โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลวิธีการปล้นควายสมัยรัชกาลที่ 5 ของเสือ-โจรผู้ร้าย ทำกันอย่างไร?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 24 ธ.ค. 2567 เวลา 07.05 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2567 เวลา 23.15 น.
(ขวา) เจ้าหน้าที่จับผู้ร้าย 7 รายที่ปล้นเกวียนพ่อค้า ที่บ้านประทาบ แขวงอำเภอนอก เป็นภาพตัวอย่างการจับโจรแถบอีสาน (ภาพไม่ระบุปี ภาพจากหอจดหมายเหตุ)

กลวิธีการปล้นควายสมัยรัชกาลที่ 5 ของเสือ-โจรผู้ร้าย ทำกันอย่างไร?

ในหนังสือ “ชาติเสือไว้ลาย” เขียนโดย พีรศักดิ์ ชัยได้สุข ได้ศึกษา “เสือ” หรือ “โจร” ในสยามสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่าง โจร ผู้มีอิทธิพล อำนาจ และระบบอุปถัมภ์ ของสังคมไทยในอดีตได้เป็นอย่างดี สำหรับเรื่องการปล้นควายนั้น พีรศักดิ์ ชัยได้สุข อธิบายว่า มีอยู่ 2 ลักษณะ คือ การปล้นในเวลากลางวัน และการปล้นในเวลากลางคืน ดังนี้

การปล้นในเวลากลางวัน จะกระทำกันในตอนที่เจ้าทรัพย์หรือคนเลี้ยงต้อนกระบือไปเลี้ยงนอกบ้าน มีการเตรียมตัวเหมือนกับการปล้นเรือน ต่างกันที่เมื่อไปถึงที่หมายแล้ว โจรจะยิงปืนให้คนเลี้ยงตกใจหนีไป ผู้เป็นสายจะหลบอยู่ในป่าในพงข้างทาง เมื่อได้กระบือแล้วจะต้อนไปในเส้นทางที่นิยมต้อนฝูงควายเดิน เพื่อไม่ให้ใครตามรอยเท้าได้ อาจมีการวางกับดักขวากหนามไว้คอยสกัดผู้ติดตาม เมื่อแน่ใจว่าไม่มีผู้ใดตามทันแล้ว โจรจะแบ่งกระบือกัน ส่วนใหญ่การปล้นในเวลากลางวันนี้จะปล้นในเวลาบ่าย ทั้งนี้เวลาต้อนกระบือหนี กระบือจะไม่หอบและเหนื่อยมาก

การปล้นในเวลากลางคืน จะปล้นกระบือที่ขังคอกบริเวณบ้าน เนื่องจากกระบืออยู่ใกล้เจ้าของจึงต้องปล้นในเวลาดึกเจ้าทรัพย์จะได้ไม่ใคร่เห็นหน้า เมื่อไปถึงบริเวณคอก โจรจะยิงปืนให้เจ้าของหรือคนเฝ้าหนีไป จากนั้นก็ถอดคอกแล้วต้อนกระบือหนีไป บางครั้งอาจแสร้งทำอุบายอย่างอื่นให้เกิดความโกลาหลทำให้สะดวกในการปล้น เช่น การลอบวางเพลิง เป็นต้น

กระบือที่ได้จากการปล้นนี้จะต้องขายทอดไปโดยเร็ว เพราะเจ้าของมักออกติดตาม เมื่อได้กระบือแล้ว “ย่อมพาตรงไปส่งต่อผู้รับ ๆ เสือกไสส่งต่อ ๆ กัน เป็นระยะจนไกลเกินกว่าเจ้าของจะไปค้นคว้าติดตามได้ แล้วจึงเอาสัตว์พาหนะเหล่านั้นออกจำหน่ายใช้สรอย” ถือเป็นกระบือร้อน ก่อนการปล้นจึงต้องติดต่อผู้ซื้อไว้ก่อน หากต้องการได้กระบือโดยทุจริตและไม่ต้องรีบขายทอดนัก จะใช้วิธีลักกระบือ

การลักกระบือต่างกับการปล้นกระบือตรงที่การลักกระบือจะไม่แสดงกิริยาตึงตัง เป้าหมายเพียงแค่กระบือ 1-3 ตัว วิธีการคือ การลักกระบือที่หลงลับตาเจ้าของ หรือการแอบไปตัดคอกในเวลากลางคืน และการต้อนกระบือของตนไปใกล้ฝูงอื่น เพื่อแอบต้อนกระบือจากฝูงนั้นมาด้วย กระบือที่ได้จากการลักนี้ถือเป็นกระบือเย็น ส่วนมากมักจะใช้วิธีไถ่ถอน เพราะมีเวลาไม่ต้องรีบขายทอดต่อ

การไถ่กระบือมีขั้นตอนดังนี้ คือ เจ้าของกระบือจะติดต่อนักเลงท้องถิ่นให้ช่วยสืบหา โดยยินดีจะจ่ายเงินค่าไถ่ให้แก่ผู้ที่รับกระบือไว้ หากผู้รับกระบือไว้เป็นนักเลงในท้องถิ่นคนนั้นก็จะแกล้งทำเป็นออกไปติดต่อ สืบหา หลังจากนั้นก็จะตกลงราคาค่าไถ่ เมื่อจ่ายกันเสร็จ นักเลงคนนั้นจะบอกให้เจ้าของเดินไปทางนั้นทางนี้จนพบกระบือ (ลูกน้องนักเลงเป็นคนแอบนำกระบือไปผูกไว้ตามที่ได้นัดแนะ)

แต่ถ้าไม่ได้เป็นคนรับกระบือไว้เอง ก็จะติดตามเป็นคนกลางเจรจากับนักเลงผู้อื่นที่รับกระบือไว้ ซึ่งจะเพิ่มราคาค่าไถ่อีกทีหนึ่ง ส่วนวิธีการส่งกระบื่อคืนแก่เจ้าของเดิมก็จะมีอุบายคล้าย ๆ กัน

ส่วนวิธีการถอนกระบือจะคล้ายกับการไถ่ ต่างกันที่นักเลงคนกลางจะนำกระบือไปแลกกับกระบือที่ต้องการ กระบือที่นําไปแลกก็เป็นกระบือที่ได้จากการลักหรือซื้อกระบือที่คนอื่นลักนั่นเอง วิธีนี้นักเลงคนกลางจะได้เงินมากกว่า

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 25 กันยายน 2563

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลวิธีการปล้นควายสมัยรัชกาลที่ 5 ของเสือ-โจรผู้ร้าย ทำกันอย่างไร?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...