โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

แก้เผ็ดสายแว้นไม่สวมหมวกกันน็อก! จ่อออกระเบียบ ปล่อยนั่งรอ 1 ชั่วโมง ค่อยปรับ

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ย. 2567 เวลา 10.18 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2567 เวลา 10.07 น.
แก้เผ็ดสายแว้นไม่สวมหมวกกันน็อก! จ่อออกระเบียบ ปล่อยนั่งรอ 1 ชั่วโมง ค่อยปรับ

สุริยะ รมว.คมนาคม หารือตำรวจ จ่อออกระเบียบ ไม่ใส่หมวกกันน็อก ให้ตำรวจพานั่งรอ 1 ชั่วโมง ก่อนค่อยปรับตามกฎหมาย หวังให้คนเสียเวลา

เมื่อวันที่ 6 พ.ย.2567 ที่กระทรวงอุตสาหกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คมนาคม พร้อมด้วย นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข และ นายฌอง ท็อด ผู้แทนพิเศษของเลขาธิการสหประชาชาติด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ร่วมแถลงข่าวเปิดกิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยทางท้องถนนของสหประชาชาติ ภายใต้แคมเปญ #makeAsafetyStatement

นายสุริยะ กล่าวว่า ปัจจุบันอุบัติเหตุทางถนนถือเป็นปัญหาสำคัญ รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหา ล่าสุดประเทศไทยกำหนดเป้าหมาย ลดจำนวนผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนนเป็น 12 คนต่อแสนประชากรภายในปี 2570

นายสุริยะกล่าวต่อว่า กระทรวงคมนาคม จึงเร่งผลักดันการดำเนินงานให้เกิดความปลอดภัยทุกมิติ เช่น ยกระดับมาตรฐานการออกใบอนุญาตขับรถ การพัฒนามาตรฐานยานยนต์ให้เป็นมาตรฐานสากล ตลอดจนการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด รวมถึงบูรณาการกับภาคส่วนต่างๆ ซึ่งเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการลดอุบัติเหตุทางถนน นำมาซึ่งความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข

ภายใต้การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือว่าด้วยการขับเคลื่อนความปลอดภัยทางถนน เพื่อยกระดับและพัฒนากระบวนการออกใบอนุญาตขับรถให้มีคุณภาพ โดยจะนำระบบดิจิทัลที่เหมาะสมมาใช้บริการประชาชน พิจารณาและปรับปรุงกฎระเบียบรับรองการตรวจคัดกรองสุขภาพและตรวจประเมินสมรรถนะผู้ขับรถ อีกทั้ง 2 หน่วยงานจะร่วมกันพัฒนาระบบให้มีการเชื่อมโยงข้อมูลใบรับรองแพทย์ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

ด้าน นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ปัญหาการบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นปัญหาสำคัญของไทย มีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 18,000 ราย พิการกว่า 10,000 รายต่อปีและบาดเจ็บกว่า 1 ล้านราย มีมูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจกว่า 6,000 ล้านบาทต่อปี ในด้านการรักษาพยาบาล กระทรวงสาธารณสุขมุ่งพัฒนาระบบการแพทย์ฉุกเฉินที่ทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพเพื่อลดการสูญเสียจากการเกิดอุบัติเหตุทางถนน

ทั้งนี้ การป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่ผ่านมา สธ.รณรงค์ให้ใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือ คาร์ซีท และจัดให้มีโครงการขับขี่ปลอดภัยใส่ใจสุขภาพ เพื่อตรวจสุขภาพประเมินความพร้อมผู้ขับขี่ ตั้งเป้าหมายขับเคลื่อนคลินิกอาชีวเวชกรรม สู่การเป็นศูนย์เชี่ยวชาญการประเมินสมรรถนะทางสุขภาพของผู้ขับขี่ (Medical Fitness to Drive) ให้ได้อย่างน้อย 24 แห่งทั่วประเทศในปี 2568

ผู้สื่อข่าวถามถึงรายละเอียดในการจัดทำใบรับรองแพทย์อิเล็กทรอนิกส์ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ระบบดังกล่าวจะมีการเชื่อมโยงข้อมูลจากสถานพยาบาลเข้าสู่ระบบออนไลน์มาถึงหน่วยงานของกระทรวงคมนาคม เพื่อช่วยบริการในเรื่องของการออกใบอนุญาตขับขี่

เมื่อถามถึงการออกใบรับรองแพทย์เพื่อทำใบขับขี่ ในปัจจุบันมีเรื่องการซื้อขายใบรับรองแพทย์ในราคาถูกเพื่อใช้ประกอบการออกใบขับขี่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า การซื้อใบรับรองแพทย์เพื่อออกใบขับขี่ ไปซื้อมาแล้วก็ติดคุกทั้งคนซื้อและหมอ นี่คือปัญหาที่เราได้ทำบันทึกความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อหามาตรการ ซึ่งจะออกเป็นกฎหมายและระเบียบ ภายใต้กฎหมายที่มีอยู่ เผื่อจะต้องเขียนมาตรฐานเรื่องการตรวจสุขภาพขึ้นมาใหม่

ขณะที่ นายสุริยะ กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมได้มีความร่วมมือร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรม และสมาคมผู้จัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ เบื้องต้น ได้หารือกันในเรื่องการซื้อรถจักรยานยนต์ 1 คันควรต้องแถมหมวกกันน็อก 2 ใบ ซึ่งเพิ่มจากเดิมที่แถมให้ 1 ใบ คาดว่าตรงนี้จะเห็นเป็นรูปธรรมในเร็วๆ นี้

“นอกจากนั้นไปหารือร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อพบกรณีขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อก เบื้องต้นจะยังไม่ให้ปรับโดยทันที แต่จะให้นั่งรอ หรือเชิญไปโรงพัก เพื่อนั่งรอไม่น้อยกว่า 1 ชั่วโมง เชื่อว่าตรงนี้ถ้าเกิดความไม่สะดวกขึ้น หลังจากนี้คนก็จะสวมหมวกกันน็อกกันมากขึ้น” นายสุริยะกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แก้เผ็ดสายแว้นไม่สวมหมวกกันน็อก! จ่อออกระเบียบ ปล่อยนั่งรอ 1 ชั่วโมง ค่อยปรับ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...