โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เวลาเป็นสิ่งที่ต้องสร้างเอง - บองเต่า

THINK TODAY

เผยแพร่ 03 ธ.ค. 2562 เวลา 06.47 น. • บองเต่า

 ปีนี้เป็นปีที่ผมสร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิต ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ใหญ่มากจนตอนนี้มานั่งทบทวนตัวเองแล้วก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อตัวเองเท่าไร

ปีนี้เป็นปีแรกในชีวิต ที่ผมเป็นคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายเป็นยาขมของผมมาตั้งแต่เด็ก ตอนเป็นนักเรียน วิชาพละเป็นวิชาที่ผมเกลียดที่สุด เพราะเล่นอะไรไม่เป็นสักอย่าง พอโตขึ้นมาถึงจะมีออกกำลังกายบ้าง เช่น ไปวิ่งแบบที่ใคร ๆ เขาก็วิ่งกัน ก็ไม่เคยคิดจะพัฒนาตัวเอง ก็ยังวนเวียนกับการวิ่งครั้งละไม่กี่กิโล ไม่สนใจสถิติหรือความเร็วอะไรทั้งนั้น ในขณะที่เพื่อนคนอื่นที่เริ่มวิ่งพร้อมกัน ป่านนี้คือจบฟูลมาราธอนไปกันหมดแล้ว

ผมพบว่าทุกครั้งที่มีเรื่องการออกกำลังกายเข้ามา ผมก็จะมีข้ออ้างให้ตัวเองโดยอัตโนมัติว่า *ผมไม่มีเวลา *

มีช่วงหนึ่งของชีวิตการทำงาน ที่ผมได้เดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ เกือบทุกทริปผมก็จะเอาชุดออกกำลังกายไปด้วย แต่ในความจริงแล้วก็เป็นแค่การเตรียมไปเผื่อ แต่แทบไม่เคยได้ใช้จริงสักที เพราะเวลาเดินทางต่างประเทศ งานที่เมืองไทยมันไม่ได้หยุดไหลเข้ามา กลายเป็นว่าพอกลับมาถึงโรงแรมก็ต้องนั่งทำงานอยู่หน้าคอม จนกระทั่งผมได้คุยกับลูกค้าชาวฝรั่งคนนึงที่เดินทางต่างประเทศมากพอ ๆ กัน เขากลับบอกว่า แทบทุกทริปที่เขาเดินทาง เขาออกกำลังกายเป็นประจำ ออกไปวิ่งที่สวนบ้าง ลงไปเล่นฟิตเนสของโรงแรมบ้าง

ผมถามเขาว่า คุณมีเวลาได้ยังไง?

เขาตอบว่าเวลาเป็นสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นเอง ถ้าคุณคิดว่าจะไปออกกำลังกาย ก็แค่ปิดคอม คว้ารองเท้าแล้วออกจากห้อง แค่นั้นแหละ คุณก็จะมีเวลามากพอให้ออกกำลังกายแล้ว

 ตอนนี้ผมไม่ได้เดินทางต่างประเทศบ่อย ๆ เหมือนก่อน แต่ผมก็ยังคงมีข้ออ้างเดิม ๆ ให้ตัวเองจนไม่ได้ออกกำลังกายเป็นกิจลักษณะซะที จนในที่สุดผมก็รู้สึกว่า ผมต้องทำอะไรบางอย่างแล้ว และอย่างแรกที่ผมทำ คือการเดินไปสมัครสมาชิกฟิตเนสที่ใกล้ออฟฟิศแบบเดินไปได้ พร้อมกับจ้างเทรนเนอร์ด้วย เพื่อสร้างแรงกดดันให้กับตัวเองไปในตัว

 ผมบอกเทรนเนอร์ในวันแรกที่เราเจอกันว่า ผมไม่ได้อยากมีซิกซ์แพค ไม่ได้อยากหุ่นนายแบบ เพราะผมจะไม่เปลี่ยนพฤติกรรมการกิน ผมยังอยากกินขนมหรือหมูกรอบอยู่ แต่ผมอยากมีวินัยในการออกกำลังกายมากขึ้น ซึ่งผมก็ออกตัวก่อนเลยว่า งานผมยุ่งนะ ยังไม่แน่ใจว่าจะมาได้บ่อยได้ขนาดไหน

 เทรนเนอร์บอกผมว่า ค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไป แล้วกันพี่ เรื่องแบบนี้มันไม่ได้สร้างกันในวันสองวัน

 และผมก็พบว่า สิ่งที่ยากที่สุดของไปฟิตเนส ไม่ใช่การไปยกเหล็กหนัก ๆ หรอก แต่มันคือการที่เราเหนื่อยกับงานมาทั้งวัน ปิดคอม แล้วพุ่งตัวไปที่ฟิตเนสที่ห่างจากออฟฟิศแค่ไม่กี่ร้อยเมตร โดยไม่มีเงื่อนไขข้ออ้างอะไรทั้งนั้น

 บางวันเหนื่อยมาก แต่เอาวะ … ไปยกเหล็กสักหน่อยละกัน

 บางวันเพื่อนชวนไปกินข้าว แต่เอาวะ … รีบกินแล้วรีบไปฟิตเนสต่อละกัน

 ผมพบว่าจริง ๆ แล้ว วงจรชีวิตของผมยังคงเหมือนเดิมทุกอย่าง งานและประชุมยังท่วมท้นปฏิทินทุกวันเหมือนเดิม เลิกงานเวลาเดิม แต่ผมก็โผล่ไปเสนอหน้าให้เทรนเนอร์สอนยกเหล็กได้อาทิตย์ละครั้งสองครั้ง

 จนผมรู้ตัวอีกที จากคนที่เกลียดการออกกำลังกายมาตั้งแต่เด็ก ตอนนี้ผมไปเล่นฟิตเนสได้ 5 วันติดต่อกันมาสองอาทิตย์แล้ว เรียกว่าเป็นสถิติใหม่ของผมเลย การไปออกกำลังกาย ไม่ต้องเป็นเรื่องที่ผมต้องข่มใจลึกๆแล้วบอกตัวเองว่า “เอาวะ…” เหมือนช่วงแรกๆแล้ว

 ผมนึกขอบคุณลูกค้าฝรั่งของผมคนนั้นอีกครั้งที่ทำให้ผมเข้าใจว่า เวลาเป็นสิ่งที่เราต้องสร้างขึ้นมาจริงๆ คนเรามี 24 ชั่วโมงเท่ากัน แต่สิ่งที่ไม่เท่ากันคือเราสามารถเอา 24 ชั่วโมงนั้นมาสร้างเป็นเวลาให้เราทำในสิ่งที่เราต้องการ หรือให้ความสำคัญได้มากขนาดไหน

 ก่อนที่เราจะบอกว่าเราไม่มีเวลาจะทำอะไรสักอย่าง ลองย้อนกลับมาถามตัวเองอีกครั้ง ว่าเราให้ความสำคัญกับสิ่งนั้นมากพอแล้วหรือยัง เพราะเมื่อมันสำคัญพอ เราจะสร้างเวลาให้กับเรื่องนั้นเอง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...