ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวแนวอ่อนค่า ตลาดจับตาตัวเลข CPI สหรัฐ
ดอลลาร์สหรัฐทรงตัวแนวอ่อนค่า ตลาดจับตาตัวเลข CPI สหรัฐ ขณะที่เจอโรม พาวเวลล์ ประธานเฟดชี้ เศรษฐกิจสหรัฐยังแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับตลาดแรงงาน และเฟดยังมีความมุ่งมั่นทำให้เงินเฟ้อปรับตัวลงสู่ระดับเป้าหมาย 2%
วันที่ 10 กรกฎาคม 2567 ฝ่ายค้าเงินตราต่างประเทศ ธนาคารกรุงเทพรายงานว่า สภาวะการเคลื่อนไหวตลาดปริวรรตเงินตราประจำวันพุธที่ 10 กรกฎาคม 2567 ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/7) ที่ระดับ 36.42/43 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/7) ที่ระดับ 36.39/41 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐ ปรับตัวกรอบจำกัดเทียบเงินสกุลหลัก หลัง Dollar Index ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยที่ระดับ 105.12 โดยคืนวานนี้ (9/7) นายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีความแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับตลาดแรงงาน แม้มีการชะลอตัวลงบ้างในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่เงินเฟ้อชะลอตัวลง และเฟดยังคงมีความมุ่งมั่นในการทำให้เงินเฟ้อปรับตัวลงสู่ระดับเป้าหมาย 2%
ขณะเดียวกัน นายพาวเวลล์กล่าวว่า ข้อมูลบ่งชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง แม้ว่าตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ได้ชะลอตัวก็ตาม แต่การที่เฟดตรึงอัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเกินไปและนานเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
หลังจากการกล่าวถ้อยแถลงของประธานเฟด นักลงทุนเพิ่มน้ำหนักต่อคาดการณ์เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ในเดือนกันยายน และปรับลดอีกครั้งในเดือนธันวาคม ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 71.8% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 5.00-5.25% ในการประชุมเดือนกันยายน หลังจากให้น้ำหนักเพียง 63.4% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
นอกจากนี้ นักลงทุนให้น้ำหนัก 48.5% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.75-5.00% ในการประชุมเดือนธันวาคม หลังจากให้น้ำหนักเพียง 44.2% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว
สำหรับตัวเลขทางเศรษฐกิจสหรัฐ เมื่อคืนนี้ (9/7) สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB) แถลงในวันนี้ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 91.5 ในเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566
อย่างไรก็ดี ดัชนีความเชื่อมั่นยังคงปรับตัวต่ำกว่าระดับ 98 เป็นเวลา 30 เดือนติดต่อกัน โดยระดับดังกล่าวเป็นค่าเฉลี่ยในรอบ 50 ปี ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในระดับสูงเป็นปัจจัยฉุดการลงทุน
สำหรับปัจจัยภายในประเทศวันนี้ (10/7) ค่าเงินบาทยังทรงตัวจากระดับปิดตลาด โดยในช่วงบ่ายได้มีแถลงจากทางศาลรัฐธรรมนูญคดีที่ 40 สว.ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และนายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว จากกรณีแต่งตั้งนายพิชิตเป็นรัฐมนตรีแม้จะรู้หรือควรรู้อยู่แล้วว่าขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้าม เนื่องจากเคยถูกศาลฎีกามีคำสั่งจำคุก
โดยศาลรัฐธรรมนูญยังไม่วินิจฉัยคดีและกำหนดนัดพิจารณาครั้งต่อไปในวันที่ 24 กรกฎาคม เวลา 09.30 น.
ทั้งนี้ในระหว่างวันค่าเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 36.36-36.45 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.39/40 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับความเคลื่อนไหวของค่าเงินยูโร เปิดตลาดเช้าวันนี้ (10/7) ที่ระดับ 1.0811/15 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/7) ที่ระดับ 1.0819/23 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร วันนี้ (10/7) โดยระหว่างวันมีการเปิดเผยตัวเลขดัชนีภาคการผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของประเทศอิตาลีอยู่ที่ 0.5% หลังจากที่เดือนก่อนหน้าอยู่ที่ -1.0% ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินยูโรเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 1.0809-1.0824 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร และปิดตลาดที่ระดับ 1.0817/21 ดอลลาร์สหรัฐ/ยูโร
สำหรับการเคลื่อนไหวของค่าเงินเยน เปิดตลาดเช้าวันนี้ (107) ที่ระดับ 161.50/51 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ อ่อนค่าจากระดับปิดตลาดเมื่อวันอังคาร (9/7) ที่ระดับ 161.02/05 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ โดยในวันนี้ (10/7) ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) เปิดเผยข้อมูลราคาสินค้าผู้ประกอบการ (CGPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดราคาสินค้าและบริการที่สั่งซื้อโดยบริษัทญี่ปุ่น และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากภาคค้าส่ง เพิ่มขึ้น 2.9% ในเดือนมิถุนายน 2567 เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด
ตัวเลขดังกล่าวเร่งตัวขึ้นจากระดับที่ผ่านการปรับค่าแล้วที่ 2.6% ในเดือนพฤษภาคม และถือเป็นการปรับตัวสูงขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบเป็นรายปี นับตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 โดยดัชนีอยู่ที่ระดับ 122.7 แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ดัชนีราคานำเข้าที่คิดเป็นเงินเยน พุ่งขึ้น 9.5% ในเดือนมิถุนายน เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเร่งตัวขึ้นจากระดับ 7.1% ในเดือนพฤษภาคม
สะท้อนให้เห็นว่า เงินเยนที่อ่อนค่าลงส่งผลให้ราคาวัตถุดิบนำเข้าที่บริษัทต่าง ๆ เรียกเก็บจากกันปรับตัวสูงขึ้น โดยอัตรากรเพิ่มขึ้นของดัชนีดังกล่าวถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2566 ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ BOJ จะนำไปพิจารณาในการประชุมนโยบายครั้งต่อไปในวันที่ 31-31 กรกฎาคมนี้ ทั้งนี้ระหว่างวันค่าเงินเยนเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบระหว่าง 161.24-161.58 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 161.56/57 เยน/ดอลลาร์สหรัฐ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัยในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐ (11/7), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์จองสหรัฐ (12/07), และดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือน มิ.ย. ของสหรัฐ (12/7)
สำหรับอัตราป้องกันความเสี่ยง (Swap point) ภาคเช้า 1 เดือนในประเทศอยู่ที่ -9.50/-9.30 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ และอัตราป้องกันความเสี่ยงภาคเช้า 1 เดือนต่างประเทศอยู่ที่ -8.30/-7.50 สตางค์/ดอลลาร์สหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวแนวอ่อนค่า ตลาดจับตาตัวเลข CPI สหรัฐ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net