวังหลงที่หอบลูกทั้งสามแยกบ้านออกมาจากบ้านเดิมที่มีอนุหลี่ มารดาเลี้ยงที่ใจดำรังแกไม่ยอมให้หวังหลงนำเงินไปซื้อยาให้ภรรยา แต่กลับริบเงินทั้งหมดไปให้ลูกชายของตนเองเพื่อเสพสุข บิดาก็หลงใหลเชื่อฟังอนุ หวังหลงจึงหอบลูกทั้งสามซึ่งตอนนั้นเฟิ่งเทียนอายุได้เพียงแปดหนาว ร่อนเร่มาถึงเมืองหลิง เข้ามาอาศัยยังหมู่บ้านป่าหมอก หัวหน้าหมู่บ้านเกิดความสงสารในชีวิตของสี่พ่อลูก จึงอนุญาตให้อาศัยอยู่ในบ้านร้างที่เจ้าของบ้านฆ่าตัวตายยกครัวที่ติดชายป่า ซึ่งชาวบ้านไม่กล้าสัญจรผ่านมา

หวังหลงอาศัยเลี้ยงปากท้องด้วยการหาของป่าและล่าสัตว์ไปขาย จนสามารถซื้อที่บ้านร้างที่ตนอาศัยอยู่ได้ในพื้นที่ห้าหมู่ จนกระทั่งวันหนึ่งหลงหวังได้รวมกลุ่มกับชายหนุ่มในหมู่บ้านเข้าไปล่าสัตว์เพื่อนำเนื้อมากักตุนในฤดูหนาว แต่ทว่าเขาพลาดโดนหมีดำทำร้ายจนเสียชีวิต ชาวบ้านจึงช่วยกันนำร่างกลับมาทำพิธี ในขณะนั้นทั้งเฟิ่งเทียนและน้องๆต่างกอดกันร้องไห้ด้วยความเสียใจ ผู้ใหญ่บ้านจึงนำเงินส่วนแบ่งของหวังหลงในการล่าหมีจำนวนสองตำลึงเงิน ให้กับเฟิ่งเทียน

ชาวบ้านป่าหมอกต่างเป็นครอบครัวยากจน ไม่มีใครสามารถที่จะรับเด็กทั้งสามไปดูแลได้ และเฟิ่งเทียนกับน้องๆก็ไม่มีวันที่จะไปขอความช่วยเหลือจากปู่ของตน

นับแต่นั้นผ่านมาปีกว่า เฟิ่งเทียนอายุได้เพียงสิบสองหนาวร่างกายผอมแห้ง อาศัยหาผักป่าขุดมันป่ามาเลี้ยงน้องประทังชีวิต ผ่านฤดูหนาวในปีที่แล้วด้วยความทรมาน ในปีนี้เหลืออีกหนึ่งเดือนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว เขาจึงตั้งมั่นพยายามหาอาหารให้ได้มากที่สุดจึงทำงานหนักหาฟืนหาอาหารจนเกินกำลังของตนเอง และหัวใจวายในคืนนี้ที่วิญญาณของเฟิ่งเทียน ชายหนุ่มศตวรรษที่ 21 เข้ามาแทนที่

“ทำไมชีวิตนายรันทดเช่นนี้ เฟิ่งเทียน แล้วฉันเข้ามาแทนที่ได้อย่างไร คงกลับไปที่เดิมไม่ได้แล้วสิเนี่ย” เด็กหนุ่มถอดถอนใจ ไม่รู้เลยว่าหนทางอันยากลำบากที่ต้องเผชิญหน้าจะหนักหนาสาหัสเพียงใด

“หวังเฟิ่งเทียน ในเมื่อฉันเข้ามาแทนที่นาย ก็ขอให้นายไปสู่สุขคติ อย่าเป็นห่วงน้องชายของนายเลย ฉันสัญญาว่าจะดูแลน้องชายทั้งสองให้นายเอง” ในขณะนั้นเองสายลมเย็นพัดต้องผิวกายเด็กหนุ่มพร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบา

“ขอบคุณขอรับ…ข้าฝากน้องๆด้วย” เสียงแผ่วเบากระซิบข้างหูก่อนจางหายไป

“จ๊ากกกกกก….ผีหลอก!!"

