โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แลนด์มาร์คสำคัญเมืองลพบุรี ในแผ่นดินพระนารายณ์

Campus Star

เผยแพร่ 30 มี.ค. 2561 เวลา 05.11 น.

ลพบุรี หรือ เมืองละโว้ในสมัยก่อน เป็นเมืองแห่งความหลากหลายและต่อเนื่องทางวัฒนธรรมมายาวนานกว่า 3,000 ปี ตั้งแต่สมัยทวาราวดี (พ.ศ. 1100-1600) ที่ลพบุรีตกอยู่ใต้อำนาจของมอญและขอมมาอย่างยาวนาน จนกระทั่งตอนต้นของพุทธศตวรรษที่ 19 ที่คนไทยเริ่มมีอำนาจในดินแดนนี้ หลังจากนั้นมาเมืองลพบุรีได้ลดความสำคัญลงไป จนกระทั่งมาถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2213) ที่ทรงสร้างเมืองลพบุรีเป็นราชธานีแห่งที่สอง เรียกได้ว่าทรงประทับอยู่ที่เมืองลพบุรีมากกว่ากรุงศรีเสียอีก และโปรดให้ทูตและชาวต่างประเทศเข้าเฝ้าพระองค์ที่เมืองนี้หลายครั้ง

สถานที่สำคัญในเมืองลพบุรีในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ฯ

พระนารายณ์ราชนิเวศน์

พระนารายณ์ราชนิเวศน์ หรือที่ชาวลพบุรีเรียกกันว่า “วังนารายณ์” ตั้งอยู่ริมแม่น้ำลพบุรีพระนารายณ์ฯ โปรดฯ ให้สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ.2209 สำหรับใช้เป็นที่ประทับ ณ เมืองลพบุรี โดยมีเนื้อที่ประมาณ 42 ไร่ เป็นลักษณะรูปแบบศิลปกรรมสมัยอยุธยาตอนปลาย

พระราชวังมีซุ้มประตูทั้งหมด 11 ซุ้ม ซึ่งมีอยู่ซุ้มหนึ่งที่ตั้งชื่อว่า ประตูพยัคฆา ชื่อนี้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติประวัติให้กับ พระเจ้าเสือ ในเหตุการณ์ยึดอำนาจพระนารายณ์ฯ นั่นเอง หลังจากที่สิ้นแผ่นดินพระนารายณ์ฯ พระราชวังแห่งนี้ก็ถูกปล่อยให้ทรุดโทรม จนกระทั่งปีพ.ศ.2399 ในแผ่นดินพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 ได้ทรงโปรดให้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ ทั้งในส่วนของกำแพงเมือง, ป้อม และประตู รวมทั้งมีการสร้างพระที่นั่งวิมานมงกุฎในพระราชวัง พร้อมพระราชทานนามพระราชวังว่า “พระนารายณ์ราชนิเวศน์” ในปัจจุบัน

พระปรางค์สามยอด

เมื่อแม่การะเกดได้เห็นพระปรางค์สามยอดก็รำพึงรำพันขึ้นมาว่า “พระปรางค์สามยอด งามเหลือเกิน ศิลปะขอมนะคะเนี่ย พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ตั้งเกือบ 400 ปีมาแล้ว องค์กลาง พระพุทธรูปปรางนาคปรก องค์ทางขวา พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร องค์ทางซ้าย นางปรัชญาปารมิตา ยอดพระปรางค์คล้ายฝักข้าวโพดมีกลีบขนุน”

ปรางค์สามยอดเป็นรูปแบบของศิลปะที่นิยมมากในศิลปบายลของกัมพูชา โดยเฉพาะงานสภาปัตยกรรมที่สร้างขึ้นในสมัยของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 สอดคล้องกับรูปแบบของพระพิมพ์รูปปรางสามสามยอดที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นพุทธสถานในลัทธิวัชรยานประจำเมืองละโว้หรือลพบุรี สร้างด้วยหินศิลาแลงเขมร เรียงต่อกัน 3 องค์ เชื่อมต่อกันด้วยมุขกระสัน ที่ในอดีตภายในแต่ละยอดจะประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องนาคปรก และพระนางปรัชญาปารมิตา แต่ในปัจจุบันเหลือไว้เพียงแค่เสาประดับกรอบประตูแกะสลักเป็นรูปฤาษีนั่งชันเข่าในซุ้มเรือนแก้วซึ่งเป็นแบบเฉพาะของเสาประดับกรอบประตูศิลปะเขมร

พระที่นั่งไกรสรสีหราช

พระที่นั่งไกรสรสีหราช หรือที่ชาวลพบุรีเรียกกันว่า ‘พระที่นั่งเย็น’ หรือ‘ตำหนักทะเลชุบศร’ พระที่นั่งแห่งนี้เป็นที่ประทับในฤดูร้อนของสมเด็จพระนารายณ์ฯ ณ เมืองลพบุรี องค์พระที่นั่งตั้งอยู่บนเกาะกลางทะเลชุบศร มีเขื่อนหินถือปูนล้อมรอบ เป็นพระที่นั่งชั้นเดียวก่ออิฐถือปูน

