โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดใจ ‘ลุงยาว’ เจ้าของร้านลาบ-จนท.คุมแอลกอฮอล์ สั่งปรับหลักหมื่นป้ายโลโก้เหล้าเบียร์

TODAY

อัพเดต 22 ส.ค. 2563 เวลา 03.13 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2563 เวลา 07.09 น. • workpointTODAY

'กฎหมายห้ามโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์' ถูกพูดถึงในสังคมโซเชียลอีกครั้ง จากกรณีมีผู้โพสต์ภาพ 'เมนูอาหาร' ของร้านลาบแห่งหนึ่งในนนทบุรีบนเมนูนั้นมีรูปภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ด้วย ซึ่งเจ้าของร้านโดนดำเนินคดี ตามมาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 ปรับ 50,000 บาท !!

ทีมข่าว workpointTODAY คุยกับทั้งสองฝ่าย…

วันนี้ นายคำนาย มาดำ อายุ 52 ปี หรือลุงยาว เจ้าของร้านลาบในอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ได้เดินทางไปพบตำรวจ สภ.ปากเกร็ดอีกครั้งเพื่อสอบถามเรื่องป้ายที่ผิดกฎหมาย โดยลุงยาว บอกกับทีมข่าวว่า ป้ายที่ผิดคือป้ายรูปเหล้าขาวต้นข้าว, ป้ายเบียร์อีกสองยี่ห้อ, ป้ายเมนูอาหารที่มีโลโก้เบียร์ที่ติดอยู่ในร้านเป็นป้าย ในช่วงที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบตั้งแต่เดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ ปี 2562 ปัจจุบันไม่มีป้ายเหล่านั้นในร้านแล้ว และไม่ใช่เมนูอาหารที่เป็นข่าว ซึ่งลูกชายของตนเป็นคนโพสต์เพราะเข้าใจว่าพ่อโดนปรับเพราะป้ายเท่านั้น

ลุงยาว เล่าย้อนเหตุการณ์เมื่อปีที่แล้วว่า วันที่เจ้าหน้าที่เข้ามาที่ร้านได้บอกว่า ป้ายผิดกฎหมายแต่ไม่ได้บอกว่าจะดำเนินคดีหรือให้ไปเสียค่าปรับ ตนก็เข้าใจว่าเจ้าหน้าที่มาประชาสัมพันธ์มาให้ความรู้เฉยๆ เพราะตนได้บอกว่าไม่ทราบ อีกทั้งเห็นว่า นานแล้วตั้งแต่ต้นปีที่แล้วก็คิดว่าเรื่องจบไปแล้ว แต่พอวันที่ 10 ส.ค. 2563 มีหมายเรียกจากตำรวจ สภ.ปากเกร็ดให้ไปพบ เมื่อไปพบตำรวจบอกว่าเป็นเพียงทางผ่านเอกสารให้เรียกตัวแต่ไม่มีอำนาจปรับ และได้ให้ตนไปพบเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงสาธารณสุข

"เขาให้ไปเสียค่าปรับผมก็จะไปเสียตามที่เขาบอก พอไปที่กระทรวงสาธารณสุขแล้วกระทรวงบอกจะเอา 5 หมื่น ผมเลยบอกว่าผมไม่มีตังค์ขอปรับขั้นต่ำได้ไหม ผมก็ขายของไม่ดีเจอช่วงนี้ เขาก็คิดอยู่นานแล้วก็ลดให้เหลือ 1 ใน 3 จาก 5 หมื่นเหลือ 17,000 บาท แต่ผมไม่มีตังค์ถึง 17,000 บาท ผมมี 15,000 บาท ขอลดเป็น 15,000 ได้ไหม เขาก็บอกว่าไม่ได้กำหนดไว้ต่ำสุดแล้วก็เลยขอเขาต่อยืดเวลาให้ผมหาตังค์เพิ่มอีกเดือนนึงได้ไหม เขาโอเคให้เวลา ให้ไปจ่ายก่อนวันที่ 10 ก.ย." 

เจ้าของร้านลาบรายนี้ ยืนยันว่า ป้ายทั้งหมดที่ตนถูกดำเนินคดีมีบริษัทที่จำหน่ายเหล้า-เบียร์นำมาติดตั้งให้ โดยไม่ได้แจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับกฎหมาย พร้อมเผยความในใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ว่ารู้สึกคาใจว่าทำไมถึงเพิ่งมีหมายเรียก เพราะมาตรวจตั้งแต่ปี 62 เข้าใจว่าเรื่องจบไปแล้ว ซึ่งเศรษฐกิจอย่างนี้มาโดนค่าปรับถือว่าเยอะสำหรับร้านของตน เป็นการเพิ่มภาระความหนักใจ ส่วนที่บอกว่าป้ายผิดนั้นตนก็ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรเมื่อเจ้าหน้าที่บอกว่าผิด ตนก็ตั้งใจจะจ่ายค่าปรับให้ตามที่เจ้าหน้าที่บอกแต่ตอนนั้นไม่เงินพอจึงขอผัดมาก่อน อย่างไรก็ตามจากนี้จะปรึกษาทนายความและทางครอบครัวอีกครั้งว่าจะหาทางออกเรื่องนี้อย่างไร 

หน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมาย มาตรา 32 พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 คือสำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข "มาตรา 32 ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือแสดงชื่อหรือเครื่องหมายของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อันเป็นการอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ผู้อื่นดื่มโดยตรงหรือโดยอ้อม"  มีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท

