โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

บ้านสมเด็จโพลล์ ชี้คนกทม. 81.8 % รู้ว่ามีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส่วนใหญ่จะเลือก 2 ใบจากพรรคเดียวกัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 02 เม.ย. 2566 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 02 เม.ย. 2566 เวลา 09.21 น.

บ้านสมเด็จโพลล์ ชี้ 81.8 % คน กทม รู้ว่ามีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบและ 74% จะเลือกทั้ง 2 ใบจากพรรคเดียวกัน ปัจจัยที่ในการเลือกคือ นโยบายของพรรคการเมือง และอยากให้เน้นนโยบายด้านเศรษฐกิจ

ศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ได้ดำเนินโครงการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนการรับสมัครการเลือกตั้ง โดยเก็บจากกลุ่มตัวอย่างจากประชาชนที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร จำนวนทั้งสิ้น 1,157 กลุ่มตัวอย่าง เก็บข้อมูลในวันที่ 29 – 31 มีนาคม 2566 กลุ่มตัวอย่างในการสำรวจครั้งนี้ใช้เกณฑ์ตารางสำเร็จรูปของ Taro Yamane กำหนดว่า ประชากรเกิน 100,000 คนต้องการความเชื่อมั่น 95% และความผิดพลาดไม่เกิน 3% ต้องใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,111 กลุ่มตัวอย่าง

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. สิงห์ สิงห์ขจร ประธานคณะกรรมการศูนย์สำรวจความคิดเห็นบ้านสมเด็จโพลล์ กล่าวว่า ผลการสำรวจในครั้งนี้เรื่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนการรับสมัครการเลือกตั้ง เนื่องจากในปี 2566 จะมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากการประกาศพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 ให้ถือวันประกาศราชกิจจานุเบกษา คือวันที่ 20 มี.ค. 2566 เป็นวันยุบสภา ประกอบกับพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566 โดยมีสาระสำคัญคือ การแก้ไขตามรัฐธรรมนูญปี 2560 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2564 กำหนดให้สภาผู้แทนราษฎรมีจำนวน 500 คน โดยเป็น ส.ส.แบบแบ่งเขต 400 คน และแบบบัญชีรายชื่อ 100 คน รวมถึงการกำหนดใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 3-7 เมษายน และส.ส.บัญชีรายชื่อ ณ สถานที่ที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งประกาศกำหนดไว้ ส่วนการรับสมัครส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และการรับแจ้งรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมืองนั้น ซึ่งเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 4-7 เมษายน ที่ห้องบางกอกอาคาร ไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร เขตดินแดง ประชาชนมีความคิดเห็นในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มีคุณสมบัติแบบใด เลือกพรรคการเมืองจากปัจจัยใด และอยากให้มีการให้ความสำคัญต่อนโยบายด้านใด ซึ่งผลการสำรวจในครั้งนี้ต่อการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก่อนการรับสมัครการเลือกตั้ง มีข้อมูลที่น่าสนใจดังต่อไปนี้

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ ทราบว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งนี้จะมีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ คือบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต และบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ร้อยละ 81.8 และคิดว่าจะตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งแบบแบ่งเขต และแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองเดียวกัน ร้อยละ 74

กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ คิดว่านโยบายที่อยากให้พรรคการเมืองให้ความสำคัญมากที่สุด อันดับหนึ่งคือ ด้านเศรษฐกิจและการส่งเสริมอาชีพ ร้อยละ 26.9 อันดับที่สองคือ ด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิต ร้อยละ 17 อันดับที่สามคือ ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ร้อยละ 15.7 อันดับที่สี่คือ ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ร้อยละ 10.6 และอันดับที่ห้าคือ ด้านศิลปวัฒนธรรมและการพัฒนาสังคม ร้อยละ 10.5

อยากได้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต ที่มีคุณสมบัติแบบใด อันดับหนึ่งคือ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 23.2 อันดับที่สองคือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 22 อันดับที่สามคือ ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 21.1 อันดับที่สี่คือ ผู้ที่อยู่ในพื้นที่และทำงานในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 20.4 และอันดับที่ห้าคือ ผู้ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร / ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ร้อยละ 8

และอยากได้ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ที่มีคุณสมบัติแบบใด อันดับหนึ่งคือ ผู้ที่มีความเสียสละเพื่อสังคม ทำงานเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ร้อยละ 31.8 อันดับที่สองคือ ผู้ที่มีความรู้ความสามารถ มีประวัติการศึกษาและการทำงานอย่างมากมาย ร้อยละ 27 อันดับที่สามคือ ผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริต ร้อยละ 25.1 อันดับที่สี่คือ ผู้ที่เป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองอื่นๆ ร้อยละ 10.5 และอันดับที่ห้าคือ ผู้ที่เป็นลูกหลาน ตระกูลนักการเมือง ร้อยละ 3

และคิดว่าปัจจัยที่ทำให้ตัดสินใจในการเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในการเลือกตั้งครั้งนี้มากที่สุด อันดับหนึ่งคือ นโยบายของพรรคการเมือง ร้อยละ 35.3 อันดับที่สองคือ พรรคการเมือง ร้อยละ 27.3 อันดับที่สามคือ ตัวผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ร้อยละ 17.1 อันดับที่สี่คือ การเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี ร้อยละ 12.4 และอันดับที่ห้าคือ ไม่แน่ใจ / ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 7.9

คิดว่าตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต จากพรรคการเมืองใด อันดับหนึ่งคือ พรรคก้าวไกล ร้อยละ 25.8 อันดับที่สองคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 17.1 อันดับที่สามคือ ไม่แน่ใจ / ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 11.1 อันดับที่สี่คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 9.5 และอันดับที่ห้าคือ พรรคประชาธิปัตย์ ร้อยละ 8.3

คิดว่าตัดสินใจเลือกผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคการเมืองใด อันดับหนึ่งคือ พรรคก้าวไกล ร้อยละ 24.5 อันดับที่สองคือ พรรคเพื่อไทย ร้อยละ 16.1 อันดับที่สามคือ ไม่แน่ใจ / ยังไม่ตัดสินใจ ร้อยละ 13.4 อันดับที่สี่คือ พรรครวมไทยสร้างชาติ ร้อยละ 8.9 และอันดับที่ห้าคือ พรรคพลังประชารัฐ ร้อยละ 8

และคิดว่าบุคคลใดเหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากที่สุด อันดับหนึ่งคือ ยังไม่ตัดสินใจ/ยังไม่มีคนเหมาะสม ร้อยละ 26.7 อันดับที่สองคือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ร้อยละ 18.2 อันดับที่สามคือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ร้อยละ 12.5 อันดับที่สี่คือ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ร้อยละ 7.9 และอันดับที่ห้าคือ นายเศรษฐา ทวีสิน ร้อยละ 6.6

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...