โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก | โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์

Bumrungrad International

อัพเดต 17 มิ.ย. 2568 เวลา 04.44 น. • เผยแพร่ 14 ม.ค. 2568 เวลา 02.44 น.
  • วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก

  • ข้อควรทราบในการฉีดวัคซีนมะเร็งปากมดลูกส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ซึ่งสามารถติดต่อได้จากเพศสัมพันธ์ นอกจากนี้ เชื้อ HPV ยังสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ อีกด้วย เช่น มะเร็งมดลูก มะเร็งช่องคลอด มะเร็งองคชาต มะเร็งทวารหนัก มะเร็งต่อมทอนซิล มะเร็งโคนลิ้น มะเร็งคอหอยส่วนช่องปากรวมถึงหูดหงอนไก่ เป็นต้น
    สายพันธุ์ของเชื้อ HPV ปัจจุบันพบเชื้อ HPV มากกว่า 100 สายพันธุ์ ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่

  • สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่ทำให้เกิดมะเร็ง เช่น สายพันธุ์ 6 และ 11 ซึ่งเป็นสาเหตุของหูดหงอนไก่ที่อวัยวะเพศ

  • สายพันธุ์ที่มีความเสี่ยงสูง เช่น สายพันธุ์ 16, 18, 31, 33, 35, 39, 45, 51, 52, 56, 58 และ 59 ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็งปากมดลูก

วัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูก [Human Papillomavirus (HPV) Vaccine]

คือ วัคซีนสำหรับป้องกันการติดเชื้อ HPV อันเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูกและมะเร็งชนิดอื่นๆ ซึ่งมี 3 ชนิด ดังนี้

  • ชนิด 2 สายพันธุ์ (Cervarix®) ป้องกันเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูก
  • ชนิด 4 สายพันธุ์ (Gardasil®) ป้องกันไวรัส HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16 และ 18 ซึ่งเป็นสาเหตุร้อยละ 70 ของมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่
  • ชนิด 9 สายพันธุ์ (Gardasil-9®) ป้องกันเชื้อไวรัส HPV สายพันธุ์ 6, 11, 16, 18, 31, 33, 45, 52 และ 58 ซึ่งเป็นสาเหตุร้อยละ 90 ของมะเร็งปากมดลูกและหูดหงอนไก่

ใครควรได้รับวัคซีนนี้และควรได้รับเมื่อไหร่

  • แนะนำให้เริ่มฉีดวัคซีน HPV ตั้งแต่อายุ 9 ปีจนถึงอายุ 26 ปี ทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
  • สำหรับผู้ที่อายุ 27-45 ปีที่ไม่เคยได้รับวัคซีน HPV มาก่อน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับการฉีดวัคซีนการฉีดวัคซีนหลังจากอายุ 15 ปี จะต้องฉีดทั้งหมด 3 เข็ม โดย

เข็มที่ 1

เข็มที่ 2 เข็มที่ 3 ฉีดในวันที่กำหนดเลือก ฉีดหลังจากเข็มแรก 1-2 เดือน ฉีดหลังจากเข็มแรก 6 เดือน หากฉีดวัคซีนเข็มแรกก่อนอายุ 15 ปี สามารถฉีดเพียง 2 เข็ม โดยแต่ละเข็มห่างกัน 6-12 เดือน

อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจพบได้

โดยทั่วไปมักไม่ค่อยพบอาการข้างเคียงที่รุนแรง อาจมีอาการข้างเคียงเล็กน้อยเกิดขึ้นได้ เช่น อาการปวด บวม หรือแดง บริเวณที่ฉีดวัคซีน มีไข้ ปวดศีรษะ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย หรือปวดกล้ามเนื้อซึ่งเกิดขึ้นชั่วคราวและหายได้เอง

ใครไม่ควรได้รับวัคซีนหรือควรชะลอการรับวัคซีนไว้ก่อน

  • ไม่ควรใช้ในผู้ที่แพ้ส่วนประกอบของวัคซีน
  • หากมีไข้สูงฉับพลัน ควรรอให้หายก่อนได้รับวัคซีน
  • ไม่ควรฉีดวัคซีนในสตรีมีครรภ์ ในกรณีที่ตั้งครรภ์ในระหว่างการฉีดวัคซีน ควรรอจนคลอดบุตร จึงเริ่มฉีดวัคซีนต่อ (สามารถฉีดได้ในหญิงให้นมบุตร)

วิธีการปฏิบัติตัวหากไม่ได้รับวัคซีน HPV ตามนัด

ในกรณีที่ลืมฉีดวัคซีนตามตารางนัด สามารถฉีดวัคซีนต่อได้โดยไม่ต้องเริ่มใหม่ทั้งหมด

ข้อควรทราบในการฉีดวัคซีน

  • หากรับประทานยาต่อเนื่องอยู่ กรุณาแจ้งแพทย์หรือเภสัชกรก่อนรับวัคซีนทุกครั้ง เนื่องจากยาบางชนิดอาจมีผลทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนลดลง
  • การได้รับวัคซีนก่อนการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกและช่วงที่ร่างกายอยู่ในวัยที่สร้างภูมิคุ้มกันได้ดีจะทำให้ได้รับประสิทธิภาพจากวัคซีนสูงสุด ผู้ที่เคยได้รับเชื้อ HPV แล้ว ประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลง
  • วัคซีน HPV ไม่สามารถครอบคลุมไวรัส HPV ที่เป็นสาเหตุของมะเร็งปากมดลูกได้ทุกสายพันธุ์ จึงไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อ HPV ได้อย่างสมบูรณ์
  • ในระหว่างที่ฉีดวัคซีน ควรป้องกันการติดเชื้อ HPV และคุมกำเนิดด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพไว้ก่อน จนกระทั่งฉีดวัคซีนครบ 3 เข็มไปแล้วอย่างน้อย 1 เดือน
  • ผู้ที่เคยได้รับวัคซีน HPV แล้วยังควรเข้ารับการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ

การเก็บรักษา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...