เปิดชีวิต 'พี่คนโต' สุดแกร่ง มือหนึ่งเลี้ยงน้องอีกข้างเขียนหนังสือ บ้านจน-6ชีวิตแทบไร้ข้าวสารกรอกหม้อ
ไม่ยอมขาดเรียน…พี่สาวสุดแกร่ง แม่ติดธุระด่วน พาน้องมาเลี้ยงที่โรงเรียนมือหนึ่งเลี้ยงน้องอีกมือเขียนหนังสือ คนแห่ชมขอบคุณครูที่ให้โอกาสเด็ก
จากกรณีมีผู้ใช้งานติ๊กต็อกชื่อ @yingggzz เป็นคุณครูในโรงเรียนบ้านคลองแก้มช้ำ จ.ปราจีนบุรี ได้นำคลิปวิดีโอเด็กหญิงชั้น ป.5 ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจเรียนเมื่อแม่ไปทำธุระน้องจึงพาน้องอายุประมาณ 1 ขวบ มาเลี้ยงที่โรงเรียนด้วย โดยได้อุ้มน้องนอนกินนมที่ตัก ขณะเดียวกันอีกมือนึงก็กำลังเขียนหนังสือด้วยความตั้งใจในขณะที่ครูกำลังสอน และมีข้อความว่า“ก็คือว่าเป็นพี่คนโตสุด แม่ไปธุระเลยต้องเอาน้องมาเรียนด้วย ดีกว่าขาดเรียนเลี้ยงน้องเนาะลูก”
ผู้โพสต์ติ๊กต็อกซึ่งเป็น คุณครู ยังระบุอีกว่า ไม่รู้คนเป็นครูแบบเราจะรู้สึกยังไง แต่สิ่งเดียวคือบอกกับเด็กเสมอว่า ไม่ว่ายังไงอย่าขาดเรียนนะลูก แม่ไม่ว่างเอาน้องมาเรียนด้วยเลย แล้วทำจริง ดีนะน้องไม่ดื้อโดยน้องนักเรียนในคลิปนั้น ชื่อน้องกรีน กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านคลองแก้มช้ำ ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ส่วนน้องที่พามาด้วยนั้นอายุประมาณ 1 ขวบกว่า เป็นอีกไวรัลที่คนเข้าไปดูยอดวิวทะลุ 1 ล้านวิว
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่โรงเรียนบ้านคลองแก้มช้ำ พบกับน.ส.จิราพร ไพรสันเทียะ ครูประจำชั้น ป.5 เป็นครูประจำชั้นของน้องที่อยู่ในคลิปและน้องกรีนที่กำลังนั่งเรียนอยู่ในห้องเรียน
จากการพูดคุยกับครูทราบว่าด.ญ.ณัฐชาฎา หรือ น้องกรีน อายุ 11 ปีอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านคลองแก้มช้ำ น้องเป็นลูกคนโตสุดในพ่อแม่เดียวกัน มีพี่น้องพ่อแม่เดียวกันจำนวน 4 คน ได้แก่ น้องกรีน ชั้น ป.5 น้องมาตัง ชั้น ป.1 น้องบรีส ชั้นอนุบาล 2 และน้องกีต้าร์ อายุ 1 ปี 7 เดือน
ซึ่งจากในคลิปจะเห็นได้ว่าน้องกรีนได้เขียนหนังสือ และเลี้ยงน้องโดยการเอานอนบนตักของตนเองและอีกมือหนึ่งเขียนหนังสือไปด้วย สาเหตุเกิดจากคุณครูประจำชั้นได้เห็นถึงปัญหาของนักเรียนตั้งแต่นักเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่แล้วนักเรียนไม่มาโรงเรียน เพราะอยู่บ้านเลี้ยงน้องชายคนสุดท้อง แทนผู้เป็นแม่ (น้องกีต้าร์ อายุ 1 ปี 7 เดือน)
