โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"พนักงานออฟฟิศ" ระวัง!! แพทย์เตือนใช้ชีวิตในอาคารเสี่ยงโรค "ซิค บิวดิ้ง ซินโดรม"

MATICHON ONLINE

อัพเดต 31 ต.ค. 2562 เวลา 08.12 น. • เผยแพร่ 31 ต.ค. 2562 เวลา 08.12 น.

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคมนพ.มานัส โพธาภรณ์ รองอธิบดีกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงโรคอาการอาคารป่วย หรือ ซิค บิวดิ้ง ซินโดรม (Sick Building Syndrome) หรือเป็นกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเมื่อร่างกายได้รับมลภาวะภายในอาคารจากปัจจัยบางอย่าง เช่น วัสดุโครงสร้างของอาคาร สีที่ใช้ภายในอาคาร การถ่ายเทอากาศ เป็นต้น แต่จะมีอาการดีขึ้นหากออกจากตัวอาคาร สำหรับอาการป่วยที่พบเมื่ออยู่ในอาคาร คือ เจ็บตา หรือเจ็บคอ แสบร้อนในจมูก มีน้ำมูก หนาว เป็นไข้ ผิวแห้งเป็นผื่น อ่อนเพลีย หงุดหงิด ปวดหัว ปวดท้อง ปวดเมื่อยตามร่างกาย หายใจไม่สะดวก

นพ.มานัส กล่าวว่า นอกจากนี้ โรคดังกล่าวอาจทำให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคทางเดินหายใจ หรือเป็นภูมิแพ้อยู่ก่อนแล้วมีอาการรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้สาเหตุแม้ไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด แต่ก็มีหลายปัจจัยที่อาจทำให้เกิดโรคกลุ่มอาการอาคารป่วย เช่น น้ำยาถูพื้น สารฟอร์มาลดีไฮด์ สีที่ใช้ทาภายในอาคาร อุปกรณ์สำนักงานอย่างจอคอมพิวเตอร์ที่ไม่กรองแสงซึ่งเป็นอันตรายต่อสายตา ฝุ่นภายในอาคาร หรือมลพิษอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง เสียงรบกวน อากาศที่ไม่ถ่ายเท ไฟที่ส่องสว่าง ความร้อนหรือความชื้น แบคทีเรีย เชื้อรา เป็นต้น

ด้านนพ.สมบูรณ์  ทศบวร ผู้อำนวยการโรงพยาบาล (รพ.) นพรัตนราชธานี กล่าวว่า โรคอาการอาคารป่วยไม่มีอาการที่จำเพาะเจาะจง และอาการหลายอย่างก็คล้ายคลึงกับโรคทั่วไป จึงทำให้ยากต่อการวินิจฉัยโรค อย่างไรก็ตาม แพทย์อาจสอบถามเกี่ยวกับระยะเวลาในการทำงาน และสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน เพื่อหาความเกี่ยวข้องหรือความเป็นไปได้ของการเกิดโรคอาการอาคาร ทั้งนี้ ผู้ป่วยสามารถสังเกตตนเองได้ว่าอาการต่างๆ มักเกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่อยู่ภายในอาคารหรือไม่

“วิธีการนี้จะช่วยให้แพทย์วินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง สำหรับการรักษายังไม่มีวิธีเฉพาะเจาะจง แต่เป็นการรักษาเพื่อบรรเทาอาการตามที่เป็น และผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ที่จะทำให้อาการกำเริบ โดยปรับปรุงสภาพแวดล้อมในที่ทำงานให้ดีขึ้น เช่น เปิดประตู หน้าต่าง ให้อากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อป้องกันความอับชื้นหรือเชื้อรา ทำความสะอาดสถานที่ทำงานอยู่เสมอ ใช้เครื่องดูดฝุ่นเพื่อลดมลภาวะ ทำความสะอาดเครื่องกรองอากาศเป็นประจำ เปลี่ยนหลอดไฟเพื่อปรับความสว่าง หรือเปลี่ยนจอคอมพิวเตอร์ เป็นต้น” นพ.สมบูรณ์ กล่าวและว่า หากป้องกันเบื้องต้นด้วยวิธีต่างๆ แล้ว แต่อาการไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับการรักษาเพื่อให้แพทย์วินิจฉัยโดยทันที หรือปรึกษาได้ที่ คลินิกโรคจากการทำงาน กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านอาชีวเวชศาสตร์และสิ่งแวดล้อม รพ.นพรัตนราชธานี ได้ในวันและเวลาราชการ

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...