ในปัจจุบันคงเหลือเพียงกำแพงและผนัง ส่วนทะเลชุบศรในสมัยโบราณนั้นเป็นที่ลุ่มมีน้ำขังอยู่ตลอด สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ทรงพระกรุณา  โปรดเกล้าฯ  ให้ทำทำนบใหญ่กั้นน้ำไว้ เพื่อชักน้ำจากทะเลชุบศรผ่านท่อน้ำดินเผาไปยังเมืองลพบุรี ปัจจุบันยังเห็นเป็นสันดินปรากอยู่  และที่สำคัญพระที่นั่งเย็นแห่งนี้ เป็นสถานที่ที่สมเด็จพระนารายณ์ฯ ทรงใช้เป็นที่สำรวจจันทรุปราคา เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2228 และทอดพระเนตรสุริยุปราคา เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2231 ร่วมกับคณะทูตและบาทหลวงจากประเทศฝรั่งเศสที่พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ส่งมาเจริญสัมพันธไมตรี

บ้านพระยาวิชเยนทร์

สร้างขึ้นสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพื่อรับรองเอกอัครราชทูตจากฝรั่งเศสของพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 สถานที่นี้จึงได้ชื่อว่า ‘บ้านหลวงรับราชทูต’ ในตอนปลายรัชกาลสมเด็จพระนารายณ์ฯ เจ้าพระยาวิชาเยนทร์ขุนนางสำคัญในสมัยนั้นเคยพักอยู่ที่นี่ จึงเรียกตึกนี้ว่า ‘บ้านเจ้าพระยาวิชาเยนทร์’

อาคารหลังนี้ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของพระนารายณ์ราชนิเวศน์ ตัวอาคารสร้างด้วยอิฐ แบ่งได้ 3 ส่วน ด้านตะวันออกเป็นบ้านพักของคณะทูตชาวฝรั่งเศส ส่วนด้านตะวันตกเป็นบ้านพักของเจ้าพระยาวิชาเยนทร์ขุนนางชาวกรีก กับภรรยา ท้าวทองกีมาร์ ส่วนกลางเป็นที่ตั้งของโบสถ์ของคริสต์ที่เป็นสถาปัตยกรรมแบบ Renaissance ผสมผสานกับสถาปัตยกรรมไทย

วัดสันเปาโล

วัดสันเปาโล เพี้ยนมาจาก“เซนต์เปาโล” (Saint Paulo) โบสถ์คริสต์ที่เป็นสถาปัตยกรรมเป็นแบบไทยผสมยุโรปคล้ายกับบ้านวิชาเยนทร์ สมเด็จพระนารายณ์ฯ ได้พระราชที่ดินให้แก่บาทหลวงเยซูอิต 12 รูป ที่เดินทางมาสยาม ในครั้งที่ 2 มีข้อสันนิษฐานว่าวัดนี้สร้างระหว่าง พ.ศ.2228-2230 สร้างขึ้นสำหรับบาทหลวงชุดที่ 2 ที่เป็นนักดาราศาสตร์จะมาประจำ ณ เมืองลพบุรี ที่เดินทางเข้ามาพร้อมกับโกษาปานที่ไปเจริญพระราชไมตรีกับพระเจ้าหลุยส์ที่ 14

วัดสันเปาโลสร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ทำพิธีทางศาสนา พร้อมกับใช้เป็นที่พักของเหล่าบาทหลวง และที่สำคัญคือที่โบสถ์นี้มีหอดูดาวซึ่งใช้เป็นหอสังเกตการณ์ดาราศาสตร์ แห่งแรกในกรุงสยาม มีลักษณะเป็นหอคอยแปดเหลี่ยม

ปัจจุบันเหลือเพียงซากของผนังหอดูดาวแปดเหลี่ยมบางส่วน กับฐานของอาคารที่สันนิษฐานว่าเป็นที่พักของบาทหลวงและโบสถ์ฝรั่งเท่านั้น

พะเนียดคล้องช้าง

เพนียดคล้องช้าง ตั้งอยู่ในค่ายพระนารายณ์มหาราช ไม่ปรากฎหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างขึ้นเมื่อใด แต่พบว่ามีบันทึกการเดินทางของชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังเมืองลพบุรี ได้การกล่าวถึงสถานที่แห่งนี้เป็นครั้งแรกในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ตั้งแต่เมื่อราวปีพ.ศ.2216 นอกจากจะเป็นสถานที่สำหรับแปรพระราชฐานของกษัตริย์ไทยแล้ว ยังเป็นสถานที่ต้อนรับแขกบ้านแขกเมืองในสมัยนั้นด้วย

นอกจากนี้ในเอกสารบันทึกของชาวต่างประเทศที่เดินทางมายังสยามเข้ามาในช่วงสมเด็จพระนารายณ์ฯ ยังได้กล่าวถึงความสำคัญของเมืองลพบุรี และพระราชนิยมของสมเด็จพระนารายณ์ที่มีต่อการล่าสัตว์และการคล้องช้าง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของเพนียดคล้องช้างได้เป็นอย่างดี

“…พระเจ้าแผ่นดินกำลังเตรียมพระองค์ที่จะเสด็จไปยังเมืองละโว้ ซึ่งเป็นเมืองที่โปรดประทับมากกว่าเมืองอื่นๆ อยู่ห่างพระนครระยะทาง 2 วัน ที่เมืองนี้เคยเป็นที่ประทับทุกๆ ปี คราวละ 4-5 เดือน เพื่อทรงไล่เสือและคล้องช้าง… ”  จากตอนหนึ่งในจดหมายเหตุของคณะบาทหลวงฝรั่งเศส บันทึกเรื่องราวปี พ.ศ. 2216

ขอบคุณภาพจาก: ช่อง 3, www.tnews.co.th, สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดลพบุรี, www.lopburitravel.com, www.infothailand.eu, www.commons.wikimedia.org

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...