โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟูจิฟิล์ม จับเทรนด์ “กล้องฟิล์ม” เปิดตัว X-Pro3 ตั้งเป้า 3,000 ตัว/ปี

Businesstoday

เผยแพร่ 05 พ.ย. 2562 เวลา 10.50 น. • Businesstoday

นายซึโตมุ วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมา ฟูจิฟิล์ม ประสบความสำเร็จในการทำตลาดกล้องดิจิตอลในประเทศไทยเป็นอย่างมากจนสามารถเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของตลาดกล้องมิลเลอร์เลสอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการให้มีความหลากหลาย จากการทำวิจัยตลาดพบว่าผู้บริโภคเริ่มหันกลับมาในยุคฟิล์มที่มีเสน่ห์และคลาสสิก

นายซึโตมุ วาตะนาเบ้ กรรมการผู้จัดการ บริษัทฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด

การเปิดตัวฟูจิฟิล์ม X-Pro3 ได้รวบรวมทุกความต้องการของผู้บริโภคทั้งการออกแบบตัวกล้องที่มีความคลาสสิก คุณภาพของไฟล์ภาพและสีภาพที่เป็นเอกลักษณ์ของฟูจิฟิล์ม และเทคโนโลยีขั้นสูงที่อยู่ใน X-Pro3 ตอบโจทย์การเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วของผู้บริโภค ที่จะกลายเป็นเรือธงที่สำคัญในการทำตลาดสำหรับกล้องมืออาชีพ

นายพรหมมินทร์ ชราเขต ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลระดับมืออาชีพ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา คนส่วนใหญ่เริ่มพกกล้องฟิล์มติดตัวกันมากขึ้น เห็นได้จากกระแสโลกโซเชียลมีเดียต่าง ๆ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่สนใจกล้องฟิล์มเป็นอย่างมาก ฟูจิฟิล์มในฐานะผู้ผลิตกล้องดิจิตอลและผู้ผลิตฟิล์มสีที่มีประสบการณ์กว่า 85 ปี จึงคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์คนที่สนใจกล้องฟิล์ม กลายมาเป็น X-Pro3 ได้รวบรวมกล้องยุคฟิล์มและยุคดิจิตอลเข้าด้วยกัน กลายเป็น Digital Film Camera ที่สามารถตอบสนองการถ่ายภาพเป็นอย่างดี ทำให้รู้สึกเหมือนได้กลับไปใช้กล้องฟิล์มถ่ายภาพจริง ๆ

คุณพรหมมินทร์ ชราเขต ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์กล้องดิจิตอลระดับมืออาชีพ บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับ X-Pro3 ออกแบบในรูปทรงของ Rangefinder ที่มีขนาดกะทัดรัดใช้ระบบช่องมองภาพแบบ
Advanced Hybrid Viewfinder อีกทั้งมาพร้อมกับอิมเมจเซ็นเซอร์ X-Trans
CMOS 4 ความละเอียด 26 ล้านพิเซล และระบบประมวลผล X-Processor 4 นอกจากนี้ X-Pro3
ได้จำลองสีฟิล์มที่มีความหลากหลายสามารถเลือกใช้ถ่ายภาพได้ถึง
11 แบบ อีกทั้งได้นำฟิล์มใหม่อย่าง CLASSIC Neg ที่จำลองฟิล์มเนกาตีฟที่ได้รับความนิยมในอดีตของฟูจิฟิล์มมาอยู่ใน
X-Pro3 อีกด้วย โดยตัวกล้องมีทั้งหมด 3 สี คือ Black, Dura
Black และ Dura Silver เคลือบผิวแบบ DuratectTM  ที่สามารถป้องกันรอยขีดข่วนได้

เทรนด์กล้องฟิล์มจะอยู่ไปอีกนานเท่าใด?

สำหรับกล้องฟิล์มในปัจจุบัน ตอนนี้ไม่ได้โฟกัสเฉพาะคนที่เคยใช้เท่านั้น เนื่องด้วยกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่อาจเกิดไม่ทันในช่วงยุคกล้องฟิล์มได้หันมานิยมการถ่ายกล้องฟิล์มกันมากขึ้นเพราะเป็นการท้าทายฝีมือตัวเอง เพราะการถ่ายจะไม่สามารถเห็นภาพก่อนได้และจะต้องใช้ความคิดมากขึ้น ขณะที่ธุรกิจเกี่ยวกับกล้องฟิล์มโตขึ้นไม่ใช่แค่กล้องเท่านั้นแต่ธุรกิจการอัดรูปก็กลับมาอีกครั้ง แต่เปลี่ยนไปจากเดิมที่ล้างรูปและอัดรูปใส่กระดาษเพื่อไว้ดู แต่ปัจจุบันเป็นการล้างภาพและสแกนเป็นไฟล์ภาพที่สามารถนำมาแชร์ผ่านโซเชียลได้

ยังเชื่อว่าเทรนด์การใช้กล้องฟิล์มจะอยู่ไปอีกสักพักใหญ่ เพราะตลาดกล้องฟิล์มได้พัฒนาขึ้นทำให้คนเข้าใจว่าการใช้กล้องฟิล์มต้องทำอย่างไร ช่วงแรก ๆ มีคนเลิกการใช้กล้องฟิล์มเยอะพอสมควร เนื่องจากการถ่ายกล้องฟิล์มไม่ง่ายเลย เราไม่สามารถเห็นภาพได้ว่าที่ถ่ายมาจะดีหรือไม่ดี แต่ตอนนี้คนเริ่มศึกษามากขึ้น ในขณะที่แต่ก่อนการล้างฟิล์มค่อนข้างยากเพราะมีร้านที่ให้บริการน้อย จะต้องเดินทางไกล แต่ปัจจุบันมีร้านให้บริการล้างฟิล์มมากขึ้น ซึ่งจะสามารถทำให้ตลาดกล้องฟิล์มคึกคักไปอีกระดับหนึ่ง

เป้าหมายต่อไปของฟูจิฟิล์ม

สำหรับตัวกล้อง X-Pro3 จะเปิดตัวในประเทศไทยในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้
สำหรับราคาเปิดตัวในประเทศญี่ปุ่นได้ประกาศขาย X-Pro3 Black ในราคา 1,799
เหรียญสหรัฐฯ ส่วน Dura Black และ Dura Silver ราคา 1,999
เหรียญสหรัฐฯ แต่สำหรับราคาในไทยอย่างเป็นทางการคาดว่าราคาจะใกล้เคียงกับประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งทางบริษัทฯ ได้ตั้งเป้าไว้ว่า X-Pro3 จะมียอดขายประมาณ 3,000 ตัวต่อปี

ส่วนเป้าหมายกลุ่มลูกค้าของฟูจิฟิล์ม ปัจจุบันเนื่องจากเศรษฐกิจในไทยยังไม่ค่อยดีนัก ทำให้กลุ่มลูกค้าระดับกลางของฟูจิฟิล์มมีกำลังซื้อที่น้อยลง ขณะที่กลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ยังคงมีกำลังซื้อโดยที่ไม่มีผลกระทบมากนัก ทำให้ทางบริษัทฯ หันมาจับกลุ่มระดับไฮเอนด์มากขึ้น ปัจจุบันทางบริษัทฯ มีสัดส่วนกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ประมาณ 30% ซึ่งภายในปี 2565 คาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นเป็น 50%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...