โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมลาเนีย ทรัมป์ ออกจากทำเนียบขาวด้วยคะแนนนิยมแย่ที่สุด

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ม.ค. 2564 เวลา 22.50 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2564 เวลา 10.27 น.
ที่มาภาพ: REUTERS/Carlos Barria

“เมลาเนีย ทรัมป์” อดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ ออกจากทำเนียบขาวด้วยคะแนนนิยมแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์

ผลคะแนนดังกล่าวมาจากการสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นที่ทำร่วมกับ SSRS ตั้งแต่วันที่ 9 – 14 มกราคม 2564 ด้วยการสุ่มกลุ่มตัวอย่างที่เป็นผู้บรรลุนิติภาวะ 1,003 คน และใช้วิธีสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์

ทำลายสถิตินางคลินตัน

นับตั้งแต่มีการสำรวจคะแนนนิยมสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐครั้งแรกเมื่อปี 1973 ในยุคที่นางแพ็ต นิกสัน ภรรยาของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐ นายริชาร์ด นิกสัน เป็นสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง นางทรัมป์มีคะแนนนิยมก่อนออกจากทำเนียบขาวต่ำที่สุด อยู่ที่ 42% และมีคะแนนไม่เป็นที่ชื่นชอบสูงที่สุด อยู่ที่ 47%

เธอยังทำลายสถิติสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐที่มีคะแนนนิยมก่อนออกจากทำเนียบขาวเพิ่มขึ้นมาน้อยกว่า 40 คะแนนของนางฮิลลารี คลินตัน จากการสำรวจในปี 2001 โดยนางคลินตันได้คะแนนนิยมเพิ่มขึ้นมาเพียง 13 คะแนน ทำให้เธอมีคะแนนนิยมอยู่ที่ 52% และคะแนนไม่เป็นที่ชื่นชอบอยู่ที่ 39%

ทั้งนี้ ค่าเฉลี่ยคะแนนนิยมของสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐตอนออกจากทำเนียบขาว ช่วงก่อนยุคนางทรัมป์อยู่ที่ 71% ส่วนคะแนนไม่เป็นที่ชื่นชอบอยู่ที่ 21% นั่นหมายความว่าคะแนนความนิยมของเธอห่างไกลกับค่าเฉลี่ยมาก

โดนัลด์ ทรัมป์ มีส่วนให้ภรรยาไม่เป็นที่ชื่นชอบ?

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นวิเคราะห์ว่า ถึงแม้นางคลินตันจะมีคะแนนนิยมไม่สูงนัก แต่เธอสามารถครองที่นั่งวุฒิสภาสหรัฐฯช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่นายบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ จะออกจากตำแหน่ง แล้วหลังจากนั้นเธอก็มีบทบาททางการเมืองมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องการผลักดันการปฏิรูปนโยบายดูแลสุขภาพ ซึ่งต่างจากอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐส่วนใหญ่

ขณะที่คนอเมริกันแทบจะไม่รับรู้บทบาทการทำงานในทำเนียบขาวของนางทรัมป์เลย ทั้งนี้ คะแนนความนิยมของเธออยู่ในอันดับต่ำมาตั้งแต่ช่วงที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ เริ่มหาเสียงแล้ว ซึ่งหลายคนมองว่าการที่เธอเกี่ยวข้องกับเขาส่งผลเสียต่อคะแนนความนิยมของเธอ

แต่สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้วิเคราะห์เปรียบเทียบกับครั้งที่อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ นายนิกสัน มีเหตุการณ์อื้อฉาวเกี่ยวกับคดีลักลอบโจรกรรมในสำนักงานใหญ่ของพรรคเดโมแครต ที่อาคาร Watergate จนทำให้เขาต้องลาออกจากตำแหน่งในปี 1973 ว่า เหตุการณ์ครั้งนั้นไม่ได้ทำให้คะแนนนิยมของนางนิกสันลดลง เพราะ 83% ของชาวอเมริกันให้คะแนนนิยมเธอเพิ่มอย่างน้อย 1 คะแนน และมีเพียงคน 13% เท่านั้นที่ให้คะแนนเธอลดลง

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นจึงวิเคราะห์สาเหตุที่นางทรัมป์มีคะแนนนิยมต่ำที่สุดว่า อาจเป็นเพราะการแบ่งขั้วทางการเมืองของสหรัฐฯชัดเจนมากขึ้น

คะแนนนิยมสตรีหมายเลขหนึ่งคนใหม่

นางลอร่า บุช ได้พิสูจน์แล้วว่า สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐสามารถมีคะแนนความนิยมมากกว่าสามี โดยจากการสำรวจคะแนนนิยมเธอในเดือนมกราคม 2009 คะแนนความนิยมเธออยู่ที่ 67% และคะแนนไม่เป็นที่ชื่นชอบอยู่ที่ 20% ขณะที่คะแนนความนิยมของนายจอร์จ บุช อยู่ที่ 35% เท่านั้นในแบบสำรวจเดียวกัน

ทั้งนี้ มีเพียงนางบุช และนางมิเชลล์ โอบามา ที่เป็นอดีตสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐที่มีคะแนนนิยมเกือบเท่ากับค่าเฉลี่ย (71%) โดยคะแนนความนิยมของนางโอบามาอยู่ที่ 69% ส่วนสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งที่มีคะะแนนนิยมสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ได้แก่ นางบาร์บาร่า บุช ที่ได้ 85% ในปี 1993

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นวิเคราะห์ว่า นางจิล ไบเด็น สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐคนใหม่ จะไม่สามารถทำลายสถิติคะแนนนิยมได้เช่นกัน โดยคะแนนนิยมปัจจุบันของเธอคือ 58% ส่วนคะแนนไม่เป็นที่ชื่นชอบอยู่ที่ 29%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...