ด้าน น.ส.ชนกธิดา ศิริวัตร หัวหน้ากลุ่มเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์กับ workpointTODAY ว่า ที่ข่าวออกมาว่า พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ได้อธิบายอะไรเลย และมีเพียงป้ายเมนูอาหารที่มีภาพเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นไม่ใช่ความจริง เราได้นั่งคุยกับลุงเจ้าของร้านนาน 50 นาที และเรามีคลิปในวันเข้าตรวจสอบความยาวประมาณ 20 นาที โดยเราได้มีการชี้แจงข้อกฎหมายแต่ละป้ายให้ลุงทราบว่า ป้ายใดผิดหรือไม่ผิดอย่างไร ซึ่งในร้านของลุงมีป้ายที่ติดสื่อโฆษณาแทบทุกเสาเต็มร้านเลยไม่ใช่แค่เมนูที่เป็นข่าวอีกทั้งในร้านก็มีสาวเชียร์เบียร์ด้วย

หัวหน้ากลุ่มเฝ้าระวังและบังคับใช้กฎหมาย กล่าวเพิ่มเติมว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องร้องเรียนเข้ามาในระบบ เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 2562 จะอ้างเรื่องโควิด-19 คงไม่ใช่ เพราะไปตรวจตั้งแต่ปีที่แล้ว โดยไปตรวจร้านวันที่ 24 ม.ค. 2562วันที่ไปตรวจมีเจ้าหน้าที่ตำรวจของสภ.ปากเกร็ดเข้าร่วมด้วย เราได้แสดงตัวว่ามาจากไหน พร้อมบอกวัตถุประสงค์ มีการนั่งคุยว่ามีป้ายสติ๊กเกอร์ของช้าง เฟเดอร์บรอย รวงข้าว มีตู้แช่ช้าง และมีสติ๊กเกอร์ของช้างติดแทบจะทุกเสา เขียวเต็มร้าน ตอนหลังได้เรียกสาวเชียร์มานั่งฟังด้วยว่า สาวเชียร์เบียร์ผิดฐานโฆษณาอย่างไร ซึ่งหลังไปตรวจเสร็จ ได้กล่าวโทษในเดือนพ.ย. 2562 เพราะต้องทำคดีที่ขาดอายุความก่อน สำนักงานตรวจทำทั่วประเทศไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ หรือนนทบุรี

จากนั้นในเดือน ส.ค. 2563 พนักงานสอบสวนส่งลุงมาที่สำนักงานฯ ตำรวจบอกว่าลุงรับสารภาพยินดียอมให้เปรียบเทียบ แต่พนักงานสอบสวนไม่มีอำนาจปรับจึงส่งมาที่สำนักงานฯ ซึ่งโทษจริงๆ จำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 500,000 บาท แต่ มีการกำหนดอัตราการเปรียบเทียบปรับไว้ว่า ขั้นที่ 1 ผิดครั้งแรกปรับ 50,000 บาท และถ้ามีเหตุผลสมควรได้ลดหย่อนได้ 1 ใน 3 คดีนี้พนักงานเจ้าหน้าที่ ลดให้เหลือ 17,000 บาท จากที่คุยกับลุงเหมือนลุงมีเงินไม่พอจึงยืดระยะเวลาให้ 1 เดือน ลุงรับว่า จะมาชำระเดือน ก.ย. แต่ปรากฏว่า ลุงไม่ได้มาคุยแต่ให้สัมภาษณ์

"ถ้าจะมาโยงว่าโควิดเศรษฐกิจไม่ดี มากลั่นแกล้ง ต้องบอกว่าเรื่องนี้ตรวจสอบตั้งแต่เมื่อปีที่แล้ว มีขั้นตอนการทำสำนวนคดีทั้งในชั้นพนักงานเจ้าหน้าที่และชั้นพนักงานสอบสวน"

น.ส.ชนกธิดา อธิบายเรื่องการปรับเงินเพิ่มเติมด้วยว่า ในกรณีของลุงยาวนี้มีการปรับ 17,000 บาท จะต้องส่งเป็นรายได้แผ่นดิน ร้อยละ 40 คือ 6,800 บาท เหลือเงิน 10,200 บาท ต้องถูกส่งเข้าสมทบกองทุนเงินค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของพนักงานเจ้าหน้าที่เพราะเงินสนับสนุนไม่เพียงพอ จำนวน 2,600 บาท เหลือ 7,600 ถ้ามีคนแจ้งความแล้วประสงค์รับเงินสินบนจะได้เงินนำจับ 2,550 บาท ไม่ใช่ 7,000 บาท และทุกเคสไม่ได้ปรับเท่ากันทุกราย  ซึ่งกรณีของลุงยาวผู้แจ้งไม่ได้ไม่ประสงค์เงินสินบน

ส่วนการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่นั้น น.ส.ชนกธิดา ระบุว่า ป้ายในร้ายลุงยาวที่ผิดนั้นเป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาที่มีก่อนเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ ดังนั้นกรณีป้ายที่ร้านลุงแทบไม่ต้องใช้ดุลยพินิจ ส่วนที่บอกว่าเอเย่นต์เอาป้ายมาให้ต้องถามว่า ทำไมเอเย่นต์ไม่มาเอาออกให้ เพราะน่ารู้ดีว่าป้ายพวกนี้ผิด พร้อมยืนยันกรณีสาวเชียร์เบียร์ไม่ดึงกล่าวโทษในสำนวน และไม่ใช้ผิดเพราะ 'เมนูอาหาร' จิ๊บจ้อยมากเลย ซึ่งเราไม่ได้บังคับว่าต้องมาจ่าย เพราะลุงไปศาลก็ได้บางทีไปศาลอาจไม่ต้องจ่ายเลยก็ได้ขึ้นอยู่ที่ดุลยพินิจของลุงเหมือนกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...