โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

To-do list คุณแม่มือใหม่ มีอะไรที่คุณต้องทำบ้าง

Motherhood.co.th

เผยแพร่ 18 พ.ค. 2563 เวลา 04.30 น. • Motherhood.co.th Blog

To-do list คุณแม่มือใหม่ มีอะไรที่คุณต้องทำบ้าง

ในการเตรียมตัวสำหรับสมาชิกใหม่และรักษาสุขภาพของตัวเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ การมี "To-do list คุณแม่มือใหม่" นั้นจะช่วยให้คุณติดตามรายการที่คุณต้องทำประจำสัปดาห์ เพื่อให้ระยะเวลา 9 เดือนของคุณผ่านไปได้โดยไม่ต้องคิดมาก ติดตามลิสท์ของเรากันค่ะ

สัปดาห์ที่ 1

ขอแสดงความยินดีด้วย หลังจากที่พยายามกันมาสักพัก ความเป็นไปได้เริ่มมีให้เห็นแล้ว และนี่คือสิ่งแรกที่คุณต้องทำ

  • บันทึกวันของการมีรอบเดือนครั้งล่าสุดเอาไว้ หรือสองครั้งล่าสุดยิ่งดี
  • ทำประวัติสุขภาพของครอบครัว รวมถึงความผิดปกติทางพันธุกรรมหรือโครโมโซม กับคู่ของคุณ
  • เลิกสูบบุหรี่ และหันมารับประทานอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น

สัปดาห์ที่ 2

  • ลดปริมาณการบริโภคคาเฟอีน
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับยาที่คุณสามารถใช้ได้ตอนตั้งครรภ์
  • เลือกรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ ให้ครบหมู่
  • ปรึกษาแพทย์เรื่องการออกกำลังกายที่เหมาะสม
เริ่มลดปริมาณการบริโภคคาเฟอีนเสียตั้งแต่ในสัปดาห์ที่สอง

สัปดาห์ที่ 3

  • ศึกษาอาการของคนท้องในช่วงแรก
  • หาซื้อที่ตรวจครรภ์
  • เรียนรู้ว่ามีอาหารชนิดใดบ้างที่คนท้องควรงดเว้นหรือหลีกเลี่ยง

สัปดาห์ที่ 4

  • ตรวจครรภ์ซ้ำอีกครั้งให้แน่ใจ
  • แจ้งข่าวดีกับครอบครัวและคนสนิท
  • นัดแพทย์เพื่อทำการฝากครรภ์

สัปดาห์ที่ 5

  • เลือกซื้อหนังสือเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
  • ดาวน์โหลดแอพที่ช่วยบันทึกข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์
  • ซื้อสมุดบันทึกไว้ใช้บันทึกอาการต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอีก 8 เดือนข้างหน้า
  • ดื่มน้ำให้มากเข้าไว้
  • หากคุณทำประกันสุขภาพ ให้พูดคุยกับตัวแทนประกันของคุณ เพื่อดูว่าแพทย์และโรงพยาบาลในท้องถิ่นใดที่รวมอยู่ในแผนประกันที่คุณทำไว้บ้าง

สัปดาห์ที่ 6

  • หากคุณเลี้ยงแมว ก็ถึงเวลาให้คู่ของคุณทำหน้าที่เปลี่ยนทรายแมวแทน ปัญหาของทรายแมวกับแม่ท้องคือ มันสามารถปนเปื้อนด้วย Toxoplasma ซึ่งเป็นปรสิตที่พบในขี้แมว มักทำให้เกิดอาการคล้ายไข้หวัดใหญ่ในผู้ใหญ่ แต่อาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่ร้ายแรงสำหรับทารกในครรภ์ รวมถึงการติดเชื้อที่ตาและปัญหาการมองเห็น รวมถึงสมอง ตับ และม้ามเสียหาย
  • หาสูตรป้องกันอาการแพ้ท้องเตรียมไว้
  • เริ่มตัดสินใจว่าคุณชอบแพทย์ที่ฝากครรภ์ด้วยมากพอที่จะให้ทำคลอดด้วยหรือไม่ ถ้าไม่ชอบ จะได้มองหาแพทย์ทำคลอดคนใหม่แต่เนิ่น ๆ
หลีกเลี่ยงที่จะจัดการกับทรายแมวด้วยตัวเอง

สัปดาห์ที่ 7

  • ทำตารางนัดหมายสำหรับการไปตรวจครรภ์ครั้งแรก ซึ่งจะมีขึ้นประมาณสัปดาห์ที่ 8-12
  • ลิสท์คำถามที่คุณสงสัยเพื่อถามแพทย์ในการตรวจครรภ์
  • เคลียร์บ้านให้ปลอดจากผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมี เช่น DEET ที่มีมากในยาฆ่าแมลง

