บลจ.กสิกรไทยชี้หุ้นไทยฟื้น มองกลุ่มแบงก์-พลังงานเด่น
ทันหุ้น - บลจ.กสิกรไทย ย้ำจัดพอร์ตลงทุนกระจายสินทรัพย์ เพื่อรับสภาวะตลาดผันผวน พร้อมแนะนำกองเด็ด K-GINCOMEลงทุนยืดหยุ่นกระจายสินทรัพย์ทั่วโลก ทางด้าน AUM ปีนี้คาดตัวเลขใกล้เคียงปีก่อน มองดัชนีหุ้นไทยมีลุ้นแตะ 1,400 จุด ในสิ้นปี พร้อมชูกลุ่มแบงก์-พลังงาน น่าลงทุนหลังราคาอ่อนตัวแรงในช่วงที่ผ่านมา
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด หรือ บลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในแง่กลยุทธ์การจัดพอร์ตให้มีประสิทธิภาพควรกระจายลงทุนทั้งในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง และสินทรัพย์ที่ มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อสร้างผลตอบแทนในภาวะตลาดที่แตกต่างกัน และช่วยลดความผัน ผวนได้ ทั้งนี้ผู้ลงทุนสามารถแบ่งสัดส่วนของพอร์ตออกเป็นพอร์ตหลัก (Core Portfolio) โดยให้น้ำหนักลงทุนในสัดส่วนที่มากกว่า 50% ของพอร์ต ส่วนที่เหลือเป็นพอร์ตเสริม (Satellite Portfolio)
K-GINCOME กองทุนเด็ด
ในส่วงนของพอร์ตหลัก บลจ.กสิกรไทย แนะนำกองทุนเปิดเค โกลบอล อินคัม (K-GINCOME) กระจายเงินลงทุนในสินทรัพย์ที่หลากหลายทั่วโลกมีความยืดหยุ่นในการปรับสัดส่วนการลงทุนให้สอดคล้องกับภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป โดยมีกลยุทธ์การลงทุนกว่า 500 กลยุทธ์ โดยมุ่งหาโอกาสลงทุนในสินทรัพย์ที่สร้างรายรับอย่างสม่ำเสมอ โดยมุ่งหวังรายรับในรูปของเงินปันผลและดอกเบี้ยรับอยู่ที่ประมาณ 4-6% ต่อปี
สำหรับพอร์ตเสริม แนะนำ 3 กองทุน ได้แก่ กองทุนเปิดเค ไชน่า คอนโทรล โวลาติลิตี้ (K-CCTV) ที่เน้นลงทุนในตลาดหุ้น จีน A-Shares ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง โดยกองทุนสามารถสร้างผลตอบแทนได้โดดเด่นติดอันดับ Top Quartile อย่างสม่ำเสมอนับตั้งแต่จัดตั้งกองทุน กองทุนเปิดเค พอสซิทีฟเชนจ์ หุ้นทุน (K-CHANGE) ที่เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัท ทั่วโลกที่มีอัตราการเติบโตสูง (Growth Stock) และสร้างผลเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ โปรแอคทีฟ (K-FIXEDPRO) ที่เน้นลงทุนในตราสารหนี้คุณภาพดีระดับ Investment Grade ทั้งไทยและต่างประเทศโดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย โดยมุ่งหวังผลตอบแทนที่มากกว่ากองทุนตราสารหนี้ทั่วไป
ขณะเดียวกันจากความผันผวนของตลาดเงินตลาดทุนในระยะสั้นยังคงมีอยู่ ประกอบกับผู้ลงทุนยังมีความกังวลต่อสถานการณ์จึงเลือกถือครองกองทุนตราสารหนี้เป็นส่วนใหญ่ ทำให้ได้รับผลตอบแทนอย่างจำกัด อย่างไรก็ดีคาดการณ์ว่าไทยจะสามารถผลิตวัคซีนโควิด-19ได้เองใน ปี2565 ดังนั้นจึงแนะนาให้ผู้ลงทุนบริหารพอร์ตโดยการกระจายลงทุนในสินทรัพย์หลากหลายประเภททั่วโลก (Multi Asset) เพื่อเพิ่มโอกาสรับตอบแทนในระยะยาวภายหลัง
AUMใกล้เคียงปีก่อน
ด้านนายสุรเดช เกียรติธนากร กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า บริษัทคาดทรัพย์สินภายใต้การจัดการของบริษัทรวม (AUM) ปี 2563 น่าจะออกมาใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากภาพรวมดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้อัตราตอบแทนและสินทรัพย์ในการลงทุนเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกัน
"แม้ภาพรวมAUM เราจะปรับลดลงในปีนี้ แต่ในส่วนของเม็ดเงินที่ซื้อกองทุนของเรายังมากกว่าเม็ดเงินที่ขายออกไป เพราะเราเองมีการบริหารพอร์ตกองทุนได้อย่างมีประสิทธิ์ภาพ" นายสุรเดชกล่าว
นางสาวธิดาศิริ ศรีสมิต รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด คาดว่าตลาดหุ้นไทยจะฟื้นตัวโดยมองดัชนีสิ้นปีนี้มีโอกาสขยับขึ้นไปแตะ 1,400 จุด เพราะภาพรวมเศรษฐกิจโลกได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในช่วงไตรมาส 2/2563 ประกอบกับมีความคืบหน้าเกี่ยวการพัฒนาวัคซีนโควิด-19 เป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวม
ส่วนปัจจัยในประเทศคงต้องติดตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่จะออกมาในช่วงที่เหลือปีนี้ ประกอบกับมองกำไรของบริษัทจดทะเบียนได้ผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/2563 อีกทั้งผลตอบแทนในส่วนต่างๆ อยู่ในระดับที่ต่ำ จึงน่าจะได้เห็นเม็ดเงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นในช่วงปลายปีนี้เพิ่มเติม ซึ่งคำแนะนำสำหรับการลงทุนนั้นทาง บลจ. กสิกรไทย ยังให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ (แบงก์) และกลุ่มพลังงาน เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นได้มีการปรับตัวลดลงค่อนข้างมากแล้ว จึงเป็นโอกาสในการเข้าลงทุน