โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อไทยเข้ากลุ่ม BRICS ‘โอกาส’ และ’ ความเสี่ยง’ ที่ประเทศไทยต้องบริหารจัดการ เพื่อรักษาสมดุลระหว่างสองขั้วอำนาจเศรษฐกิจโลก บทความโดย: รชฏ ปราการพิลาศ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

The Structure

อัพเดต 14 ก.ค. 2567 เวลา 14.15 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2567 เวลา 07.15 น. • The Structure

การประชุมสุดยอดผู้นำ BRICS เดือนสิงหาคม 2566 ที่แอฟริกาใต้ นายดอน ปรมัตถ์วินัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เข้าร่วมสังเกตการณ์การประชุมในครั้งนั้น ซึ่งที่ประชุมสุดยอดผู้นำได้มีมติผลักดันการใช้สกุลเงินท้องถิ่นเพื่อลดการพึ่งพาสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ อย่างต่อเนื่อง และเปิดกว้างที่จะรับประเทศสมาชิกใหม่

การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2566 ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ความเห็นชอบร่างหนังสือแสดงความประสงค์ของไทยในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่ม BRICS ตามที่กระทรวงการต่างประเทศเสนอ โดยร่างหนังสือฉบับดังกล่าวได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของไทยที่ให้ความสำคัญต่อระบบพหุภาคีนิยม และการเพิ่มบทบาทของประเทศกำลังพัฒนาในเวทีระหว่างประเทศ ซึ่งสอดคล้องกับหลักการของกลุ่ม BRICS

ต่อมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทย มาริษ เสงี่ยมพงษ์ ได้เข้าร่วมการประชุมหารือระหว่าง BRICS กับประเทศกำลังพัฒนา (BRICS Dialogue with Developing Countries) ในห้วงการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศของกลุ่ม BRICS ในวันที่ 11 มิถุนายน 2567 ที่เมืองนิจนีนอฟโกรอด รัสเซีย และได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของสหพันธรัฐรัสเซีย ในฐานะที่เป็นประธานกลุ่ม BRICS ในปัจจุบัน เพื่อขอเข้าร่วมกลุ่มและเพื่อให้ทางกลุ่มพิจารณา

— BRICS มีความสำคัญยังไง และทำไมไทยต้องสมัครเข้าร่วมกลุ่ม BRICS —

BRICS มีประเทศสมาชิก 5 ประเทศ ประกอบด้วย บราซิล รัสเซีย อินเดีย จีน และแอฟริกาใต้ โดยเพิ่งมีสมาชิกใหม่เข้ามาอีก 5 ประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 ประกอบด้วย อียิปต์ เอธิโอเปีย อิหร่าน ซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ โดยมี 2 ชาติมหาอำนาจที่เป็นสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติอย่างจีน และรัสเซียเป็นสมาชิก

การขยายฐานสมาชิกของกลุ่ม BRICS ในต้นปี 2567 ทำให้กลุ่ม BRICS มีฐานประชากรโลกราว ๆ จะทำให้ครอบคลุมประชากรราว 3.5 พันล้านคน หรือราว 45% ของประชากรโลก

ถ้าพิจารณาในแง่มูลค่าทางเศรษฐกิจแล้ว ขนาดเศรษฐกิจของกลุ่มบริกส์ มีมูลค่ากว่า 28.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 28% ของมูลค่ารวมของเศรษฐกิจโลก และที่สำคัญ คือ ประเทศสมาชิกกลุ่มบริกส์ยังเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบป้อนตลาดโลกราว 44% อีกด้วย [1]

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยออกบทวิเคราะห์ในเรื่องนี้เมื่อเดือนตุลาคม 2566 ว่า BRICS เป็นการรวมกลุ่มเศรษฐกิจแบบกว้าง ไม่มีข้อกำหนดการเปิดตลาด และสิทธิประโยชน์เหมือนข้อตกลงเขตการค้าเสรี จะส่งผลให้ไทยที่หากเข้าร่วมกลุ่มจะเป็นการเปิดโอกาสทางเศรษฐกิจให้ไทยเข้าถึงกลุ่มตลาดเกิดใหม่ทั่วทุกมุมโลก [2]

อาทิ ด้านการค้า และการลงทุน โดยจะให้ประเทศสมาชิกสามารถชำระเงินด้วยสกุลเงินท้องถิ่น รวมถึงให้โอกาสแก่ประเทศสมาชิกสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนการพัฒนาเศรษฐกิจ [2]

ปัจจุบันกลุ่ม BRICS มีบทบาทต่อการค้าของไทยถึง 22.8% ของการค้ารวมไทยทั้งหมด ใกล้เคียงกับกลุ่ม G7 ที่มีสัดส่วนอยู่ที่ 26.2% ของการค้ารวมไทย