สัปดาห์ที่ 8

  • ช็อปปิ้งบราใหม่ ไม่ว่าจะเป็นบราสำหรับตั้งครรภ์หรือบราทั่วไปที่ใหญ่ขึ้นและมีเนื้อสัมผัสนิ่ม
  • เริ่มฝึกบริหารกล้ามเนื้อ Kegels ทุกวัน เพื่อช่วยในการคลอดแบบธรรมชาติ
  • เลือกซื้อยาลดกรดที่เหมาะสำหรับการตั้งครรภ์
  • ทำนัดกับหมอฟันล่วงหน้า เพื่อปรึกษาปัญหาฟันที่อาจเกิดระหว่างตั้งครรภ์
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจคัดกรองที่ทำได้ในช่วงไตรมาสแรกของครรภ์

สัปดาห์ที่ 9

  • เริ่มทำงบสำหรับเรื่องลูก
  • เริ่มทำ To-do list สำหรับสิ่งที่ต้องเตรียมให้ลูกก่อนคลอด
  • ตรวจสอบผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่ใช้ในบ้าน หาแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมาใช้แทนแบบสารเคมี
  • รับประทานผักและผลไม้ให้มากขึ้น
  • เดินออกกำลัง หรือออกกำลังกายระดับปานกลางเป็นเวลา 30 นาที ทำให้เป็นกิจวัตร

สัปดาห์ที่ 10

  • ล้างมือสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันติดหวัด
  • ลองใช้วิธีบำบัดแบบธรรมชาติกับปัญหาอาหารไม่ย่อย
  • เริ่มช็อปปิ้งชุดคุลมท้อง
  • ทบทวนกฎการลาดคลอดของบริษัทที่คุณทำงาน
  • หากคุณเคยผ่าคลอดมาแล้ว แต่อยากคลอดธรรมชาติในครั้งนี้ หากแพทย์ที่ผ่าคลอดให้ไม่สะดวกที่จะทำ ให้ลองปรึกษาแพทย์ท่านอื่น

สัปดาห์ที่ 11

  • บำรุงผิวหน้าท้อง สะโพก และต้นขาของคุณทุกวัน เพื่อป้องกันอาการคันเพราะผิวแห้งขณะผิวยืดตัว
  • หลีกเลี่ยงการแช่น้ำร้อนในอ่างอาบน้ำ ซาวน่า ห้องสตีม โยคะร้อน หรืออะไรก็ตามที่สามารถเพิ่มอุณหภูมิร่างกายของคุณให้สูงกว่า 38.8 องศา
  • เข้ารับการตรวจคัดกรองประจำไตรมาสแรก แพทย์จะได้ตัดสินผลการตรวจได้อย่างฟันธง
  • ฟังเสียงหัวใจของทารกจาก Doppler

สัปดาห์ที่ 12

  • ซื้อหมอนสำหรับหนุนทอนท้อง
  • อย่าลืมยืดกล้ามเนื้อและอุ่นเครื่องก่อนออกกำลังกาย เพราะเอ็นและข้อต่อของคุณจะคลายตัวมากกว่าเดิมในช่วงนี้
  • จนกว่าจะคลอด ต้องหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายใด ๆ ที่ต้องการให้คุณนอนราบบนหลังของคุณ
  • หากเป็นครรภ์แฝด แพทย์จะสามารถสังเกตเห็นทารกอีกคนในการตรวจอัลตราซาวด์ครั้งถัดไป

สัปดาห์ที่ 13

  • คิดชื่อลูกเตรียมไว้
  • เริ่มนอนตะแคงข้างได้แล้ว
  • หารายชื่อกุมารแพทย์
  • แบ่งการรับประทานอาหารให้เป็นมื้อที่เล็กลงและบ่อยขึ้น เพื่อป้องกันอาการเสียดท้อง
  • พิจารณาการยืมชุดคลุมท้องจากเพื่อนสนิทหรือคนในครอบครัว

สัปดาห์ที่ 14

  • แจ้งกับผู้บังคับบัญชาที่ทำงาน
  • เริ่มถ่ายรูปท้องที่ค่อย ๆ โตขึ้นเก็บไว้
หาที่ฝึกโยคะสำหรับคนท้อง เป็นการออกกำลังกายที่ดี

สัปดาห์ที่ 15

  • หาที่ฝึกโยคะสำหรับคนท้อง
  • หากคุณอายุมากกว่า 35 ให้นัดแพทย์เพื่อตรวจน้ำคร่ำ

สัปดาห์ที่ 16

  • รับแคลเซียมให้เพียงพอ จะผลิตภัณฑ์นมแบบไขมันต่ำหรืออาหารเสริม
  • พูดคุยกับญาติหรือเพื่อนสนิทถึงประสบการณ์ในการคลอด

