น้อยคนจะรู้! “แตงโม” ควงคุณแม่เปิดใจ หลังไม่ลงรอยนับ 10 ปี พร้อมเผยเส้นทางรักแฟนหนุ่มคนล่าสุด!
น้อยคนจะรู้! “แตงโม” ควงคุณแม่เปิดใจ หลังไม่ลงรอยนับ 10 ปี พร้อมเผยเส้นทางรักแฟนหนุ่มคนล่าสุด!
ควงคุณแม่ออกมาเปิดใจเป็นครั้งแรก หลังไม่ลงรอยกันมานับ 10 ปี สำหรับนักแสดงสาวสวย“แตงโม นิดา” ย้อนเล่าเส้นทางชีวิตในวัยเด็ก พ่อ แม่ แยกทาง ย้ายบ้าน พร้อมเปิดเผยเส้นทางความรักกับแฟนหนุ่มนอกวงการ ผ่านทางรายการชื่อดังว่า
อ่านข่าวต่อ : “แตงโม นิดา” ฟาดแรง "เด็กฉลาด ชาติเจริญ" ที่มันไม่เจริญ อาจเป็นเพราะ
เรื่องครอบครัวคุณพ่อ คุณแม่แยกทางกันตั้งแต่ 3 ขวบ ใช่ตอนนั้นถามว่ารู้ไหม ก็ยังงงๆ ก็จะพอทราบอยู่ว่าคุณพ่อ คุณแม่มีปากเสียง สักพักก็จะคิดว่าทำไมเหลือแต่คุณพ่อคนเดียว จนโตขึ้นมาหน่อยถึงรู้ว่าคุณพ่อ คุณแม่แยกทางกัน ตอนที่อยู่กับคุณพ่อ อย่างที่หลายๆ คนเห็น คุณพ่อเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว ลองผิด ลองถูกด้วยตัวเอง คุณพ่อพยายามเติมเต็มให้เรา เพราะว่าเราไม่ได้อยู่กับคุณแม่ แต่บางเรื่องที่เป็นเรื่องผู้หญิง เช่น เรื่องของประจำเดือน คุณพ่อก็ยังยกให้เป็นหน้าที่ของคุณแม่อยู่ในเรื่องของการปรึกษาอะไรพวกนี้
ช่วงที่ขาดการติดต่อกับคุณแม่ก็น่าจะเป็นช่วงที่เข้าวงการมาแล้วสักพัก ที่ห่างกับคุณแม่ เพราะว่าตอนนั้นคุณแม่ก็มีครอบครัวด้วย คุณแม่แต่งงานกับคุณท่านนึง ซึ่งเราเองก็อยากให้เกียรติด้วยที่จะไม่เอ่ยถึงเขา เพราะว่าเขาเป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว
ซึ่งคุณแม่จะเป็นคนที่เจ้าระเบียบมาก คือเป็นสาวไทยที่หัวโบราณ อยู่กับคุณแม่ คุณแม่จะบอกว่าห้ามเคี้ยวเสียงดัง ห้ามนั่งกระดิกขา เวลาไปที่ไหนห้ามจับบันไดเลื่อน โตมาอยากให้ลูกไปเรียนเปียนโนบ้าง เรียนอะไรที่เป็นผู้หญิง เราก็ไปลองทำทุกอย่างที่คุณแม่อยากให้ทำ แต่ด้วยความที่เราเองไม่ได้ใจรักขนาดนั้น โมเป็นผู้หญิงแมนๆ ก็เลยไม่สำเร็จสักอย่าง
