โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘GC’ ประกาศเพิ่มมูลค่าธุรกิจ รองรับ 5 เมกะเทรนด์โลก ดึง ‘allnex’ เสริมศักยภาพ สู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 ก.พ. 2565 เวลา 13.24 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. 2565 เวลา 13.24 น. • The Bangkok Insight

GC ประกาศรองรับ 5 เมกะเทรนด์โลก ตอบโจทย์อนาคตด้วยวิสัยทัศน์เพิ่มมูลค่าธุรกิจ ผ่านแนวคิดการตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้คน ด้วยการสร้างสรรค์เคมีภัณฑ์คุณภาพดี ด้วยกระบวนการผลิตที่ดี เป็นมิตรต่อผู้ใช้ และสิ่งแวดล้อม ดีต่อโลกอย่างยั่งยืน สื่อสารผ่านแคมเปญ #ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี ที่เปิดตัวไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ 

นายคงกระพัน อินทรแจ้ง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ (CEO) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ประกาศทิศทางการดำเนินงานของบริษัทในปี 2565 พร้อมปรับเปลี่ยนองค์กร ให้ตอบโจทย์ธุรกิจเพื่ออนาคต สอดคล้อง 5 เมกะเทรนด์โลก ที่มีผลต่อการเติบโต การดำรงชีวิตประจำวันของมนุษย์ การแข่งขันทางการค้า การปรับเปลี่ยนทิศทางของภาคอุตสาหกรรมสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ

5 เมกะเทรนด์โลก

  • Climate Change & Energy Transition
  • Demographic Shift
  • Health & Wellness
  • Urbanization
  • Disruptive Technology

GC มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย มุ่งเน้นดำเนินธุรกิจเคมีภัณฑ์ครบวงจร ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในชีวิตประจำวันของผู้คน เช่น บรรจุภัณฑ์ เครื่องนุ่งห่ม อุปกรณ์การสื่อสารและอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ วัสดุก่อสร้าง และพลาสติกเชิงวิศวกรรม ซึ่งล้วนเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่รอบตัว

สอดรับการแนวคิดแคมเปญสื่อสาร #ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี ตอกย้ำภารกิจในการสร้างความมั่นใจว่า ทุกวัตถุดิบที่มาจาก GC ได้รับการพัฒนาให้ดีที่สุด ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ดี กระบวนการผลิต และการบริหารจัดการที่ดี และดีต่อสิ่งแวดล้อมดีต่อโลก

GC

ศึกษาแผนออกหุ้นกู้ 1.7 พันล้านดอลลาร์ มีนาคมนี้

นายคงกระพัน เปิดเผยด้วยว่า บริษัทกำลังศึกษาแผน เตรียมจะออกหุ้นกู้สกุลเงินดอลลาร์ วงเงิน 1,700 ล้านดอลลาร์ ภายในเดือนมีนาคมนี้ ซึ่งจะเป็นหุ้นกู้ระยาว อายุ ประมาณ 10-30 ปี เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน

หุ้นกู้ที่จะออกใหม่ดังกล่าว จะมีการล็อกดอกเบี้ย เพื่อลดผลกระทบจากแนวโน้มดอกเบี้ยโลกที่จะขยับขึ้น หลังจากที่มีการวิเคราะห์กันว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเร่งขึ้นดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ

GC เดินหน้าธุรกิจแห่งอนาคตด้วยกลยุทธ์ 3 Steps

GC

Step Change

กลยุทธ์การยกระดับความสามารถในการแข่งขัน สานต่อสร้างเสริม GC ให้เข้มแข็ง ทั้งด้านความปลอดภัย และเสถียรภาพการผลิต พร้อมยกระดับความสามารถในการแข่งขัน เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และตลาดโลกให้มากขึ้น โดยมีความก้าวหน้าโครงการ ดังนี้

  • โครงการผลิตพลาสติกวิศวกรรมชั้นสูง ของบริษัท Kuraray GC Advanced Material (KGC) ที่ GC ร่วมทุนกับ บริษัท Kuraray และ บริษัท Sumitomo ของประเทศญี่ปุ่น อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง
    คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ เพื่อผลิต High Heat Resistant Polyamide-9T (PA-9T) จำนวน 13,000 ตันต่อปี และ Hydrogenated Styrenic Block Copolymer (HSBC) จำนวน 16,000 ตันต่อปี นับเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อรองรับเมกะเทรนด์โลก
  • โครงการขยายกำลังการผลิตเม็ดพลาสติกโพลิโพรพิลีน (PP) ของบริษัท HMC Polymers
  • การปรับโครงสร้างธุรกิจ PVC ภายหลัง VNT ออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อขยายตลาด PVC ไปสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA)