ในมิติการเมือง BRICS คือ การรวมตัวของแกนนำประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในแต่ละทวีปที่ท้าทายขั้วโลกตะวันตกที่นำโดยสหรัฐอเมริกา จีนและรัสเซียมุ่งหวังที่จะให้ BRICS เป็นกลไกสนับสนุนการสร้างระเบียบระหว่างประเทศที่เอื้ออำนวยที่มีจีนและรัสเซียเป็นแกนกลาง

ซึ่งเป็นประเด็นที่สมาชิกกลุ่ม BRICS อาจจะไม่เห็นพ้องต้องกัน เพราะบางประเทศสมาชิกอย่างอินเดีย ยังต้องการปฏิสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป

Hung Tran นักวิชาการแห่ง Atlantic Council คิดเห็นว่า BRICS อาจไม่ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศสมาชิกมีความแข็งแกร่ง แต่การที่ไทยเข้ากลุ่ม BRICS ถือเป็นสัญลักษณ์ว่าไทยพร้อมเปิดรับมหาอำนาจทุกประเทศและทุกกลุ่ม อันเป็นจุดยืนที่สอดคล้องกับประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน [3]

Ian Chong ระบุว่าสาเหตุที่ไทยประสงค์เข้ากลุ่ม BRICS เพราะรัฐบาลชุดปัจจุบันมีมุมมองว่าจะช่วยกระจายความสัมพันธ์ของห่วงโซ่อุปทาน รวมทั้งโอกาสที่ไทยจะมีกระแสเงินทุนสนับสนุนในยามที่ไทยประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากทัศนะที่หลายมองว่าเศรษฐกิจไทยยังต้องพึ่งพิงจีน [4]

ขณะที่ท่าทีของประเทศอื่น ๆ ในอาเซียน Eerishika Pankaj ผอ.องค์กรเพื่อการวิจัยด้านจีนและเอเชีย มองว่าการที่ไทยสมัครเป็นสมาชิกของ BRICS จะยังไม่ทำให้ประเทศสมาชิกอื่น ๆ ในอาเซียนเข้ากลุ่ม BRICS อย่างทันที เพราะยังต้องใช้ความระมัดระวังต่อการรักษาสมดุลระหว่างจีนกับสหรัฐฯ [5]

สำหรับไทยเองคงมองว่า การเข้ากลุ่ม BRICS จะยกระดับสถานะและบทบาทของไทยในประชาคมระหว่างประเทศ กระชับความร่วมมือกับกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาที่มีศักยภาพจะก้าวขึ้นมามีบทบาททางเศรษฐกิจและการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะด้านการค้า การลงทุน การเงิน ความมั่นคงด้านอาหารและความมั่นคงด้านพลังงาน

นอกจากนี้ การเข้าเป็นสมาชิก BRICS ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยได้ร่วมสร้างระเบียบโลกใหม่ที่กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนามีบทบาทสำคัญ มีความครอบคลุม และไม่มุ่งต่อต้านกลุ่มใด

— เหรียญย่อมมีสองด้าน เมื่อมีโอกาส ย่อมมีความเสี่ยง—

ขณะที่ไทยเห็นโอกาสและประโยชน์หลายด้านที่จะได้จากการเป็นสมาชิกกลุ่ม BRICS แต่ไทยต้องยอมรับความเสี่ยงที่จะตามมา เพราะ BRICS คือคู่ตรงข้ามกับ G7 ที่นำโดยสหรัฐฯ ซึ่งไทยเป็นประเทศพันธมิตรสำคัญ 5 ประเทศของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

หากไทยเข้าเป็นสมาชิก BRICS ก็มีความเสี่ยงที่ไทยอาจจะไม่ได้รับโอกาสบางอย่างที่สหรัฐฯ และกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วมอบให้แก่ประเทศกำลังพัฒนาที่พวกเขามองว่า “เป็นพวกเดียวกัน” โดยเฉพาะการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการผลิตเทคโนโลยีเซมิคอนดักเตอร์ที่กำลังเป็นเทรนด์การพัฒนาเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ

หรือแม้แต่ภาพพจน์ที่ในอนาคต ไทยอาจไม่ทราบได้ว่า BRICS จะผลักดันประเด็นใดที่ขัดแย้งกับค่านิยมของโลกสากลหรือไม่ ซึ่งนั่นอาจจะส่งผลกระทบต่อเป้าหมายของไทยที่ต้องการจะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีในเวทีโลกได้ และไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือทุกสถานการณ์

บทความโดย: รชฏ ปราการพิลาศ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน

อ้างอิง

[1] https://www.bbc.com/thai/articles/c3gy6n34y5do

[2] https://www.kasikornbank.com/th/personal/the-wisdom/articles/pages/onward82_economic-horizon_2023.aspx

[3] https://www.voanews.com/a/experts-thailand-s-bid-to-join-brics-is-mostly-symbolic-/7655219.html

[4] https://www.bignewsnetwork.com/news/274413445/thailand-takes-next-steps-to-join-brics

[5] https://www.voanews.com/a/experts-thailand-s-bid-to-join-brics-is-mostly-symbolic-/7655219.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...