โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘แซ่บจี๊ด’ น้ำจิ้มซีฟู้ดฟรีซดราย โดนใจนักท่องเที่ยว พลิกจากอาชีพเสริมสู่รายได้หลัก

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 มิ.ย. 2567 เวลา 02.58 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2567 เวลา 02.58 น. • The Bangkok Insight

"แซ่บจี๊ด" แบรนด์น้ำจิ้มซีฟู้ดฟรีซดราย จากอาชีพเสริม ปั้นแบรนด์จนกลายเป็นอาชีพหลัก พร้อมพลิกวิกฤติเพื่อแสวงหาโอกาสอย่างไม่ย่อท้อ แม้จะขายไม่ได้เลยตลอด 3 ปีช่วงวิกฤติโควิด-19 เผยได้รับโอกาสจาก สสว. ออกบูธงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2024 ช่วยเปิดประตูขยายตลาด

น.ส. สุนิสา อรัญเชาวน์ชัย ซีอีโอ บริษัท แซ่บจี๊ด จำกัด ผู้ปลุกปั้นแบรนด์ แซ่บจี๊ด น้ำจิ้มฟรีซดราย เล่าว่า เมื่อ 6-7 ปีที่ผ่านมา จากอาชีพขายเครื่องมือแพทย์ ประสบปัญหาธุรกิจดรอป ทำให้อยากมีอาชีพเสริม

จนกระทั่งวันหนึ่งได้ไปเดินตลาดนัดรัชดา เห็นมีปูดองวางจำหน่าย จึงอยากทำเป็นอาชีพเสริม ประกอบกับที่บ้านมีสูตรน้ำจิ่มซีฟู้ดสูตรจันทบุรีที่คนท้องถิ่นเรียกขานว่า "พริกเกลือ" จึงทำน้ำจิ้มซีฟู้ดสูตรของที่บ้านสำหรับอาหารทะเลดอง

ผลตอบรับที่ได้กลับพบว่า ลูกค้าติดใจรสชาติน้ำจิ้มซีฟู้ด โดยขอซื้อแยกจากกุ้งดอง ปูดอง ที่เป็นสินค้าหลัก จึงมีแนวคิดทำน้ำจิ้มขายแยกต่างหาก แต่ติดปัญหาตรงที่ใช้ของสดทั้งหมด และไม่รู้กรรมวิธีที่จะทำให้เก็บสินค้าไว้ได้นาน

"เราไม่มีความรู้ด้านการถนอมอาหาร การยืดอายุสินค้าโดยไม่ใช้วัตถุกันเสีย จึงไปปรึกษาอาจารย์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และได้พัฒนาสินค้าโดยใช้เทคโนโลยี "ฟรีซดราย" จนได้เป็นสินค้าน้ำจิ้มซีฟู้ด ในรูปแบบฟรีซดราย เพียงผสมน้ำก็สามารถทานได้ทันที และยังสามารถเก็บได้นานถึง 1 ปี"ุซีอีโอ แซ่บจี๊ด เล่าที่มาในการพัฒนาสินค้า

หลังจากจบปัญหาเรื่องอายุสินค้า ก็เริ่มทำตลาดมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งเจอกับปัญหาด้านการผลิต เนื่องจากต้องว่าจ้างโรงงานผลิตสินค้าให้ เมื่อโรงงานผลิตมีปัญหา ทำให้ทราบว่า ยืมจมูกใครดมไม่ได้ จึงตัดสินใจนำเงินทั้งหมดมาลงทุนทำโรงงานผลิตเอง

สุนิสา อรุณเชาวน์ชัย

สุนิสา เล่าว่า เพราะเป็นธุรกิจที่ต้องทำคนเดียวทุกหน้าที่ ใช้เงินลงทุนของตัวเอง และไม่ได้มีเงินทุนมากมาย ในช่วงที่ประสบปัญหาโควิด สินค้าขายไม่ได้เลย เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนไทยที่ชอบเดินทางท่องเที่ยว หรือคนไทยในต่างประเทศ ทำให้ตัดสินใจใช้เวลา 3 ปีช่วงวิกฤติโควิด ไปเรียนต่อปริญญาโทด้านการออกแบบ เพื่อนำความรู้ที่ได้มาออกแบบโรงงานผลิตเอง ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างไปได้ไม่น้อย จนในที่สุดก็สามารถก่อสร้างโรงงานผลิตขนาดย่อมได้สำเร็จ

