โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เตือนภัยนักธุรกิจ ระวังมิจฉาชีพใช้ใบจดทะเบียนปลอมหลอกร่วมลงทุน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 02 พ.ค. 2566 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 02 พ.ค. 2566 เวลา 04.02 น.
ภาพโดย Sozavisimost from Pixabay

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เตือนภัยภาคธุรกิจและประชาชน ให้ระวังมิจฉาชีพหลอกร่วมลงทุนทำธุรกิจ โดยปลอมใบสำคัญการจดทะเบียนนิติบุคคล แนะหากจะร่วมลงทุนทำธุรกิจกับใคร ต้องใจเย็น มีสติ ย้ำเสียเวลาตรวจเช็กข้อมูลให้มั่นใจก่อน

วันที่ 2 พฤษภาคม 2566 นายจิตรกร ว่องเขตกร รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพมักจะแอบอ้างชื่อ โลโก้ และใบสำคัญต่าง ๆ ของหน่วยงานราชการ หรือรัฐวิสาหกิจ มาหลอกลวงภาคธุรกิจและประชาชน รวมทั้งมีการพัฒนากลวิธีการหลอกลวงให้ดูสมจริงและน่าเชื่อถือมากขึ้น จนทำให้ภาคธุรกิจ/ประชาชนหลงเชื่อและสูญเสียทรัพย์สินจำนวนมาก

เมื่อเร็ว ๆ นี้ กรมได้รับการร้องเรียนจากภาคธุรกิจและประชาชนว่ามีมิจฉาชีพแฝงตัวในคราบนักธุรกิจได้ปลอมแปลงใบสำคัญแสดงการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัท (แบบ พค.0401) ซึ่งเป็นเอกสารที่กรมออกให้นิติบุคคลภายหลังที่ได้จดทะเบียนจัดตั้งเป็นนิติบุคคลเรียบร้อยแล้ว เพื่อแสดงว่าได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์อย่างถูกต้อง

โดยมิจฉาชีพได้นำมาปลอมแปลงเป็นชื่อธุรกิจของตนเอง หรือเปลี่ยนชื่อบุคคลที่มีอำนาจ ซึ่งบุคคลที่ปรากฏชื่อในเอกสารดังกล่าวมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัทที่จดทะเบียนไว้แต่อย่างใด ไม่มีการจดทะเบียนจัดตั้งธุรกิจ และมีการตัดต่อข้อความที่ระบุอยู่ในแบบ พค.0401 ให้มีลักษณะว่าธุรกิจได้มีการจดทะเบียนจัดตั้งกับกรมและนำไปอ้างความน่าเชื่อถือกับภาคธุรกิจและประชาชนที่พบเห็น

ล่าสุดจากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า มิจฉาชีพได้พัฒนากลวิธีการโกงขึ้นไปอีกขั้น มีการปลอมแปลงใบสำคัญการจดทะเบียนที่แนบเนียนจนแทบแยกไม่ออกว่าเป็นของจริงหรือของปลอม โดยอ้างข้อมูลชื่อนิติบุคคลและเลขทะเบียนที่มีอยู่จริง พร้อมกับปลอมข้อมูลหนังสือรับรองบริษัท ระบุชื่อบุคคล (มิจฉาชีพ) เป็นกรรมการผู้มีอำนาจลงนามผูกพันบริษัท สร้างความน่าเชื่อถือ และเพื่อหลอกลวงประชาชนให้หลงผิดตามข้อมูลที่จัดทำขึ้น

ทำให้เมื่อตรวจสอบรายชื่อและเลขทะเบียนนิติบุคคลผ่านทางเว็บไซต์กรม www.dbd.go.th หรือแอปพลิเคชั่น DBD e-Service จะพบว่านิติบุคคลดังกล่าวมีการจดทะเบียนจริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มิจฉาชีพได้มีการลอกเลียนแบบใบสำคัญ พค.0401 และหน้าหนังสือรับรองนิติบุคคลขึ้นมาใหม่

โดยใช้เลขทะเบียนและชื่อนิติบุคคลที่ได้จดทะเบียนนิติบุคคลกับกรม ใส่รายละเอียดในเอกสารถูกต้องตามรายการที่จดทะเบียนไว้ แต่มีการเปลี่ยนแปลงชื่อผู้มีอำนาจลงนามผูกพันเป็นชื่อของมิจฉาชีพ หากดูเผิน ๆ อย่างรวดเร็ว อาจข้ามรายละเอียดในส่วนนี้ไป และหลงเชื่อว่าเป็นนิติบุคคลที่มีการจดทะเบียนจัดตั้งกับกรม และมีมิจฉาชีพเป็นผู้ที่มีอำนาจผูกพันจริง

การกระทำของมิจฉาชีพดังกล่าว ถือว่าเป็นการปลอมแปลงเอกสารทางราชการ สร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือในการให้บริการข้อมูลนิติบุคคลของกรมอย่างมาก และเข้าข่ายหลอกลวงประชาชน ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

กรมจึงขอเตือนภาคธุรกิจและประชาชนให้ใช้ความระมัดระวังในการตรวจสอบการมีตัวตนของธุรกิจที่แน่ชัด ตรวจสอบความถูกต้องของใบสำคัญการจดทะเบียน (พค.0401) ควบคู่กับหนังสือรับรอง ณ ปัจจุบัน ก่อนตัดสินใจร่วมลงทุนทุกครั้ง

สำหรับการตรวจสอบแบบ พค.0401 ว่าเป็นของจริงหรือไม่ สามารถพิจารณาได้จากชื่อของนิติบุคคลต้องพิมพ์เป็นภาษาไทยเท่านั้น และต้องมีลายน้ำเป็นตราสัญลักษณ์กระทรวงพาณิชย์ หรือนำเลขทะเบียนนิติบุคคลไปตรวจสอบข้อมูลนิติบุคคลผ่าน 2 ช่องทาง คือ 1) Moblie Application : DBD e-Service และ 2) เว็บไซต์กรม www.dbd.go.th เท่านั้น (ค้นหาได้ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) เลือกหัวข้อบริการออนไลน์ จากนั้นเลือก บริการข้อมูลธุรกิจ และ DBD DataWarehouse+ ไม่เสียค่าบริการใด ๆ และใช้งานระบบได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และเพื่อความมั่นใจในการร่วมลงทุนขั้นสูงสุด ภาคธุรกิจและประชาชนควรเช็กข้อมูลนิติบุคคลที่ถูกต้องกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศก่อน โดยนำใบสำคัญฯที่ผู้ร่วมลงทุนแสดงให้ภาคธุรกิจและประชาชนได้ดู ส่งให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้องว่าเป็นจริงและตรงตามที่ได้จดทะเบียนธุรกิจไว้หรือไม่ ไม่ควรมือไวใจเร็วโอนเงินร่วมลงทุนไปก่อน

เพราะหากเจอมิจฉาชีพแฝงมาในคราบนักธุรกิจ จะเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินและจิตใจของภาคธุรกิจและประชาชน ดังนั้น ก่อนตัดสินใจร่วมลงทุนกับใคร ต้องใจเย็น มีสติ เช็กข้อมูลผู้ร่วมลงทุนให้แน่ใจก่อน ยอมเสียเวลาตั้งแต่ตอนนี้ ดีกว่าด่วนตัดสินใจร่วมลงทุนอย่างรวดเร็วแล้วมานั่งเสียใจภายหลัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...