เฟิ่งเทียนตัวสั่นขดตัวกอดสองแฝดเพื่อความอุ่นใจ ข่มตานอนจนผลอยหลับไปในรุ่งสาง โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าจะมีของดีติดตัวข้ามมิติมาด้วย

[ระบบกล่องสุ่มกำลังเชื่อมต่อข้อมูลโฮสต์….เริ่มเชื่อมต่อ1%…..20%……80%……100%..สำเร็จ]

******************

ระบบกล่องสุ่มก็มาด้วย

“พี่ใหญ่…..เช้าแล้วขอรับ” เสียงเด็กน้อยพร้อมแรงเขย่าเรียกพี่ชายของตน

“งื้อ….เช้าแล้วเหรอ” เมื่อเฟิ่งเทียนลืมตาขึ้นมาก็พบกับร่างเล็กๆดวงตากลมโต เนื้อตัวซูบผอมของเด็กน้อยฝาแฝดทั้งสองคน

“ตื่นแล้วหรือ เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน”

“ขอรับพี่ใหญ่ พวกข้าอยากไปล้างหน้าแล้วขอรับ” หวังเฟิ่งหลง แฝดคนพี่ ตอบกลับพี่ชาย

“ข้าหิวแล้วขอรับพี่ใหญ่” หวังเฟิ่งจิน แฝดน้องกล่าวพร้อมเอามือลูบท้องป้อยๆอย่างน่าสงสาร

“ได้เลย ถ้าอย่างนั้นเราไปล้างหน้าเช็ดตัวกันดีกว่า เดี๋ยวพี่ใหญ่จะไปหาอะไรมาให้พวกเจ้ากินนะ” เฟิ่งเทียนพาน้องชายไปล้างหน้าริมลำธารใกล้บ้าน ตามความทรงจำเดิมของร่างนี้ จากนั้นเขาจึงเข้าไปในห้องครัวสำรวจอาหารพบว่า มีมันเทศเล็กเกร็นสี่หัว ผักป่าเหี่ยวสองสามต้น กับข้าวสารก้นหม้อที่เฟิ่งเทียนคนก่อนเก็บสมุนไพรไปแลกกับชาวบ้าน

“นี่ขนาดหาเสบียงก่อนหน้าหนาวยังได้แค่นี้ก็สมกับอายุ 12 ขวบหล่ะวะ ทำได้แต่โจ๊กมันเทศไปก่อนแล้วกัน หวังว่ามื้อหน้าที่ลำธารคงมีอะไรกินได้บ้าง" เฟิ่งเทียนตัดสินใจนำวัตถุดิบทั้งหมดที่มีทำอาหารให้ทั้งสามท้องได้กินในมื้อเช้า และในขณะที่เฟิ่งเทียนเตรียมวัตถุดิบอยู่นั้นเสียงประหลาดเฉื่อยชาก็แทรกเข้ามาในหัวของเขา

[ระบบกล่องสุ่มติดตั้งสำเร็จ…เริ่มเชื่อมต่อกับโฮสต์ 5 4 3 2 1]

“เอ๊ะ! เสียงอะไร ระบบสุ่มอะไรกัน” ทันใดนั้นหน้าต่างจอสีฟ้าก็ปรากฏในม่านตาของเฟิ่งเทียน เป็นรูปร่างกล่องสี่เหลี่ยมจตุรัสมีรูปดาวสีแดง 6 ด้าน บนพื้นกล่องสีรุ้งสดใส

[โฮสต์ต้องการเชื่อมต่อระบบหรือไม่] เสียงคล้ายกับปัญญาประดิษฐ์เอ่ยถามขึ้นมา

“เชื่อมต่อระบบ” เฟิ่งเทียนตัดสินใจเชื่อมต่อเพราะเป็นเรื่องเหลือเชื่อ คล้ายกับในนวนิยายที่สาวๆในคลาสเคยพูดกัน

[ระบบสุ่มเชื่อมต่อโฮสต์สำเร็จ….. รางวัลสำหรับการเปิดระบบข้ามมิติ โฮสต์มีโอกาสเปิดกล่องสุ่มได้ฟรี 2 ครั้ง จากนั้นครบรอบอีก 1 เดือนโฮสต์จะสามารถเปิดกล่องสุ่มได้ต่อเมื่อทำภารกิจสำเร็จ]

“มีภารกิจด้วยเหรอเนี่ย… เอาวะ ไม่มีอะไรจะเสียแล้ว ข้ามมิติมาก็แปลกมาเจอระบบกล่องสุ่มเหมือนในเกมอีก ฉันขอเริ่มกดเปิดเลยแล้วกัน”