พ่อของน้องกรีนทำงานรับจ้างตัดไม้ตั้งแต่เช้าจนถึงเย็น ส่วนแม่ของน้องกรีนทำงานโรงงานอุตสาหกรรมแห่งหนึ่งใน อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งการทำงานจะสลับเป็นเวลากลางคืนและเป็นเวลากลางวันเป็นประจำ ทำให้ตอนเช้าไม่มีใครเลี้ยงลูกชายคนเล็ก เมื่อน้องกรีนขึ้นชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ครูหญิงได้มีการปรึกษากับผู้ปกครองของน้องกรีนในวันประชุมผู้ปกครอง เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม เกี่ยวกับการขาดเรียนของน้องกรีนที่ต้องไปเลี้ยงน้อง +ทำให้น้องกรีนเรียนไม่ทันเพื่อนเพราะน้องกรีนอ่านยังไม่คล่องเขียนยังไม่คล่อง +
คุณครูเลยปรึกษากับแม่น้องกรีนว่า ถ้าวันไหนแม่ไม่ว่างหรือติดธุระตรงไหนให้น้องกรีนพาน้องกีต้าร์มาเลี้ยงที่โรงเรียนได้ ให้มาครึ่งวันก็ยังดี แม่ของน้องกรีนมีความคิดเห็นตรงกับคุณครู คุณครูก็นำเรื่องไปแจ้ง นายกัลป์ชัชชัย ทฤมายุ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคลองแก้มช้ำ ทางผู้อำนวยการได้อนุญาตให้น้องกรีนพาน้องมาได้
ซึ่งวันจันทร์ ที่ 20 พฤษภาคม น้องกรีนได้พาน้องกีต้าร์มาโรงเรียนตั้งแต่เช้า ยืนเข้าแถวเคารพธงชาติกับพี่ๆ ในโรงเรียนเข้าเรียนตามปกติ เมื่อถึงคาบเรียนที่ครูหญิงสอน ครูก็ได้ให้นักเรียนคัดสระไทยที่ครูหญิงจดให้บนกระดาน ให้นักเรียนทุกคนคัดลงในสมุดของตนเอง จากนั้นน้องกีต้าร์มีอารมณ์อยากอ้อนพี่สาวโดยการปีนขึ้นมาบนโต๊ะของพี่สาว น้องกรีนเห็นว่ากลัวทำงานไม่ทันเพื่อนๆ เลยนำขวดนมและจับน้องนอนบนตักดังในคลิป
ซึ่งขณะนั้นครูกัมหน้าเก็บของบนโต๊ะอยู่ พอครูเงยหน้าขึ้นมาเห็นถึงกับประทับใจในภาพที่เห็นเพราะไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนว่านักเรียนตนเองจะเก่งมากขนาดนี้ คุณครูเลยหยิบโทรศัพท์ถ่ายลง อินสตาแกรม เฟซบุ๊ก สตอรี่ และติ๊กต็อกของครู ทำให้คลิปโด่งดังยอดคนดู 1 ล้าน 9 แสนคน คนเข้ามาคอมเมนต์เป็นจำนวนมากทั้งด้านดีและด้านไม่ดี ข่าวทุกสำนักติดต่อครูประจำชั้นและทางโรงเรียนมาเป็นจำนวนมาก
จากเจตนาของ ครูหญิง ที่ลงคลิปของน้องกรีน ครูหญิงอยากสื่อถึงความน่ารัก และความรับผิดชอบของน้องกรีนที่เขาเป็นพี่สาวคนโต อายุเพียง 11 ปี แต่มีความรับผิดชอบไม่เคยบ่น และมีสีหน้าว่าเหนื่อยในการเรียนและการเลี้ยงน้อง น้องเป็นเด็กมีความกตัญญูต่อพ่อแม่ คุณครูช่วยเหลือพ่อแม่ในเรื่องของงานบ้าน เลี้ยงน้อง อยู่โรงเรียนน้องก็ช่วยเหลือคุณครูทุกท่าน เวลาเลิกเรียนหรือวันหยุดเห็นคุณครูท่านใดมาโรงเรียน น้องกรีนจะพาเพื่อนๆ น้องๆ แถวบ้านน้องกรีนมาช่วยงานคุณครูเป็นประจำ