สัปดาห์ที่ 17

  • รับมือกับอาการหลง ๆ ลืม ๆ ในช่วงตั้งครรภ์ด้วยการจดโน้ตและตั้งเตือนจากแอพต่าง ๆ
  • ลงทะเบียนคอร์สอบรมเกี่ยวกับการตลอด เช่น ลามาซ
  • เปิดบัญชีสำหรับออมเงินให้ลูก
  • ซื้อเครื่องพ่นไอน้ำติดในห้องนอน เพื่อบรรเทาอาการคัดจมูกที่มีในช่วงท้อง

สัปดาห์ที่ 18

  • ตรวจสอบเก้าอี้โต๊ะทำงานของคุณ เพื่อดูว่ามีเก้าอี้ที่ซัพพอร์ทได้ดีกว่าหรือที่วางเท้าที่สามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหลัง
  • สามารถตรวจสอบเพศของทารกได้แล้ว ถ้าคุณต้องการรู้ก่อน

สัปดาห์ที่ 19

  • เริ่มมองหาเฟอร์นิเจอร์สำหรับเด็ก
  • หากอยากคลอดเองที่บ้าน ก็เริ่มศึกษาได้แล้ว

สัปดาห์ที่ 20

  • เตรียมรองเท้าส้นแบนที่เหมาะกับการสวมใส่ในช่วงตั้งครรภ์ เพราะคุณต้องใส่ไปอีก 4 เดือน
  • เริ่มศึกษาอาการครรภ์เป็นพิษว่ามีอาการเช่นไร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
เตรียมรองเท้าส้นแบนที่ใส่สบายไว้ให้พร้อม

สัปดาห์ที่ 21

  • ศึกษาเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เตรียมไว้ก่อน
  • ถึงเวลาที่ต้องปรับขนาดบราอีกครั้ง

สัปดาห์ที่ 22

  • รู้เพศทารกแล้ว ลองพิจารณาชื่อให้ลูกอีกครั้ง
  • ป้องกันเส้นเลือดขอด โดยหลีกเลี่ยงการนั่งไขว่ห้าง การนั่งหรือยืนเป็นเวลานานซึ่งอาจส่งผลให้เลือดรวมกันที่ขา

สัปดาห์ที่ 23

  • ซื้อชุดคลุมท้องเพิ่ม

สัปดาห์ที่ 24

  • มองหาสถานรับเลี้ยงเด็กเอาไว้ล่วงหน้า หากคุณต้องกลับไปทำงานหลังคลอด
  • ปรึกษาแพทย์เกี่ยวกับการตรวจหาเบาหวานระหว่างตั้งครรภ์

สัปดาห์ที่ 25

  • อัพเดทข้อมูลสุขภาพกับตัวแทนประกัน และใส่รายชื่อผู้รับผิดชอบเป็นผู้ปกครองที่คุณต้องการ

สัปดาห์ที่ 26

  • พูดคุยกับกุมารแพทย์ที่สนใจ ค้นหาว่าแพทย์ในย่านที่อยู่อาศัยมีใครบ้างที่รวมอยู่ในประกันสุขภาพ และพูดคุยกับตัวแทนประกันเพื่อขอคำแนะนำเพิ่มเติม
  • หากต้องการเดินทางไปที่ไหนในช่วงนี้ ให้ทำเลย ก่อนที่จะต้องงดเมื่อเข้าไตรมาสที่สาม
  • เข้ารับการตรวจกลูโคส เพื่อเช็คเบาหวาน

สัปดาห์ที่ 27

  • หากวางแผนทำห้องแยกให้ลูก ควรเริ่มคิดเรื่องการตบแต่งได้แล้ว
  • เริ่มมองหาดูลา หากต้องการใช้บริการ
ให้คุณพ่อสัมผัสท้อง เพื่อรับรู้ถึงแรงเตะของเจ้าตัวน้อย

สัปดาห์ที่ 28

  • พบแพทย์ตามนัดทุก ๆ 2 สัปดาห์
  • ให้คุณพ่อฟังสัมผัสการเตะของเจ้าตัวน้อยจากในท้อง
  • หากนิ้วของคุณบวม ให้ถอดแหวนออกและเก็บไว้ในที่ปลอดภัยจนกระทั่งหลังคลอด
  • คุณอาจได้รับการฉีดตรวจ RhoGAM ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรุ๊ปเลือดของคุณและคู่

สัปดาห์ที่ 29

  • หากคุณอาศัยในบ้านที่ถูกสร้างมานานมาก ให้คู่ของคุณทดสอบว่าสีที่ใช้ทาบ้านนั้นมีสารตะกั่วหรือไม่ ถ้ามีก็ให้เอาออก
  • รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูง เพื่อช่วยป้องกันอาการท้องผูกและริดสีดวง