Step Out

กลยุทธ์การแสวงหาโอกาสต่อเนื่อง หลังจากประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ allnex เพื่อสร้างการเติบโตในธุรกิจใหม่ หรือในต่างประเทศ โดยการปรับองค์กรตั้งหน่วยงานธุรกิจต่างประเทศขึ้น เพื่อต่อยอดการเติบโตของบริษัท มุ่งสู่อุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยมีเป้าหมายเพื่อมองหาโอกาสในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ สนองตอบความต้องการของผู้บริโภคภายใต้เมกะเทรนด์โลก

อย่างไรก็ดี การเข้าซื้อจะคงยังไม่ใช่ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่เท่ากับการเข้าซื้อกิจการ allnex  และการเข้าซื้อหุ้นของ บริษัท วีนิไทย จำกัด (มหาชน) หรือ VNT ซึ่งจะเข้ามาเสริมผลการดำเนินงานของบริษัท และกำลังการผลิตของบริษัทให้มีการเติบโตระยะยาว

GC

Step Up

กลยุทธ์สร้างความยั่งยืนทางธุรกิจ ด้วยการเป็นต้นแบบองค์กรเพื่อความยั่งยืนในระดับสากล มุ่งเน้นการดำเนินงานที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน  (Sustainable Development Goals: SDGs) สร้างสมดุลระหว่างสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environment, Social, Governance: ESG) สอดรับกับเมกะเทรนด์ในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ (Climate Change)

GC ยกระดับคุณภาพชีวิต มุ่งสู่ธุรกิจคาร์บอนต่ำ (Together to Net Zero) โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การขับเคลื่อนด้วยประสิทธิภาพ (Efficiency-driven) การขับเคลื่อนด้วยการบริหารพอร์ตโฟลิโอธุรกิจ (Portfolio-driven) และการขับเคลื่อนการชดเชยคาร์บอน (Compensation-driven) เพื่อบรรลุเป้าหมายในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง 20% ภายในปี 2573 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2593 โดยไม่ส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางธุรกิจ

นอกจากนี้ GC ยังได้ Transform องค์กรในหลาย ๆ ด้าน เพื่อสนับสนุนทิศทางองค์กร และแผนกลยุทธ์ในระยะยาว ได้แก่ Digital Transformation, Market Focused Business Transformation, Lean Process and Organization Transformation รวมทั้งปรับองค์กร เพื่อการดำเนินงานด้าน Decarbonization

GC

2564 ปีแห่งความสำเร็จ

ผลการดำเนินงานในปี 2564 มีรายได้จากการขายรวม 465,128 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 43% โดยในปี 2564 GC มีกำไรจากการดำเนินงาน (ไม่รวมผลกำไรจากสต็อกน้ำมัน และการปรับมูลค่าสุทธิ ที่จะได้รับของสินค้าคงเหลือ ให้เท่ากับมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ ผลขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน และผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์เพื่อประกันความเสี่ยง และรายการพิเศษอื่น ๆ) ที่ 55,186 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 93% จากปีก่อนหน้า

ส่งผลให้ในปี 2564 มีกำไรสุทธิรวม 44,982 ล้านบาท (10.01 บาท/หุ้น) ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่า 200% จากปี 2563 นับเป็นผลการดำเนินงานที่สูงที่สุด

เพื่อการเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีครบวงจร GC ได้ปรับพอร์ตโฟลิโอเพื่อสร้างความแข็งแกร่งและแข่งขันได้ในเวทีโลก โดยได้ประกาศซื้อหุ้น VNT จากผู้ถือหุ้น เพื่อขยายฐาน สร้างความแข็งแกร่งในธุรกิจปลายน้ำ และเป็นการเพิ่มมูลค่าในธุรกิจสายโอเลฟินส์ให้กับบริษัท

GC ดำเนินกลยุทธ์ปรับพอร์ตโฟลิโอการลงทุนใหม่ โดยลดขนาดของกลุ่มธุรกิจที่เป็น Non-Petrochemical ลง เพื่อโฟกัสไปที่กลุ่มธุรกิจปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ให้มากขึ้น โดยขายหุ้น GPSC ให้ ปตท. จำนวน 12.73% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 25,000 ล้านบาท โดยยังเหลือหุ้นอยู่จำนวน 10 %

นอกจากนี้ GC ยังประสบความสำเร็จด้านการเงิน โดยการออกและเสนอขายหุ้นกู้ไม่มีหลักประกัน และไม่ด้อยสิทธิให้กับนักลงทุน และสถาบันต่างประเทศ จำนวนรวม 1,250 ล้านดอลลาร์ เมื่อเดือนมีนาคม 2564