ด้านน้องกรีน ได้กล่าวว่า ครอบครัวของตนมีด้วยกันทั้งหมด 6 คน มีพ่อมีแม่มีน้องอีก 3 คน และตนเป็นพี่คนโต วันนั้นที่คุณครูถ่ายคลิปไว้ แม่ได้เดินทางมาส่งตนที่โรงเรียนโดยได้นำนมใส่กระเป๋าให้นัอง ซึ่งทางคุณครูอนุญาตให้ตนพาน้องมาเรียนที่โรงเรียนได้ และตนก็ชอบเรียนด้วยส่วนน้องกินนมกล่องไม่ได้กินนมผง ส่วนวันนี้ที่ไม่ได้พาน้องมาด้วยเพราะแม่หยุดอยู่บ้าน ซึ่งถ้าหากแม่ไปทำงานตนก็จะเป็นคนดูแลน้องแทน และตนรู้สึกภูมิใจที่ได้ดูแลน้อง
ต่อมาทางน้องกรีนและคุณครูจิราพรได้พาไปดูบ้านพักของน้องกรีน ที่อยู่ห่างจากโรงเรียนประมาณ 500 เมตร พบว่า บ้านหลังดังกล่าวได้มีเจ้าของบ้านให้ทางครอบครัวน้องกรีนอยู่ฟรี ซึ่งทางครอบครัวของกรีนนั้นไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ส่วนบริเวณภายในบ้านพบอุปกรณ์เครื่องครัวที่ทำอาหารภายในบ้านมีเตาอั้งโล่ 1 เตา มีถังพลาสติกใส่ข้าวสารจำนวน 5 กิโลกรัม มีหม้อหุงข้าวเก่า 1 ใบ โดยอุปกรณ์เครื่องครัวภายในบ้านแทบจะไม่มี
เบื้องต้นทาง นางสาวเบญจมาศ อายุ 32 ปี แม่เด็กได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า โดยบ้านของตนนั้นอยู่ด้วยกันทั้งหมด 6 คน มีตนสามีและลูกอีก 4 คน โดยที่ตัวและสามีนั้นประกอบอาชีพเป็นพนักงานโรงงานซึ่งจะทำงานเป็นกะ ทำให้ตนไม่มีเวลาเลี้ยงลูกคนเล็กซึ่งมีอายุ 1 ขวบ 7 เดือน
โดยทางลูกสาว คนโตของตนนั้นอายุ 11 ขวบ ซึ่งจะมีหน้าที่ดูแลน้องระหว่างที่ตนไม่อยู่ โดยตนมีความจำเป็นที่จะต้องให้ลูกสาวคนโตขาดโรงเรียนอยู่ช่วยเลี้ยงน้องเพราะว่าลูกคนเล็กนั้น ยังไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้ ประกอบกับยังไม่สามารถเข้าโรงเรียนได้ด้วยเช่นกันประกอบกับญาติพี่น้องของตนไม่มีใครที่สามารถช่วยเลี้ยงและตนไม่สามารถนำไปฝากเลี้ยงที่ไหนได้เพราะตนไม่มีกำลังพอ จึงให้ลูกสาวคนโตมาช่วยเลี้ยงน้องและพอได้รู้ว่าทางโรงเรียนทางครูและ ผอ.ได้เข้ามาสอบถามตนเกี่ยวกับการขาดเรียนของลูก ตนจึงเล่าความเป็นอยู่และความจำเป็นให้ทางโรงเรียนได้รับรู้ จนกระทั่งคุณครูประจำชั้นได้นำเรื่องดังกล่าวนั้นไปคุยกับท่าน ผอ.ทาง ผอ.โรงเรียนจึงอนุญาตให้ลูกสาวคนโตนำน้องไปเลี้ยงที่ชั้นเรียนได้
ซึ่งตนกราบขอบพระคุณคุณครูประจำชั้นที่สังเกตนักเรียน และกราบขอบพระคุณ ผอ.โรงเรียนที่เมตตา ให้ลูกสาวของตนนั้นได้นำน้องไปที่ชั้นเรียนได้
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดชีวิต ‘พี่คนโต’ สุดแกร่ง มือหนึ่งเลี้ยงน้องอีกข้างเขียนหนังสือ บ้านจน-6ชีวิตแทบไร้ข้าวสารกรอกหม้อ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th