เมื่อ DTAC อาจถึงจุดเปลี่ยน ที่จะไม่ได้อยู่ในสายตาอีกต่อไป
เมื่อ DTAC ไม่ได้ทำตามสัญญา “เราสัญญาว่าจะไม่หยุด” หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ผู้ใช้ระบบเครือข่าย DTAC ติดปัญหาไม่ได้รับรหัส OTP ลงทะเบียน โครงการคนละครึ่ง จึงทำให้ กสทช.ต้องเรียกพบ เป็นการสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้ DTAC เสียฐานลูกค้ามากไปกว่าเดิม
บทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ระบุว่า กรณีเครือข่าย DTAC มีปัญหา ทำให้โครงการคนละครึ่ง ที่ให้สิทธิ์ประชาชนลงทะเบียน 5 ล้านสิทธิ์ โดยภาครัฐช่วยสนันสนุนเงินให้คนละ 3,500 บาท สำหรับการใช้จ่ายร้านค้าที่ร่วมโครงการไม่เกิน 7,000 บาท ลูกค้าของ DTAC ที่ลงทะเบียนเมื่อวานนี้ ติดปัญหาไม่ได้รับรหัส OTP ลงทะเบียน คนละครึ่ง จึงไม่สามารถได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการดังกล่าว
ทั้งนี้เกิดจากข้อผิดพลาดของระบบฟิลเตอร์คัดกรองลูกค้าที่ DTAC จะต้องดึงข้อมูลออกมาทำรหัส OTP มาจากแอปพลิเคชั่นเป๋าตังของธนาคารกรุงไทย จึงทำให้ DTAC ไม่สามารถรับรู้ว่าลูกค้าคนไหนต้องการขอรหัส OTP บ้าง อย่างไรก็ตาม DTAC ได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติตั้งแต่เวลา 10.00 น 11.30 น. ทำให้รหัส OTP ขึ้นหลัง จากสิทธิ์เข้าโครงการคนละครึ่งเต็มไปแล้ว
โดยทางDTAC พร้อมแสดงความรับผิดชอบด้วยการชดเชยมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 3,500 บาท ให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว ทั้งในระบบเติมเงิน และระบบรายเดือน อาทิ โบนัสเติมเงิน โทรฟรี เน็ตฟรี ส่วนลดเมื่อซื้อโทรศัพท์มือถือ โดย DTAC จะติดต่อไปยังผู้ใช้บริการที่ได้รับผลกระทบ ผ่านทางข้อความ SMS โดยเร็วที่สุด ทั้งนี้เมื่อได้รับ SMS จาก DTAC แล้ว สามารถติดต่อรับสิทธิ์ตามมาตรการชดเชย ตามรายละเอียดที่ระบุใน SMS (ข่าวหุ้น)
อย่างไรก็ตามฝ่ายวิเคราะห์มีความเห็นว่า ปัจจุบันฐานลูกค้าของ DTAC อยู่ 18.7 ล้านราย มีส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 3 (รองจาก ADVANC 40.9 ล้านราย และ TRUE 30.1 ล้านราย) คิดเป็นสัดส่วนราว 20% ซึ่งใช้เป็นสมมติฐานสัดส่วนลูกค้า DTAC ที่ได้รับผลจากการลงทะเบียนครั้งนี้ไม่ได้ คือ 20% ของ 5 ล้านราย คือประมาณ 1 ล้านราย มูลค่าที่ DTAC ต้องชดเชยไม่เกิน 1 ล้านราย X 3.5 พันบาท หรือไม่เกิน 3,000 ล้านบาท
นอกจากนี้ DTAC ยังรุกขายแพ็คเก็จมือถือพร้อมเครื่อง iPhone-12 ในราคาเครื่องที่ถูกกว่าคู่แข่งทุกราย เนื่องจากเครื่อง iPhone-12 รองรับบริการ 5G แล้ว แต่ DTAC ยังไม่มีบริการ 5G เหมือนคู่แข่งรายอื่น ทำให้งวดไตรมาส 4/63 มีขาดทุนจากขายเครื่องมือถือมากกว่าปกติ ส่งผลให้คาดว่ากำไรสุทธิของ DTAC ในงวด 4Q63 จะลดลงจาก 3Q63 อย่างมีนัยยะ
ขณะที่ในปี 64 DTAC จะมีงบลงทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งจากการขยายโครงข่าย 4G/5G บนคลื่น 700MHz โดยคาดจะได้รับมอบคลื่น 700MHz กลางเดือนม.ค. 64 และโครงข่าย 5G คลื่น 2.6 GHz ที่คาดจะได้รับมอบคลื่นมี.ค. 63 อย่างไรก็ตาม คลื่น Mid-band ที่เป็นคลื่นมาตรฐาน 5G คือ คลื่น 3500 MHz ซึ่งคาดจะมีการประมูลปลายปี 64 ถึงต้นปี 65 และเริ่มให้บริการ 5G แบบสมบูรณ์เหมือนคู่แข่งในปี 65
ขณะในปี 64 จะใช้คลื่น 2300 MHz ที่เช่าคลื่นจาก TOT มาให้บริการ 5G ไปก่อน แต่ยังติดปัญหาที่ใบอนุญาตที่ TOT ได้รับจาก กสทช.เป็นใบอนุญาต 4G และ DTAC เช่าคลื่นเพื่อใช้บริการ 4G เท่านั้น ยังต้องใช้เวลาให้ TOT ขออนุมัติจาก กสทช. ให้คลื่น 2300 MHz ใช้บริการ 5G ได้ด้วย และหลังจากนั้น DTAC ต้องตกลงค่าเช่าคลื่น 2300 MHz สำหรับบริการ 5G ด้วย
ผลประกอบการของ DTAC มีแนวโน้มลดลงต่อเนื่องในปี 64 และ 65 ทั้งจากการลงทุนโครงข่ายคลื่น 700 MHz, 2.6 GHz และค่าตัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นจากคลื่นดังกล่าว รวมถึงรายจ่ายในการลงทุนโครงข่าย 5G อย่างจริงจังในปี 65 นอกจากนี้ยังมีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะมีโอกาสย้ายค่ายเพิ่ม ขณะราคาปัจจุบันใกล้เต็มมูลค่าปี 64 ที่ 38 บาท แล้ว จึงแนะนำให้เปลี่ยนมาซื้อลงทุนใน ADVANC ที่ราคาเป้าหมาย 210 บาท หรือ INTUCH ที่ราคาเป้าหมาย 70 บาท