โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

"จานดาวเทียม PSI" พลิกเกมใหม่ ปั้นดิจิทัลแพลตฟอร์มต่อยอดธุรกิจ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 05 ส.ค. 2565 เวลา 06.24 น. • เผยแพร่ 03 ก.ย 2563 เวลา 05.07 น.

สัมภาษณ์

พัฒนาการของเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภคไปอย่างชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับคอนเทนต์ได้จากหลากหลายแพลตฟอร์มในเวลาไหนและที่ใดก็ได้ตามความสะดวก

นั่นส่งผลให้ช่องทีวีที่เคยเป็นสื่อหลักลดบทบาทลงเรื่อย ๆ ส่งผลต่อหลายธุรกิจ รวมไปถึงการเป็นผู้ผลิตจำหน่ายจานดาวเทียมรายใหญ่อย่าง “พีเอสไอ” ที่ต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนเร็ว พร้อมเปิดน่านน้ำใหม่ เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ

โควิดพลิกตลาดจานดาวเทียม

“นายสมพร ธีระโรจนพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมภายใต้แบรนด์ “พีเอสไอ” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ตลาดจานดาวเทียมในประเทศไทยอยู่ในสภาวะทรงตัวต่อเนื่อง

ขณะที่ภาพรวมกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมยังเติบโตได้ แม้คนจะดูทีวีลดลง แต่ทุกบ้านจำเป็นต้องมีทีวี ประกอบกับในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตลาดจานและกล่องทีวีดาวเทียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนมีมาตรการล็อกดาวน์ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น จึงเริ่มมีการเปลี่ยนจานและกล่องทีวีดาวเทียม โดยหันมาติดจานขนาดเล็ก (KU-band) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายกล่องทีวีดาวเทียมของบริษัทโตขึ้น 30% ขณะที่จานดาวเทียมขนาดเล็กก็เติบโตขึ้น 15% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจของบริษัทมี 3 ส่วน ได้แก่ 1.ธุรกิจเดิม คือ ขายจาน และกล่องทีวีดาวเทียมยังถือเป็นรายได้หลัก ตามด้วย 2.ธุรกิจรับ-ส่งสัญญาณช่องทีวีดาวเทียม ซึ่งอาจไม่โตขึ้น แต่ก็ไม่ได้หดตัวลงแต่อย่างใด เพราะคนต่างจังหวัดยังดูช่องทีวีดาวเทียมอยู่ โดยปัจจุบันให้บริการรับ-ส่งสัญญาณช่องทีวีดาวเทียมประมาณ 60 ช่อง ต่อยอดธุรกิจด้วยจุดแข็ง และ 3.ธุรกิจใหม่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น แอร์, เครื่องแยกน้ำ และกล้องวงจรปิด มีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ

ล่าสุดเปิดตัวเครื่องผลิตโอโซน PSI รุ่น G1 แบบพกพาเพื่อเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ และรุ่น O3 สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ เพื่อให้ช่างนำไปให้บริการอบโอโซนตามอาคาร สำนักงานต่าง ๆ คาดว่าสินค้าใหม่จะได้ผลตอบรับที่ดี เพราะสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ให้ความสนใจสุขภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจใหม่นี้จะไม่ถึงกับแตกไลน์ไปขายสินค้า เช่น พัดลม เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เพราะมองว่าแต่ละพื้นที่มีเจ้าตลาดอยู่แล้ว ดังนั้นการเข้าไปกินส่วนแบ่งตลาดในสินค้าเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป้าหมายหลักของการหันมาขายเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ การสร้างรายได้ให้ช่างติดตั้ง หลังตลาดจานทีวีดาวเทียมทรงตัว

นายสมพรกล่าวว่า ถ้าจะให้แข่งกันขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เช่น ตู้เย็น พัดลม บริษัทคงสู้ไม่ได้ แต่ถ้าแข่งกันที่บริการ “พีเอสไอ” ถือว่าได้เปรียบเพราะมีทีมช่างจำนวนมากพร้อมให้บริการ ดังนั้น บริษัทจึงต้องพัฒนาสินค้าที่ชูเรื่องบริการเป็นจุดขาย นั่นคือ แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นสินค้าตัวแรก ๆ ที่ออกวางจำหน่าย พร้อมจัดอบรมทีมช่างติดตั้งจานดาวเทียมเดิมให้สามารถติดตั้ง และล้างแอร์ได้ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากช่างติดตั้งและผู้บริโภคต่างจังหวัด

“แนวคิดหลัก คือ ต่อยอดจากจุดแข็งที่มี นั่นคือ ทีมช่างพีเอสไอ 3,000 คน ถ้ารวมเครือข่ายทีมช่างบนแอปพลิเคชั่น เรียกช่าง “FixIT” ที่พีเอสไอสร้างขึ้นจะทำให้มีทีมช่างที่แข็งแกร่งกว่า 10,000 คน พร้อมให้บริการอยู่ทั่วประเทศและให้บริการได้ครบวงจร ทั้งติดตั้งแอร์ จานดาวเทียม กล้องวงจรปิด เครื่องแยกน้ำ”

ปั้นแพลตฟอร์มขยายฐานลูกค้า

การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งจากการเพิ่มขึ้นของช่องฟรีทีวี และกระแสดิจิทัลดิสรัปชั่น ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปมาก ทำให้คนดูทีวีลดลง ขณะที่จำนวนการดูคอนเทนต์เพิ่มขึ้น เพราะมีช่องทางมากขึ้น เช่น ผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเลตทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ โดยทิศทางธุรกิจต่อจากนี้จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเองล่าสุดได้พัฒนาแพลตฟอร์มชื่อ “Freedom” เข้ามาปิดจุดอ่อนด้านการรับชมคอนเทนต์บนอาคารสูง และอพาร์ตเมนต์โดยทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่พีเอสไอพัฒนาขึ้นในการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่

“เราจะนำบริการนี้เข้าไปติดตั้งตามอาคารสูง อพาร์ตเมนต์ต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้พักอาศัย สามารถรับชมคอนเทนต์ได้ผ่านอินเทอร์เน็ต คาดว่าจะเปิดตัวได้เร็ว ๆ นี้”

นายสมพรขยายความว่า เดิมฐานลูกค้าหลักของ “พีเอสไอ” คือ กลุ่มคนในต่างจังหวัดที่ดูคอนเทนต์ผ่านจานดาวเทียม แต่แพลตฟอร์มใหม่จะได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ คือ คนเมือง ที่ดูคอนเทนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยจะสามารถเลือกดูคอนเทนต์ทั้งแบบฟรีและเสียเงินได้ และเร็ว ๆ นี้เตรียมเปิดตัวร่วมกับพันธมิตรกลุ่มเพย์ทีวี และพร้อมเปิดกว้างสำหรับพันธมิตรรายอื่น ๆ

“ที่ผ่านมาพีเอสไอพยายามปรับตัวในทุกมิติ โดยธุรกิจจานและกล่องทีวีดาวเทียม มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นตลาด และในต้นปี 2564 เตรียมเปิดตัวกล่องไฮบริดรุ่นใหม่ที่รองรับการดูคอนเทนต์จากอินเทอร์เน็ต และทีวีดาวเทียมได้พร้อมกัน”

สำหรับกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะมีสินค้ารุ่นใหม่ออกมา ล่าสุดได้พยายามสร้างแพลตฟอร์มของตนเอง เพื่่อต่อยอดและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...