[ระบบกล่องสุ่มเริ่มทำงาน……..โฮสต์สามารถแตะกล่องเพื่อหยุดไฟกระพริบ เพื่อรับรางวัล]

“หยุด” เฟิ่งเทียนกดหยุดพลันแสงสว่างปรากฏพร้อมของรางวัลที่ได้

[ยินดีด้วย โฮสต์ได้รางวัล เป็นถุงยังชีพ 1 เดือน จำนวน 3 ชุด ในแต่ละชุดประกอบด้วย บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำนวน 1 ลัง ข้าวสาร 4 จิน ปลาแห้ง 1 จิน ผักอบกรอบ 1 จิน เนื้อสวรรค์ 1 จิน และไข่ไก่ 10 ฟอง โฮสต์สามารถกดรับรางวัลทั้งหมดหรือเก็บไว้ในช่องมิติเก็บของตามที่โฮสต์ต้องการ]

“ว้าวว รางวัลใหญ่แถมมีช่องมิติซะด้วย เหมาะกับสถานการณ์เหลือข้าวก้นหม้อตอนนี้จริงๆ แต่เก็บไว้ในช่องมิติดีกว่า เผื่อมีใครมาเห็นต้องถูกสงสัยและถูกขโมยไปแน่ๆ ระบบ อีกรางวัลเดี๋ยวคืนนี้ค่อยกดได้ไหม ฉันขอทำอาหารให้น้องๆกินก่อนแล้วกัน"

[รับทราบ…หากโฮสต์มีความสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้หลังเวลายามเว่ย เมื่อระบบตื่นนอนหลังจากนอนพักกลางวัน]

“มีนอนกลางวันซะด้วย นี่มันระบบหรือเด็กอนุบาลเนี่ย” จากนั้นเฟิ่งเทียนก็ปิดระบบ หันมาสนใจทำอาหารโดยมื้อนี้ เฟิ่งเทียนทำโจ๊กมันเทศเพิ่มไข่สามฟองที่ได้จากระบบ เพื่อบำรุงร่างกายอันผอมแห้งของตนกับน้องๆ

“เด็กๆ มาทานข้าวได้แล้ว” กลิ่นหอมจากในครัวลอยมาถึงเด็กแฝดที่กำลังช่วยกันพับผ้าห่มผืนน้อย และช่วยกันเช็ดถูทำความสะอาดแบ่งเบาภาระพี่ชาย จนท้องน้อยๆส่งเสียงโอดครวญ จนต้องรีบละมือจากการทำงานเมื่อได้ยินเสียงพี่ชายเรียก

“ขอรับ พวกข้ามาแล้วขอรับพี่ใหญ่” เมื่อเด็กๆเห็นโจ๊กมันเทศข้าวเต็มชาม มันเทศสีเหลืองทอง และไข่สายสีทองที่รวมกัน ตัดกับผักป่าใบเขียวที่เฟิ่งเทียนนำมาผสมด้วย เกิดสีสันสวยงาม กลิ่นหอมน่าทาน แต่เด็กๆก็เกิดความกังวลใจที่วันนี้พี่ใหญ่ของพวกเขาต้มโจ๊กในปริมาณมาก ใช้ข้าวจำนวนมากในการต้ม เพราะทุกทีกินแต่ข้าวต้มเพียง 1 กำมือ เติมน้ำเยอะๆ แล้วแบ่งกันกิน

“พี่ใหญ่ขอรับ ทำไมวันนี้ข้าวถึงข้นเหนียว แถมมีไข่ด้วย เสบียงเราจะมีเพียงพอหรือขอรับ” เฟิ่งหลง ถามด้วยความกังวลใจ “ใช่ขอรับ เดี๋ยวเข้าฤดูหนาวเราจะลำบากนะขอรับ" เฟิ่งจิน สนับสนุนความคิดของแฝดพี่

เฟิ่งเทียนได้ยินดังนั้น ก็มีความรู้สึกตีตื้นขึ้นมา เด็กอายุแค่นี้ก็ต้องมากังวลเรื่องปากท้อง แทนที่จะสนุกสนานตามวัย เขาจึงยิ้มแล้วตอบว่า “พวกเจ้าไม่ต้องกังวลใจ พี่ใหญ่จะมีอาหารให้เจ้ากินอิ่มทุกมื้อ ตอนนี้กินกันเถอะ หายร้อนแล้วไม่อร่อยนะ ใครไม่อิ่มเติมเพิ่มได้ ในหม้อยังมีอีกเยอะ”