สัปดาห์ที่ 30

  • ซื้อคาร์ซีทและรถเข็นเตรียมไว้
  • จัดกระเป๋าเตรียมไปคลอด และของคู่คุณด้วย
  • เรียนรู้อาการของการคลอดก่อนกำหนด
  • เริ่มออกกำลังในแบบที่ช่วยเตรียมพร้อมร่างกายเพื่อการคลอด

สัปดาห์ที่ 31

  • รับประทานอาหารที่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก
  • หากต้องการจ้างพยาบาลมาช่วยดูแลเด็ก ให้ขอคำแนะนำได้แล้ว
  • วางแผนลาคลอด
  • เตรียมชุดปฐมพยาบาลสำหรับเด็ก

สัปดาห์ที่ 32

  • วางแผนการดูแลลูกหรือสัตว์เลี้ยง ในระหว่างที่คุณไปคลอด
  • ไปตัดผม
  • เริ่มพบแพทย์ทุกสัปดาห์จนกว่าจะคลอด

สัปดาห์ที่ 33

  • หาความรู้เกี่ยวกับการดูแลทารกแรกเกิด
  • เคลียร์รถให้พร้อมสำหรับการรับทารกน้อย
  • ติดตั้งคาร์ซีทโดยดูข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อความมั่นใจในการติดตั้ง
ติดตั้งคาร์ซีทโดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลที่ถูกต้อง

สัปดาห์ที่ 34

  • ซื้อหาของใช้จำเป็นที่คุณต้องใช้หลังคลอด
  • พบปะกับกุมารแพทย์ที่คุณสนใจ เพื่อตัดสินใจเลือก

สัปดาห์ที่ 35

  • หากคุณตั้งใจจะเลี้ยงลูกด้วยนม ให้เริ่มปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านนมแม่

สัปดาห์ที่ 36

  • ทบทวนแผนในการคลอดกับแพทย์ ดูลา พยาบาลผดุงครรภ์ หรือคนที่เกี่ยวข้อง
  • พักผ่อนให้มากเข้าไว้

สัปดาห์ที่ 37

  • หากคุณมีลูกอยู่แล้ว เตรียมเขาให้พร้อมรับกับการมาของน้องคนใหม่
  • วางแผนสำหรับ 2-3 สัปดาห์แรกของคุณกับลูกน้อย ด้วยการทำอาหารและแช่แข็งมื้อเย็นที่อยู่ได้ 2-3 วัน
  • ตุนผ้าอ้อมสำเร็จรูปและนมผง
  • ซักเสื้อผ้าเด็กอ่อนและฟูกเตรียมไว้

สัปดาห์ที่ 38

  • ตรวจสอบเรื่องการเงินและประกันสุขภาพให้ถี่ถ้วน
  • ตัดสินใจเลือกชื่อลูกอย่างจริงจัง

สัปดาห์ที่ 39

  • ฝึกซ้อมเทคนิคการหายใจระหว่างคลอดที่คุณไปอบรมมา
  • สรุปงานและสร้างบันทึกช่วยจำสำหรับคนที่เข้ามารับผิดชอบงานแทนคุณ ทำล่วงหน้าเผื่อว่าคุณจะคลอดก่อนวันที่กำหนดเอาไว้แต่แรก

สัปดาห์ที่ 40

  • เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับอาการน้ำเดิน
  • นับการเจ็บท้องเตือน
  • ซื้อแผ่นเจลประคบเย็น 2-3 ชุดเตรียมไว้ สำหรับประคบฝีเย็บหลังกลับจากโรงพยาบาล
ทำสควอทเพื่อช่วยเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการคลอด

สัปดาห์ที่ 41

  • ทำสควอท เพื่อเตรียมร่างกายให้พร้อมสำหรับการคลอด
  • พักผ่อนให้มาก ๆ

สัปดาห์ที่ 42

  • เดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อคลอด

มีรายละเอียดมากมายที่คุณพ่อคุณแม่จะหลงลืมไม่ได้ในการเตรียมตัวสำหรับการมาของทารกน้อยนะคะ ช่วย ๆ กันดูรายละเอียดพวกนี้ให้ดี ทำในสิ่งที่สมควรทำในระยะเวลาของมัน แล้วทุกอย่างจะดีเองค่ะ

 

อ่านบทความสำหรับแม่และเด็กอื่นๆที่น่าสนใจได้ที่นี่ >> story.motherhood.co.th

มองหาสินค้าสำหรับแม่และเด็กในราคาสุดพิเศษได้เลยที่ >> Motherhood.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...