"จานดาวเทียม PSI" พลิกเกมใหม่ ปั้นดิจิทัลแพลตฟอร์มต่อยอดธุรกิจ
สัมภาษณ์
พัฒนาการของเทคโนโลยีได้เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการรับสื่อของผู้บริโภคไปอย่างชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรับคอนเทนต์ได้จากหลากหลายแพลตฟอร์มในเวลาไหนและที่ใดก็ได้ตามความสะดวก
นั่นส่งผลให้ช่องทีวีที่เคยเป็นสื่อหลักลดบทบาทลงเรื่อย ๆ ส่งผลต่อหลายธุรกิจ รวมไปถึงการเป็นผู้ผลิตจำหน่ายจานดาวเทียมรายใหญ่อย่าง “พีเอสไอ” ที่ต้องปรับเปลี่ยนธุรกิจให้สอดรับกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนเร็ว พร้อมเปิดน่านน้ำใหม่ เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่ ๆ
โควิดพลิกตลาดจานดาวเทียม
“นายสมพร ธีระโรจนพงษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พีเอสไอ โฮลดิ้ง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายจานดาวเทียมภายใต้แบรนด์ “พีเอสไอ” กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ตลาดจานดาวเทียมในประเทศไทยอยู่ในสภาวะทรงตัวต่อเนื่อง
ขณะที่ภาพรวมกล่องรับสัญญาณทีวีดาวเทียมยังเติบโตได้ แม้คนจะดูทีวีลดลง แต่ทุกบ้านจำเป็นต้องมีทีวี ประกอบกับในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ตลาดจานและกล่องทีวีดาวเทียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง
เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 จนมีมาตรการล็อกดาวน์ทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น จึงเริ่มมีการเปลี่ยนจานและกล่องทีวีดาวเทียม โดยหันมาติดจานขนาดเล็ก (KU-band) เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ยอดขายกล่องทีวีดาวเทียมของบริษัทโตขึ้น 30% ขณะที่จานดาวเทียมขนาดเล็กก็เติบโตขึ้น 15% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ปัจจุบันโครงสร้างธุรกิจของบริษัทมี 3 ส่วน ได้แก่ 1.ธุรกิจเดิม คือ ขายจาน และกล่องทีวีดาวเทียมยังถือเป็นรายได้หลัก ตามด้วย 2.ธุรกิจรับ-ส่งสัญญาณช่องทีวีดาวเทียม ซึ่งอาจไม่โตขึ้น แต่ก็ไม่ได้หดตัวลงแต่อย่างใด เพราะคนต่างจังหวัดยังดูช่องทีวีดาวเทียมอยู่ โดยปัจจุบันให้บริการรับ-ส่งสัญญาณช่องทีวีดาวเทียมประมาณ 60 ช่อง ต่อยอดธุรกิจด้วยจุดแข็ง และ 3.ธุรกิจใหม่ขายเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ เช่น แอร์, เครื่องแยกน้ำ และกล้องวงจรปิด มีการเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ
ล่าสุดเปิดตัวเครื่องผลิตโอโซน PSI รุ่น G1 แบบพกพาเพื่อเจาะกลุ่มคนรักสุขภาพ และรุ่น O3 สำหรับบริการเชิงพาณิชย์ เพื่อให้ช่างนำไปให้บริการอบโอโซนตามอาคาร สำนักงานต่าง ๆ คาดว่าสินค้าใหม่จะได้ผลตอบรับที่ดี เพราะสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคปัจจุบันที่ให้ความสนใจสุขภาพมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของธุรกิจใหม่นี้จะไม่ถึงกับแตกไลน์ไปขายสินค้า เช่น พัดลม เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เพราะมองว่าแต่ละพื้นที่มีเจ้าตลาดอยู่แล้ว ดังนั้นการเข้าไปกินส่วนแบ่งตลาดในสินค้าเหล่านี้อาจไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะเป้าหมายหลักของการหันมาขายเครื่องใช้ไฟฟ้า คือ การสร้างรายได้ให้ช่างติดตั้ง หลังตลาดจานทีวีดาวเทียมทรงตัว
