โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ประมงแม่กลองร้อง ครึ่งปีผ่านไปแทบไม่เจอปลาทู

TODAY

อัพเดต 02 ก.ค. 2562 เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2562 เวลา 15.04 น. • Workpoint News

ชาวประมงพื้นบ้านสมุทรสงครามเผยปีนี้บางรายยังไม่เจอปลาทู งงปิดอ่าวแต่ปลาเกือบสูญพันธุ์ วอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาสาเหตุวางแนวทางแก้ไข ด้านประธานบริหารสมาคมประมงแห่งประเทศไทย เผยก่อนหน้านี้ ปัญหามาจากอวนจมที่แม้ไม่ผิดกฎหมายแต่ใช้เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต

วันที่ 2 ก.ค. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านปากมาบ ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งชาวบ้านประกอบอาชีพชาวประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก พบว่าส่วนใหญ่ปีนี้ได้ปลาทูไม่ถึง 10 ตัว และบางรายยังไม่ได้แม้แต่ตัวเดียว

นางธัญลักษณ์ ตัณสกุล อายุ 46 ปี ซึ่งเพิ่งกลับจากการหาปลาจากปากอ่าวแม่กลอง กล่าวว่า ชาวประมงพื้นบ้านเรือเล็กจะนิยมใช้อวนจมที่จมหน้าดินจะติดปลากุ้ง ปู ขึ้นมาจำหน่ายสร้างรายได้จุนเจือครอบครัว ในอดีตปลาทูมีจำนวนมาก แต่มาระยะหลังที่ปิดอ่าวแทนที่ปลาทูจะอุดมสมบูรณ์ แต่กลับกลายหายไปหมด ชาวบ้านก็ยังงง หากินลำบาก กฎระเบียบเยอะเพราะปลาทูตัวเดียว และจะให้ชาวบ้านทำมาหากินอะไร คนอื่นที่ไม่เข้าใจก็กล่าวหาว่าชาวบ้านทำปลาทูสูญพันธุ์

ที่จริงชาวบ้านก็ทำประมงก็น้อยลง เนื่องจากติดขัดกฎระเบียบ ไหนจะต้องลงทุนออกหาปลาก็ไม่ได้ดี เรือลากเรือรุนก็ไม่มี แต่ไม่รู้ว่าสาเหตุที่ปลาทูหายไปจากท้องทะเลไทยเกิดจากอะไรกันแน่ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาตนยังจับปลาทูไม่ได้สักตัวเดียว ขณะที่ปีที่แล้วทั้งปีได้ประมาณ 2-3 กิโลกรัม ซึ่งตนเก็บไว้กินเองไม่ขายด้วย นอกจากนี้ยังปูม้าก็หายไป กุ้งก็ไม่มี ปลาหลายชนิดก็หายไป แต่ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆ กลับบอกว่ามีความอุดมสมบูรณ์ เพิ่มขึ้นตรงไหนไปฟังข้อมูลใครมา จึงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาดูข้อเท็จจริงด้วยว่าเกิดอะไรกันขึ้นกับท้องทะเลไทย อยากให้มาดูแลด้วยไม่ใช่จ้องจะจับผิดชาวบ้านกันอย่างเดียว

ด้านนางอุทัย สมุทรนันทพงษ์ อายุ 56 ปี แม่ค้ารับซื้อปลาท่าเทียบเรือริมคลองปากมาบ กล่าวว่า ในอดีต โดยเฉพาะในช่วงปี 2556-2557 ที่มีการปิดอ่าว ก.ไก่ ใหม่ๆ ห้ามเครื่องมือทุกชนิดทำประมงในฤดูวางไข่ ปลาทูแม่กลองตัวใหญ่ๆ เยอะมากมีปลาทูเข้ามานับล้านๆ กิโลกรัม รับประทานกันจนเบื่อต้องเอาไปทำปลาป่นให้อาหารสัตว์ ราคากิโลกรัมละ 9-10 บาท แต่มาในช่วง 3 ปีผ่านมา ปลาทูเริ่มหายไปเรื่อยๆ ปีนี้ชาวประมงบางรายได้เพียง 2-3 ตัว บางลำ 5-6 ตัว บางลำก็ไม่ได้เลย ซึ่งชาวประมงจะไม่ขายแต่จะเก็บไว้กินเอง

มงคล เจริญสุขคณา ประธานคณะกรรมการบริหารสมาคมประมงแห่งประเทศไทย

ก่อนหน้านี้ นายมงคล เจริญสุขคณา ประธานคณะกรรมการบริหารสมาคมประมงแห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ว่า สถานการณ์ปลาทูไทยในปัจจุบันอยู่ในขั้นวิกฤติ แม้ทุกปีกรมประมง ประกาศปิดอ่าวไทยตอนบน (อ่าวรูปตัว ก.ไก่) ตั้งแต่ จ.ชลบุรี ถึง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ห้ามจับปลาในฤดูวางไข่ สองช่วงคือระหว่าง 15 มิ.ย. - 15 ส.ค. และ 30 ส.ค. - 30 ก.ย. เพราะให้สัตว์ทะเลวางไข่ และได้เจริญพันธุ์เต็มวัยโดยเฉพาะปลาทู ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ ที่ผ่านมาเรือประมงพาณิชย์ ถูกควบคุมไว้อย่างเข้มงวด แต่ปรากฏว่าประมงพื้นบ้าน ได้ใช้อวนจม ลักลอบจับปลาทูพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ ซึ่งจะทำให้ปลาทูหมดจากอ่าวไทยใน 5 ปี จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

นายมงคล กล่าวว่า แม้อวนจม ไม่ได้เป็นเครื่องมือผิดกฎหมาย แต่ชาวประมงจะใช้เกินกว่าที่ได้รับอนุญาต เป็น 10 -100เท่า เช่น ประมงชายฝั่งได้รับอนุญาตให้ใช้ได้ลำละไม่เกิน 2,000-2,500 เมตร แต่ชาวประมงได้ลักลอบ นำเครื่องมืออวนจม ออกไปวางยาวถึง 10,000 - 20,000 เมตร จนทำให้ มีการดักจับพ่อแม่พันธุ์ปลาทูไปก่อนที่จะได้วางไข่จนเกือบหมด เลยทำให้เป็นการตัดวงจรชีวิต ปลาทูทำให้ไม่มีโอกาสได้ขยายพันธุ์

ปลาทูที่จับได้จำนวนมากในอดีต

นายมงคล กล่าวว่า ปลาทูเป็นปลาผิวน้ำ ในช่วงที่มีไข่และจะเข้าวางไข่จะว่ายอยู่หน้าดิน เพื่อเข้าไปวางไข่ตามแนวชายฝั่ง ในอดีตชาวประมงจะใช้อวนลอยในการจับปลาทู ซึ่งไม่มีปัญหาเพราะปลาทูได้วางไข่ไปแล้ว แต่ระยะหลัง 10 ปี ที่ผ่านมาชาวประมงได้มีการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือจากเครื่องมืออวนลอยปรับเปลี่ยนไปเป็นเครื่องมืออวนจม จึงทำให้เป็นเครื่องมือทำลายล้างตัวจริงที่ตัดวงจรชีวิตปลาทูและปลาอื่นๆทั้งหมด จนทำให้ ทรัพยากรสัตว์น้ำไม่สามารถพลิกฟื้นกลับมาสมบูรณ์อย่างจริงจัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...