ธรรมlife EP.104 #ทำไมพ่อแม่ต้องสั่งสอนเรา
ทำไมพ่อแม่ต้องสั่งสอนเรา ?
คำถามนี้อาจไม่เกิดขึ้นเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่วันเวลาที่เปลี่ยนไป ก็อาจทำให้คนกล้าที่จะสงสัยขึ้นมาได้และเมื่อคุณสงสัย อ้อมว่าก็เป็นสิ่งที่ดีที่เราจะได้ไปหาคำตอบ ส่วนคำตอบจะเป็นอย่างไร ถูกใจมั้ยต้องลองไปฟังที่พระอาจารย์ท่านเมตตาตอบเอาไว้แบบนี้ค่ะ
เบื้องต้น ขอถามผู้ที่ถามคำถามนี้ก่อนว่า ทำไมต้องคิดว่าพ่อแม่สั่งสอน บางครั้งคำพูดของพ่อแม่อาจจะเป็นประโยคบอกเล่าเฉย ๆ หรือเปล่า อาตมาว่าสิ่งสำคัญคือเรื่องการรับรู้และความเข้าใจ เพราะว่าคนบางคน อย่างเช่นอาตมาในฐานะพระ บางทีพูดอะไรออกไป คนก็นึกว่าเป็นการสอนหรือบางทีถ้าเรามีทัศนคติว่าพ่อแม่ต้องบ่น ต้องว่า ผู้ใหญ่ต้องจุกจิก จู้จี้ บางทีเขาพูดอะไรบางอย่างด้วยความเป็นห่วง เช่น อย่ากลับบ้านดึกนะ คนฟังก็ตีความไปว่ากำลังโดนตำหนิกลายเป็นเรื่องใหญ่ไปก็มี
ตอบโดย พระมหานภันต์ สนฺติภทฺโท วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ
"อาตมาอยากชวนผู้ถามทำความเข้าใจตัวเองมากกว่า ทำไมเราถึงคิดว่าพ่อแม่สั่งสอน ต่อให้ท่านสั่งสอนจริง ๆ มันผิดไหมกับการที่คน ๆ หนึ่งให้ชีวิตเรามาแล้วท่านอยากเห็นเรามีชีวิตที่ดี ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพ การงาน การคบเพื่อนฝูง แล้วท่านจะบอกบางอย่างที่ท่านรู้ ท่านเห็นมาให้เราทราบ แน่นอน ถึงจุดหนึ่งบางทีเรารู้สึกว่าเรารู้ดีกว่าพ่อแม่ แต่ถามว่า ในแง่ของความหวังดีที่ท่านมีกับเราขนาดนั้น เราให้อภัยท่านได้บ้างไหม มองกันจริงๆ สมมติโยมบ่นว่าพ่อแม่สั่งสอน อยู่ที่ทำงาน โยมโดนเจ้านายบ่นหรือเปล่า บางครั้งโยมโดนรุ่นพี่ว้ากตอนเข้าเรียนใหม่ ๆ เจอมากกว่าพ่อแม่บ่นสั่งสอน ไม่รู้เท่าไร แต่โยมทน หรือต้องทนให้ได้ถามว่าทำไมโยมสยบยอม แต่โยมไม่ยอมเวลาพ่อแม่สั่งสอน
อาตมาไม่ได้อยากชวนให้ทะเลาะกับรุ่นพี่หรือพ่อแม่แต่อยากชวนว่า ไม่ว่าใครจะพูดด้วยอะไร ความรู้สึกแบบไหน จะสั่งสอน บ่นว่า หรือพูดด้วยธรรมดาก็ตาม โยมเลือกเอาเฉพาะสาระและความดีงามจากคำพูดเหล่านั้นได้ไหม ไม่ต้องฟังสิ่งที่ออกจากปากเขาก็ได้ ฟังสิ่งที่ออกจากใจ โยมอาจจะได้ยินคำว่าหวังดี คำว่าห่วงใยและถ้าโยมรู้จักที่จะพิจารณาอย่างนี้บ่อย ๆ ตั้งท่าทีอย่างนี้ ไม่ว่าใครดี หรือร้ายกับโยมแค่ไหน โยมจะสามารถเปลี่ยนให้เขาเป็นคนที่ดีกับโยมได้เสมอ โบราณบอก จิ้งจกทักตัวเดียวยังต้องฟัง พ่อแม่ให้ชีวิตเรามา ท่านจะสั่งสอนบ้างจะเป็นไร เราเองทำให้สมกับที่ท่านสั่งสอนไหม อย่าให้ใครเขามาว่าภายหลังว่า เราเป็นลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน
สุดท้ายอาตมาอยากชวนพ่อแม่ ในด้านพระพุทธศาสนาพ่อแม่ก็ต้องมีพรหมวิหาร 4 ข้อสุดท้ายคืออุเบกขา รู้จักปล่อยวาง ถ้าเราอยากจะเป็นผู้ใหญ่ที่ประเสริฐจริง เราต้องเรียนรู้ ปล่อยให้ลูกรู้จักรับผิดชอบตัวเอง ต้องปล่อยให้เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง แล้วเวลาเขาเจอปัญหาก็ค่อย ๆ ถ่ายทอดประสบการณ์ของตัวเองให้เขาและต้องยอมรับว่าประสบการณ์ของเราในอดีตกับประสบการณ์ในวันนี้ที่เขาเจอ แตกต่างมากมาย มันอาจจะไม่เหมือนกัน และแทนกันไม่ได้ แต่สิ่งที่โยมจะทำให้เขามั่นใจได้ก็คือความรักของพ่อแม่ที่มีต่อลูก ไม่ว่าเขาจะทำอะไร สำเร็จหรือล้มเหลวแค่ไหน โยมยังเป็นพ่อแม่ที่จะดูแลเขาและไม่ว่าเขาจะทำอะไร ดีร้ายแค่ไหน โยมจะไม่ตัดสินและไม่รังเกียจเขาเพราะการกระทำผิดนั้น
พระพุทธเจ้าบอกว่า พรหฺมมาติ มาตาปิตโร พ่อแม่เป็นผู้สร้างลูก เป็นพรหมของลูก โลกสฺส ทสฺเสตาโร พ่อแม่เป็นคนแสดงโลกนี้ให้แก่ลูก ฉะนั้นโยมอยากจะปั้นลูกให้เป็นอะไร อยากจะสร้างชีวิตเขา สร้างโลกใบนี้ให้เป็นอย่างไรสำหรับเขา โยมเริ่มได้ ตั้งแต่ตอนนี้ คิดดี อย่างเดียวอาจจะไม่พอ ต้องพูดดีและทำดีให้เขามีความสุขกับเราด้วย
เจริญพร "
อย่าลืมนะคะ ถ้าคุณผู้ชมมีความรู้สึกหนัก ๆ เกิดขึ้นในใจ แบ่งเบามาให้พวกเราได้ที่ธรรมไลฟ์ เรื่องไหนที่อ้อมพอจะช่วยได้ อ้อมยินดีค่ะ ส่งสิ่งสงสัยมาให้พวกเราได้ที่www.bia.or.th/dhamlife อ้อมจะไปหาคำตอบจากพระอาจารย์มาให้ค่ะ ติดตามข้อธรรมดีๆ ได้ที่เพจ FB : หอจดหมายเหตุพุทธทาส อินทปัญโญ หรือ LINE: @Suanmokkh_Bangkok