นายสมพรกล่าวว่า ถ้าจะให้แข่งกันขายเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เช่น ตู้เย็น พัดลม บริษัทคงสู้ไม่ได้ แต่ถ้าแข่งกันที่บริการ “พีเอสไอ” ถือว่าได้เปรียบเพราะมีทีมช่างจำนวนมากพร้อมให้บริการ ดังนั้น บริษัทจึงต้องพัฒนาสินค้าที่ชูเรื่องบริการเป็นจุดขาย นั่นคือ แอร์หรือเครื่องปรับอากาศ เป็นสินค้าตัวแรก ๆ ที่ออกวางจำหน่าย พร้อมจัดอบรมทีมช่างติดตั้งจานดาวเทียมเดิมให้สามารถติดตั้ง และล้างแอร์ได้ ซึ่งได้ผลตอบรับที่ดีจากช่างติดตั้งและผู้บริโภคต่างจังหวัด
“แนวคิดหลัก คือ ต่อยอดจากจุดแข็งที่มี นั่นคือ ทีมช่างพีเอสไอ 3,000 คน ถ้ารวมเครือข่ายทีมช่างบนแอปพลิเคชั่น เรียกช่าง “FixIT” ที่พีเอสไอสร้างขึ้นจะทำให้มีทีมช่างที่แข็งแกร่งกว่า 10,000 คน พร้อมให้บริการอยู่ทั่วประเทศและให้บริการได้ครบวงจร ทั้งติดตั้งแอร์ จานดาวเทียม กล้องวงจรปิด เครื่องแยกน้ำ”
ปั้นแพลตฟอร์มขยายฐานลูกค้า
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งจากการเพิ่มขึ้นของช่องฟรีทีวี และกระแสดิจิทัลดิสรัปชั่น ได้เปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคไปมาก ทำให้คนดูทีวีลดลง ขณะที่จำนวนการดูคอนเทนต์เพิ่มขึ้น เพราะมีช่องทางมากขึ้น เช่น ผ่านสมาร์ทโฟน แท็บเลตทำให้บริษัทมองเห็นโอกาสใหม่ ๆ โดยทิศทางธุรกิจต่อจากนี้จะให้ความสำคัญกับการพัฒนาแพลตฟอร์มของตนเองล่าสุดได้พัฒนาแพลตฟอร์มชื่อ “Freedom” เข้ามาปิดจุดอ่อนด้านการรับชมคอนเทนต์บนอาคารสูง และอพาร์ตเมนต์โดยทำหน้าที่เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ที่พีเอสไอพัฒนาขึ้นในการกระจายสัญญาณให้ครอบคลุมทั่วพื้นที่
“เราจะนำบริการนี้เข้าไปติดตั้งตามอาคารสูง อพาร์ตเมนต์ต่าง ๆ เพื่อทำให้ผู้พักอาศัย สามารถรับชมคอนเทนต์ได้ผ่านอินเทอร์เน็ต คาดว่าจะเปิดตัวได้เร็ว ๆ นี้”
นายสมพรขยายความว่า เดิมฐานลูกค้าหลักของ “พีเอสไอ” คือ กลุ่มคนในต่างจังหวัดที่ดูคอนเทนต์ผ่านจานดาวเทียม แต่แพลตฟอร์มใหม่จะได้ฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ คือ คนเมือง ที่ดูคอนเทนต์ผ่านอินเทอร์เน็ต โดยจะสามารถเลือกดูคอนเทนต์ทั้งแบบฟรีและเสียเงินได้ และเร็ว ๆ นี้เตรียมเปิดตัวร่วมกับพันธมิตรกลุ่มเพย์ทีวี และพร้อมเปิดกว้างสำหรับพันธมิตรรายอื่น ๆ
“ที่ผ่านมาพีเอสไอพยายามปรับตัวในทุกมิติ โดยธุรกิจจานและกล่องทีวีดาวเทียม มีการเปิดตัวสินค้าใหม่ต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นตลาด และในต้นปี 2564 เตรียมเปิดตัวกล่องไฮบริดรุ่นใหม่ที่รองรับการดูคอนเทนต์จากอินเทอร์เน็ต และทีวีดาวเทียมได้พร้อมกัน”
สำหรับกลุ่มธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าก็จะมีสินค้ารุ่นใหม่ออกมา ล่าสุดได้พยายามสร้างแพลตฟอร์มของตนเอง เพื่่อต่อยอดและสร้างการเติบโตให้ธุรกิจในอนาคต