HL สงกรานต์ติดโควิดพรึ่บ ยอดขายวิตามิน - ATK สนั่น
#HL #ทันหุ้น – HL หลังสงกรานต์ตัวเลขผู้ป่วยโควิดพุ่ง หนุนยอดขายวิตามิน-ชุดตรวจ ATK ทะยาน ด้านผู้บริหาร “ธัชพล ชลวัฒนสกุล” เดินเกมผุดสาขาโกยเงิน คาดครึ่งปีแรก 2566 เปิดสาขาเพิ่มไม่น้อยกว่า 7 สาขา จากทั้งปี 2566 ตั้งเป้าเปิด 14 สาขา เน้นเจาะตลาดแมส ส่งแบรนด์ Pharmax– iCare อัพยอด
ภก.ธัชพล ชลวัฒนสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เฮลท์ลีด จำกัด (มหาชน) หรือ HL เปิดเผยว่า หลังเทศกาลสงกรานต์จำนวนผู้ติดเชื้อโควิดมีแนวโน้มปรับตัวสูง ส่งผลให้ดีมานด์ยาป้องกันโควิด เช่น วิตามิน อาหารเสริม มียอดขายเพิ่มขึ้น ประกอบกับซัพพลายหรือยาดูแนวโน้มแล้ว ไม่น่าจะขาดตลาดเหมือนช่วงเกิดโควิดใหม่ๆ ขณะเดียวกันยอดขายชุดตรวจโควิด ATK มีตัวเลขยอดขายชัดเจนขึ้นเช่นเดียวกัน ทั้งนี้บริษัทมองแนวโน้มยอดขายไตรมาส 2/2566 น่าจะดีต่อเนื่องจากไตรมาส 1/2566
** ลุยเปิดสาขาใหม่
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจต่อจากนี้ บริษัทจะเปิดสาขาอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งปี 2566 บริษัทวางแผนจะเปิดสาขาเพิ่มอีก 14 สาขา และในครึ่งปีแรก 2566 คาดจะเปิดสาขาไม่ต่ำกว่า 7 สาขา สำหรับพื้นที่ที่เปิดสาขาใหม่จะขึ้นอยู่กับโลเคชั่นหรือพื้นที่ตามแบรนด์ที่จะขยายไป
โดยแบรนด์จะเปิดสาขาเพิ่มคือแบรนด์ Pharmax และ iCare โดยแบรนด์ Pharmax จะเน้นขยายสาขาในคอมมูนิตี้มอลล์ หรือแหล่งที่มีกลุ่มลูกค้าเยอะ ส่วน iCare เราจะเปิดตามแหล่งชุมชน หรือตลาด ซึ่งเป็นแมส และกลุ่มลูกค้าเข้าถึงง่าย หากเป็นไปตามแผนภายในสิ้นปีนี้จะมีสาขารวมทั้งสิ้น 50 สาขา จากปีก่อนที่มีสาขารวม 36 สาขา คาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 2 ล้านบาทต่อสาขา ขนาด 80-150 ตารางเมตร จะใช้งบลงทุน 2-3.5 ล้านบาทต่อสาขา และขนาด 150-300 ตารางเมตร ใช้งบลงทุน 3.5-6 ล้านบาทต่อสาขา
ขณะที่ต้นปี 2566 บริษัทได้เปิดร้านขายยาแบรนด์ iCare ไปแล้ว 3 แห่ง ที่ตลาดเสรี พุทธมณฑล สาย 5, ท่าอิฐ นนทบุรี และตลาดธันยา อ้อมใหญ่ และปัจจุบันอยู่ระหว่างดำเนินการอีก 2 สาขา ซึ่งคาดว่าจะเปิดร้านขายยาได้ในไตรมาส 2/2566
** ปั๊มยอดขายโต 20%
ทั้งนี้บริษัทคาดยอดขายปี 2566 จะเติบโต 20% จากปี 2565 ที่ 1.53 พันล้านบาท จากการขายภายใต้ร้านยาทั้งหมด 4 แบรนด์ ประกอบไปด้วย “iCare” “Pharmax” “vitaminclub” และ “Super Drug” บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด หรือมาร์เก็ตแชร์ให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากมาร์เก็ตแชร์ธุรกิจร้านยามูลค่าสูงถึง 3-4 หมื่นล้านบาท ขณะที่ยอดขายบริษัทอยู่ที่ประมาณ 1 พันล้านบาท หากเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ ถือเป็นตัวเลขที่เล็กน้อย
และบริษัทจะพยายามผลักดันอัตราการทำกำไร (มาร์จิ้น) ปีนี้ให้สูงกว่าปีก่อน จากการขายสินค้าในกลุ่มนวัตกรรมเพื่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “PRIME” และ “Besuto” บริษัทคาดสินค้าในกลุ่มนวัตกรรมจะช่วยสนับสนุนมาร์จิ้นโดยรวมทั้งกลุ่มให้เติบโตเพิ่มขึ้น
อนึ่งผลการดำเนินงานปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 118.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.41% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 79.66 ล้านบาท ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 1,538.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.46% จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีรายได้รวมเท่ากับ 1,216.37 ล้านบาท โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด ปี 2565 ได้แก่ อุปกรณ์การแพทย์และของใช้ในบ้าน
รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ทุกช่องทางเหล่านี้
YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/c/ThunhoonOfficial
FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/
Tiktok คลิก https://www.tiktok.com/@thunhoon_
TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news
Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1
Instagram คลิก https://instagram.com/thunhoon.news?igshid=YTY2NzY3YTc=