“ขอรับพี่ใหญ่” สองเสียงประสานด้วยความดีใจที่มื้อนี้ได้กินอิ่มหลังจากที่บิดาได้เสียไปเมื่อปีที่ผ่านมา บรรยากาศในบ้านหลังน้อยจึงอบอุ่นไปด้วยรอยยิ้มของทั้งสามพี่น้อง

********************

เฟิ่งเทียนออกสำรวจ

หลังอาหารเช้ามื้อแรกหลังจากข้ามมิติมา เฟิ่งเทียนจึงสำรวจบ้านหลังน้อย เริ่มจากห้องครัวที่เครื่องปรุงแทบจะไม่มี มีเกลือเพียงเล็กน้อย เพราะถือเป็นสินค้าควบคุมของราชสำนักจึงมีราคาแพง เฟิ่งเทียนคนเก่าจึงแทบไม่ได้ใช้เกลือที่เหลือหลังจากที่บิดาได้จากไป ฟืนในห้องครัวเริ่มน้อยลง จึงจำเป็นต้องไปหากิ่งไม้มาทำฟืน ด้วยความที่ร่างเล็ก เฟิ่งเทียนจึงได้ฟืนมาวันละน้อย จากชายขอบป่าหลังบ้าน โชคดีที่ชาวบ้านไม่เดินผ่านทางบ้านของพวกเขา เนื่องจากยังกลัวเรื่องเล่าที่บ้านหลังนี้มีคนฆ่าตัวตาย จึงทำให้เฟิ่งเทียนไม่มีคู่แข่งในการเก็บฟืน แต่กิ่งไม้แห้งก็หายาก และอยู่ในที่สูง ลำพังเด็กอายุ12หนาวคนเดียว ก็ลำบากในการหาอยู่เหมือนกัน

เมื่อเดินออกมาหน้าบ้าน ก็พบกับน้องชายทั้งสองกำลังช่วยกันดึงต้นหญ้าที่ขึ้นแซมแปลงผักเล็กๆที่ แคระแกร็น ใบเหลือง แทบจะยืนต้นตาย ซึ่งหน้าที่ดูแลแปลงผักนี้เป็นของสองแฝดที่หัวหน้าหมู่บ้านใจดี แบ่งปันเมล็ดพันธุ์ให้พวกเขานำมาปลูก อุปกรณ์การเกษตรมีจอบเสียมอันเล็กไว้สำหรับใช้งาน

เมื่อเฟิ่งเทียนเดินสำรวจด้านหลังบ้าน ก็พบกับลำธารสายน้อย ไหลผ่านที่บ้านหลังนี้มีใช้งาน ถือว่าเป็นข้อดีที่เด็กๆมีน้ำใช้ ไม่ลำบากต้องเดินไปหาบไกลๆ เมื่อเฟิ่งเทียนเดินสำรวจริมลำธารไปเรื่อยๆก็พบกับความอุดมสมบูรณ์ แม่น้ำใสแจ๋ว มีผักบุ้งลอยแพอยู่ริมฝั่ง ซึ่งชาวบ้านและเฟิ่งเทียนคนเก่าไม่รู้ว่ากินได้ ดังนั้นผักบุ้งยอดอวบจึงชูช่อ ล่อใจให้เฟิ่งเทียนคนใหม่เดินเข้าไปหา

“นี่มันผักบุ้งนี่นา…ต้มกับบะหมี่อร่อยเหาะ อย่างนี้ต้องรีบเก็บ” เฟิ่งเทียนเดินกลับบ้านนำตระกร้าสานใบเก่าออกมา เด็กแฝดเห็นพี่ชายเหมือนกับจะไปเก็บอะไร ก็รีบเดินตามทันที

“พี่ใหญ่ จะไปเก็บอะไรหรือขอรับ” เฟิ่งจินถามด้วยความอยากรู้

“พี่ใหญ่จะเก็บผักบุ้งยอดอวบไปทำอาหารตอนเที่ยง เด็กๆมาช่วยพี่ใหญ่เก็บดีกว่า” เมื่อเด็กๆเห็นพี่ใหญ่เก็บหญ้าน้ำก็เกิดความสงสัย เพราะทุกทีก็ไม่มีใครนำมากินกัน

“พี่ใหญ่เก็บหญ้าน้ำมาทำไมหรือขอรับ มันกินไม่ได้นี่ขอรับ” เฟิ่งหลงถามด้วยความสงสัย