ช่วงโควิด เป็นช่วงที่หนักที่สุดของแซ่บจี๊ด เมื่อคนไม่ท่องเที่ยว สินค้าก็ขายไม่ได้เลยตลอด 3 ปี บริษัทมีแต่รายจ่ายไม่มีรายรับ ยังโชคดีที่ได้ธุรกิจเครื่องมือแพทย์ที่ทำอยู่ก่อนหน้ามาจุนเจือบ้าง แต่ในความโชคร้ายยังมีความโชคดีที่ได้มีเวลาไปเรียนเพิ่มเติม จนกระทั่งสร้างโรงงานสำเร็จภายใต้ต้นทุนที่ถูกลงกว่าจ้างทั้งหมด

หลังจากผ่านวิกฤติโควิด แซ่บจี๊ดก็กลับมาได้รับการตอบรับจากลูกค้าอีกครั้ง เมื่อผู้คนเดินทางท่องเที่ยว ทำให้สุนิสา มองเห็นโอกาสที่จะขยายตลาดเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์เกือบ 100% ทั้งจากลูกค้าที่สั่งซื้อไปทานเอง รวมถึงลูกค้าที่ซื้อไปจำหน่ายต่อ

ปัจจุบัน แซ่บจี๊ด มีสินค้าให้เลือก 3 รายการได้แก่ น้ำจิ้มซีฟู้ด น้ำจิ้มแจ่ว และน้ำจิ้มหมูกะทะ ซึ่งนอกจากช่องทางออนไลน์ แซ่บจี๊ด เริ่มขยายช่องทางจำหน่ายในร้านลอว์สัน 3 สาขาได้แก่ 1. สาขาสนามบินสุวรรณภูมิ ชั้น 4 ซึ่งเป็นสาขาที่มียอดขายสูงสุด 2. สาขา The Metropolis สำโรง และ 3. The Quarter Chaophraya

นอกจากนี้ ยังอยู่ระหว่างการทำงานร่วมกับบิ๊กซี พัฒนาสินค้าเป็นชุดปาร์ตี้น้ำจิ้มฟรีซดราย 3 รสชาติในกล่องเดียว เพื่อวางจำหน่ายเป็นสินค้าเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่บิ๊กซี ราชดำริ ซึ่งนับเป็นการขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2024 ที่ผ่านมา นับเป็นปีแรก ที่แซ่บจี๊ด มีโอกาสร่วมออกบูธในงาน ภายใต้การสนับสนุนของ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเปิดประตู นำแบรนด์แซ่บจี๊ด ออกไปให้ลูกค้ารู้จักมากขึ้น ทั้งผู้เข้าร่วมงานในประเทศและผู้เข้าชมงานจากต่างประเทศ

เราเป็นบริษัทเล็ก กำไรไม่เยอะ ขอโอกาสจาก สสว. เพื่อเข้าร่วมออกบูธ และก็ได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 20 รายผู้ประกอบการ SME ที่เข้าร่วมออกบูธได้ไม่เสียค่าใช้จ่าย ต้องขอบคุณ สสว.ที่ให้โอกาสผู้ประกอบการรายเล็ก และหลังจากนี้จะเข้าร่วมกับ สสว. มากขึ้น

เมื่อถามถึงเป้าหมายในใจสำหรับแบรนด์ แซ่บจี๊ด สุนิสา กล่าวว่า อยากให้ธุรกิจเติบโตเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีสินค้าหลากหลายมากขึ่น และด้วยความที่เราเป็นคนไทย มีสินค้าฝีมือคนไทย อยากเห็นสินค้าไทยสามารถวางในร้านค้าในต่างประเทศได้ ซึ่งหลังจากนี้ ตั้งใจว่าหากมีโอกาส จะออกบูธในโอกาสต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่อง และเข้าถึงลูกค้าทั้งในและต่างประเทศให้ได้มากที่สุด

นับเป็นอีกผู้ประกอบการ SME ที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค แต่สามารถพลิกวิกฤติเพื่อสร้างโอกาสได้อย่างน่าสนใจทีเดียว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

เว็บไซต์: https://www.thebangkokinsight.com/
Facebook: https://www.facebook.com/TheBangkokInsight
X (Twitter):https://twitter.com/BangkokInsight
Instagram: https://www.instagram.com/thebangkokinsight/
Youtube:https://www.youtube.com/channel/UCYmFfMznVRzgh5ntwCz2Yxg

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...