โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทำอย่างไร เมื่อลูกเป็นโรคภูมิแพ้

สวพ.FM91

อัพเดต 19 มี.ค. 2566 เวลา 18.57 น. • เผยแพร่ 19 มี.ค. 2566 เวลา 18.57 น.

ทำอย่างไร เมื่อลูกเป็นโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้ เกิดจากการที่ร่างกายมีปฏิกิริยาไวเกินต่อสารก่อภูมิแพ้หรือสิ่งระคายเคือง ทำให้แสดงอาการต่าง ๆ ตามชนิดของภูมิแพ้ โดยในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมมีความเปลี่ยนแปลงไปมาก มีควันพิษและของเสียเกิดขึ้นมากมาย ทำให้มีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังพบว่าภูมิแพ้เป็นโรคเรื้อรังอันดับ 3 ที่ทำให้เด็กวัยเรียนต้องขาดเรียนอีกด้วย

สาเหตุของโรคภูมิแพ้

- หลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ พันธุกรรม อากาศที่เปลี่ยนแปลง

- หลีกเลี่ยงได้ คือ การที่บุตรไม่ได้กินนมแม่ การให้เด็กเริ่มกินอาหารเสริมเร็วเกินไป การสัมผัสกับสิ่งที่ระคายเคือง อาหาร อารมณ์ที่เปลี่ยนแปลง ยาบางชนิด โรคติดเชื้อระบบหายใจ ไม่รักษาอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่

ความสำคัญของนมแม่ต่อโรคภูมิแพ้

เนื่องจากนมแม่มีสารต้านภูมิแพ้ จึงช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้ได้ดี ซึ่งควรให้เด็กกินนมในช่วงแรกและให้กินนมแม่ถึงร้อยละ 30 เป็นอย่างต่ำ แต่ปัญหาที่พบคือในประเทศไทยยังให้เด็กกินนมแม่เพียงร้อยละ 3-5 เท่านั้น ทำให้เด็กมีปัญหาในเรื่องของภูมิต้านทาน และบางส่วนพบว่ามีการเริ่มให้เด็กกินอาหารเสริมเร็วเกินไป เช่น ไข่ขาว ซึ่งเป็นอาหารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ได้ง่าย ส่งผลให้เด็กเป็นภูมิแพ้ ทางที่ดีในช่วง 6 เดือนแรกควรให้เด็กกินนมแม่ไปก่อน แล้วจึงค่อยให้กินอาหารอื่นหลังจากนั้น

วิธีการสังเกต

สำคัญที่สุดสำหรับโรคภูมิแพ้ คือ การสังเกตว่าเด็กแพ้อะไร โดยเป็นหน้าที่ของพ่อแม่ที่ต้องสังเกตลูกของคุณ เพราะแพทย์ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าเด็กแพ้อะไร ดังนั้นพ่อแม่ควรเอาใจใส่และคอยสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด หากลูกมีอาการผิดปกติ เมื่อสัมผัสกับบางอย่าง รวมถึงการกินอาหารและควรจดบันทึกเสมอเพื่อแจ้งกับหมอได้ถูกต้องแม่นยำเมื่อพาลูกไปพบ

วิธีป้องกันอาการภูมิแพ้กำเริบ

หากรู้ว่าเด็กแพ้สิ่งไหน ต้องหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดอาการ โดยอาการภูมิแพ้จะค่อย ๆ ดีขึ้นเมื่อเด็กโตขึ้น การหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น นอกจากป้องกันโรคกำเริบแล้วยังช่วยป้องกันอาการแทรกซ้อนได้ด้วย

ที่มา : Rama Channel

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...