“ใครว่ากินไม่ได้ คงซินช่ายหรือผักบุ้ง อร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายเรานะ”

“แต่ว่า พี่ใหญ่ก็ไม่เคยเก็บมาทำอาหารนี่ขอรับ พี่ใหญ่เคยบอกว่ายางมันมีพิษนิขอรับ” เฟิ่งจินยังคงสงสัย

“เอ่อ…คือว่า เมื่อคืนพี่ฝันว่าท่านเทพมาบอกว่าอะไรกินได้บ้าน ในป่าแห่งนี้ พี่คิดว่าท่านเทพคงสงสารเราพี่น้อง จึงเข้ามาบอกในฝันรวมทั้งบอกวิธีกิน ท่านเทพยังบอกว่า หากน้องๆเป็นเด็กดีเชื่อฟังพี่ใหญ่จะมีอาหารแสนอร่อยให้ทานมากมาย พี่ใหญ่ก็เลยลองดูว่าจะเป็นจริงเหมือนในฝันหรือเปล่านะ" เฟิ่งเทียน จากศตวรรษที่ 21 ปาดเหงื่อทิพย์หลอกน้องทั้งสองให้เชื่อคำตน

“ท่านเทพหรือขอรับ” ทั้งเฟิ่งหลง และเฟิ่งจิน ได้ยินต่างตื่นเต้นยินดี เชื่อคำที่พี่ใหญ่ได้บอกไว้

“ใช่สิ ถ้าอย่างนั้นเรามาช่วยกันเก็บคงซินช่ายแสนอร่อยกันดีกว่า น้องทั้งสองระวังตกน้ำหล่ะ เดี๋ยวจะป่วยเอาได้”

ถึงจะเป็นน้ำตื้นระดับหัวเข่า แต่ด้วยสภาพอากาศเริ่มเย็น หากตกน้ำอาจป่วยหนักได้ ยิ่งที่บ้านมีเงินเหลือเพียง 30 อีแปะ แต่เฟิ่งเทียนยังต้องเก็บไว้ไม่อยากนำมาใช้เผื่อมีเหตุฉุกเฉิน โชคดีที่ได้รางวัลเป็นอาหารจากระบบ ยังพอหายห่วงได้ชั่วคราว แต่ไม่รู้ว่าครั้งต่อไปจะสุ่มได้อาหารอีกหรือไม่ ดังนั้นเขาคงต้องหาอาหารกักตุนเพิ่มเติมก่อนฤดูหนาวในเดือนหน้า สามคนพี่น้องเก็บยอดผักบุ้งอย่างสนุกสนานได้เต็มตะกร้าใบน้อย เฟิ่งเทียนจึงพาน้องๆเดินเข้าบ้าน และนำผักบุ้งแช่น้ำไว้ในโอ่งเล็กเพื่อรอทำอาหาร

“เฟิ่งหลง เฟิ่งจิน เดี๋ยวพี่ใหญ่จะไปเก็บฟืน พวกเจ้าอยากไปกับพี่ใหญ่หรือไม่”

“ไปด้วยได้หรือขอรับ เย้ๆๆ ข้าไปขอรับ ข้าไปขอรับ” สองแฝดดีใจที่พี่ใหญ่ชวนไปเก็บฟืน เพราะทุกครั้งพี่ใหญ่จะห้ามไม่ให้ทั้งสองออกนอกบริเวณบ้าน เพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายกับพวกตน

“นี่เป็นครั้งแรกที่พี่ใหญ่จะพาพวกเจ้าไป ดังนั้นพวกเจ้าต้องเชื่อฟังพี่ใหญ่ ห้ามวิ่งไปไหนไกลๆ ถ้าไม่เชื่อฟังพี่ใหญ่จะไม่พาไปอีก และไม่ทำของอร่อยให้กินตอนเที่ยงนี้ด้วย” เฟิ่งเทียนกำชับสองแฝด

“ขอรับพี่ใหญ่ พวกข้าจะเชื่อฟังพี่ใหญ่ แล้วช่วยเก็บฟืนมาเยอะๆขอรับ” จากนั้นสามพี่น้องก็ช่วยกันเตรียมตะกร้าสะพายหลัง และถุงผ้าใบเล็กไว้สำหรับใส่ของเพื่อไปเก็บฟืน…

**************************

อ่านต่อนิยายเรื่องนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...