ล่าสุดลูกสาวก็เรียนจบแล้ว ใบล่าสุดเป็นหลักสูตรที่เรียน 2 ปีครึ่ง แต่ว่าไม่นับตอนที่เป็นเด็กๆ นะ ถ้าเรียนตามเกณฑ์โมลองแล้วที่ม.รังสิต และอีกหนึ่งครั้งที่ ธุรกิจบัณฑิต ไม่รอดสักที่ ที่ไม่รอดตอนนั้นงานเยอะ ทั้งละครทั้งอย่างอื่น ไม่มีเวลาทำการบ้าน ส่งงานอะไรเลย เลยดร็อปไปเลย แล้วต้องยอมรับตัวเองว่าสมาธิไม่ได้เก่งเหมือนคนอื่น ที่จะทำสองอย่างควบคู่กันไปได้
ส่วนเรื่องความรัก เขาชื่อเบิร์ด จริงๆ เราเจอกันเมื่อ 9-10 ปีที่แล้ว ก่อนที่โมจะแต่งงาน เราเจอแล้วปิ้งกัน โดยมีคนกลางเป็นสาวสองจัดการแลกไลน์ให้เรา เจอกันที่ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นก็ทักทายนิดๆ หน่อยๆ ตอนนั้นโมเองก็งานเยอะมาก แล้วก็ใช้ชีวิต เรายังไม่ได้คิดว่าเราจะซีเรียสขนาดนั้น ช่วงนั้นต่างคนต่างแยกไปใช้ชีวิตกัน พอเมื่อโมโสดครั้งล่าสุดก่อนที่จะคบกับคุณเบิร์ด อยู่ดีๆ ก็มีไลน์ คือโมต้องบอกก่อนว่าไลน์ของโมไม่มีใครแอดได้ เพราะว่าโมตั้งเป็นไพรเวท นอกจากโมจะเป็นคนทักไปเอง ทีนี้ทีไลน์อันนึงเด้งขึ้นมา กราบสวัสดี โมก็ถามว่าใคร เขาก็บอกว่าเบิร์ด จำได้ไหม โมก็บอกจำได้ เพื่อนโมไม่มีใครชื่อเบิร์ดเลย ก็ถามสารทุกข์สุขดิบ ถามไปถามมา เราก็รู้แหละว่าเขาประทับใจเราอยู่
แต่โมก็ถามกลับไปว่าคุยอยู่กี่คน นางตอบว่า 3-4 คน เราก็คิดว่าเราไม่กับคนนี้แน่ ในขณะที่เราตอนนั้นก็ค่อนข้างแย่ในเรื่องของพ่อด้วย สักพักเขาก็มาบอกเราว่าตอนนี้คุยกับเธอคนเดียวแล้วนะ ก็เริ่มที่จะเปิดใจดู ก็เริ่มจากการส่งน้ำเต้าหู้ เพราะรู้ว่าเราไม่สบาย ส่งน้ำเต้าหู้มาแขวนไว้หน้าบ้านแล้วก็ไป บางวันก็มาแบบเปียกฝน ใส่ชุดคลุมฝนเอาน้ำเต้าหู้มาให้แล้วก็ไป แล้วเรารู้สึกว่าเขามาแบบไม่หวังอะไร แต่ผู้ชายก็ทำอย่างนี้กับทุกคน เราก็ดูต่อว่าจะทำยังไง สักพักก็เริ่มเข้ามาในบ้าน เริ่มมาเจอกับเพื่อนเรา เขาก็โอเคอยู่ได้ สักพักเริ่มจับมือเราใต้โต๊ะแล้วก็บอกว่าเป็นแฟนกันนะ
ตอนนี้ก็เจอคุณแม่แล้ว ถ้าถามว่าชอบไหม ชอบนิสัย เรียบร้อย สุภาพ แต่ถ้าพูดถึงยาวๆ แล้วถ้าเป็นคู่ชีวิตของน้องโมขอดูไปก่อน มีคุณลักษณะคล้ายคุณพ่อมากที่สุดเท่าที่เคยคบมา รู้สึกว่าอยู่กับคนนี้แล้วเราปลอดภัย ผู้หญิงจะไม่ต้องการอะไรมากมายนอกจากความปลอดภัย ดูแลเราได้