โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บลจ.กสิกรไทยชี้หุ้นไทยฟื้น มองกลุ่มแบงก์-พลังงานเด่น

ทันหุ้น

อัพเดต 31 ส.ค. 2563 เวลา 05.20 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2563 เวลา 05.20 น.

ทันหุ้น - บลจ.กสิกรไทย ย้ำจัดพอร์ตลงทุนกระจายสินทรัพย์ เพื่อรับสภาวะตลาดผันผวน พร้อมแนะนำกองเด็ด K-GINCOMEลงทุนยืดหยุ่นกระจายสินทรัพย์ทั่วโลก ทางด้าน AUM ปีนี้คาดตัวเลขใกล้เคียงปีก่อน มองดัชนีหุ้นไทยมีลุ้นแตะ 1,400 จุด ในสิ้นปี พร้อมชูกลุ่มแบงก์-พลังงาน น่าลงทุนหลังราคาอ่อนตัวแรงในช่วงที่ผ่านมา

นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในแง่กลยุทธ์การจัดพอร์ตให้มีประสิทธิภาพควรกระจายลงทุนทั้งในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง และสินทรัพย์ที่ มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อสร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดที่แตกต่างกัน และช่วยลดความผัน ผวนได้ ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถแบ่งสัดส่วนของพอร์ตออกเป็นพอร์ตหลัก (Core Portfolio) โดยให้น้ำหนักลงทุนในสัดส่วนที่มากกว่า 50% ของพอร์ต ส่วนที่เหลือเป็นพอร์ตเสริม (Satellite Portfolio)

K-GINCOME กองทุนเด็ด

ในส่วงนของพอร์ตหลัก บลจ.กสิกรไทย แนะนำกองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม (K-GINCOME) กระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลกมีความยืดหยุ่นในการปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีกลยุทธ์การลงทุนกว่า 500 กลยุทธ์ โดยมุ่งหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายรับอย่างสม่ำเสมอ โดยมุ่งหวังรายรับในรูปของเงินปันผลและดอกเบี้ยรับอยู่ที่ประมาณ 4-6% ต่อปี

สำหรับพอร์ตเสริม แนะนำ 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ไชน่า คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-CCTV) ที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้น จีน A-Shares ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นติดอันดับ Top Quartile อย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟเชนจ์ หุ้นทุน (K-CHANGE) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัท ทั่วโลกที่มีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) และสร้างผลเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ โปรแอคทีฟ (K-FIXEDPRO) ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระดับ Investment Grade ทั้งไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย โดยมุ่งหวังผลตอบแทนที่มากกว่ากองทุนตราสารหนี้ทั่วไป

ขณะเดียวกันจากความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนในระยะสั้นยังคงมีอยู่ ประกอบกับผู้ลงทุนยังมีความกังวลต่อสถานการณ์จึงเลือกถือครองกองทุนตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้รับผลตอบแทนอย่างจำกัด อย่างไรก็ดีคาดการณ์ว่าไทยจะสามารถผลิตวัคซีนโควิด-19ได้เองใน ปี2565 ดังนั้นจึงแนะนาให้ผู้ลงทุนบริหารพอร์ตโดยการกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก (Multi Asset) เพื่อเพิ่มโอกาสรับตอบแทนในระยะยาวภายหลัง

AUMใกล้เคียงปีก่อน

ด้านนายสุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัทคาดทรัพย์สินภายใต้การจัดการของบริษัทรวม (AUM) ปี 2563 น่าจะออกมาใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้อัตราตอบแทนและสินทรัพย์ในการลงทุนเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน

"แม้ภาพรวมAUM เราจะปรับลดลงในปีนี้ แต่ในส่วนของเม็ดเงินที่ซื้อกองทุนของเรายังมากกว่าเม็ดเงินที่ขายออกไป เพราะเราเองมีการบริหารพอร์ตกองทุนได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ" นายสุรเดชกล่าว

นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวโดยมองดัชนีสิ้นปีนี้มีโอกาสขยับขึ้นไปแตะ 1,400 จุด เพราะภาพรวมเศรษฐกิจโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 2/2563 ประกอบกับมีความคืบหน้าเกี่ยวการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวม

ส่วนปัจจัยในประเทศคงต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะออกมาในช่วงที่เหลือปีนี้ ประกอบกับมองกำไรของบริษัทจดทะเบียนได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/2563 อีกทั้งผลตอบแทนในส่วนต่างๆ อยู่ในระดับที่ต่ำ จึงน่าจะได้เห็นเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นในช่วงปลายปีนี้เพิ่มเติม ซึ่งคำแนะนำสำหรับการลงทุนนั้นทาง บลจ. กสิกรไทย ยังให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) และกลุ่มพลังงาน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นได้มีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมากแล้ว จึงเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...