GC

การเสนอขายหุ้นกู้ดังกล่าวได้รับการตอบรับจากนักลงทุนอย่างมาก จากยอดจองซื้อกว่า 6,000 ล้านดอลลาร์ ทั้งยังออก และเสนอขายหุ้นกู้สกุลเงินบาท จำนวนรวมทั้งสิ้น 30,000 ล้านบาท ให้แก่ผู้ลงทุนสถาบัน และ/หรือผู้ลงทุนรายใหญ่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนอย่างมาก และมียอดจอง 1.5 เท่าของวงเงินที่เสนอขาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางด้านเงินทุนของบริษัทในอนาคต

GC ก้าวเข้าสู่ธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง HVB (High Value Business) โดยประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ allnex ผู้นำระดับโลกในธุรกิจผลิตภัณฑ์สารเคลือบผิว (Coating Resins) และสารเติมแต่งสำหรับงานอุตสาหกรรม ที่มีความหลากหลาย สำหรับใช้กับวัสดุทุกประเภท เช่น โลหะ พลาสติก ไม้

ครอบคลุมการใช้งานในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น เหล็ก ยานยนต์ และบรรจุภัณฑ์ ตอบโจทย์เรื่องความแข็งแรงทนทาน ความสวยงาม ความปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยนวัตกรรม และเทคโนโลยี ที่มุ่งเน้นการดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ได้แก่ การใช้วัตถุดิบและกระบวนการผลิต ที่มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ ลดการปลดปล่อยสารอินทรีย์ระเหย

การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนานขึ้น การใช้ทรัพยากรหมุนเวียน เพื่อช่วยลดการปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นต้น โดยอุตสาหกรรมนี้มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง โดยเฉพาะตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

GC

ความสำเร็จด้านความยั่งยืน

ในปี 2564 GC ได้รับรางวัลและใบรับรองด้านความยั่งยืนในระดับโลก ประกอบด้วย

  • บริษัทปิโตรเคมีรายแรกของไทย ที่ติดอันดับ 1 ของโลก จากดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ (Dow Jones Sustainability Indices: DJSI) 3 ปีซ้อน ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ด้วยการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการความยั่งยืน หรือ ESG ครบ 3 ด้าน คือ สิ่งแวดล้อม (Environmental) สังคม (Social) และ บรรษัทภิบาลและเศรษฐกิจ (Governance & Economic)
  • รางวัล S&P Global Sustainability Award 2022 ระดับ Gold Class ในธุรกิจเคมีภัณฑ์ เป็นระดับสูงที่สุด จากการประเมินด้านความยั่งยืนในระดับโลกจาก S&P Global ด้วยการดำเนินงาน ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน ผ่านการสร้างสมดุลของ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของความยั่งยืน เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนองค์กรให้ไปสู่เป้าหมายได้สำเร็จ
  • บริษัทแรกและบริษัทเดียวในประเทศไทย ในกลุ่มธุรกิจเคมีภัณฑ์ ที่ได้รับการจัดอันดับจาก CDP ให้เป็นผู้นำด้านการบริหารจัดการน้ำ (A Level) และ การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (A- Level)
  • ได้รับการรับรองระดับโลกด้านความยั่งยืน และการลดคาร์บอน "ISCC PLUS" จากองค์กร International Sustainability & Carbon Certification ถึง 2 สาขา ได้แก่โรง Olefins Cracker และโรงผลิตเม็ดพลาสติก Polyethylene ซึ่งใบรับรองนี้แสดงให้เห็นถึงความพร้อ มและความมุ่งมั่นของบริษัท ที่จะสนับสนุนด้านเศรษฐกิจชีวภาพ และเศรษฐกิจหมุนเวียน
  • ผ่านการตรวจประเมินจาก Lloyd's Register Quality Assurance Ltd (LRQA) บริษัทตรวจสอบระดับสากลว่า เป็นโครงการที่มีการดำเนินงานสอดคล้องกับหลักมาตรฐานด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (BS8001:2017) เป็นรายแรก และรายเดียวในประเทศไทย นับเป็นโครงการ ที่สองของ GC ที่ได้รับการรับรอง ต่อยอดจากโครงการ Upcycling the Oceans, Thailand (UTO)
GC

#GC #ยิ่งใกล้คุณยิ่งต้องดี #GCเคมีที่เข้าถึงทุกความสุข #GCChemistryforBetterLiving

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...