“บัตรเครดิต” รับมือหนี้เสียขาขึ้น ปรับกลยุทธ์เจาะลูกค้าเสี่ยงต่ำ-คุมวงเงิน
แบงก์-น็อนแบงก์ ตั้งรับหนี้เสียบัตรเครดิตขยับ ปรับกลยุทธ์เจาะลูกค้ากลุ่มกลางถึงบน ลดเสี่ยงเป็นหนี้เสีย “CardX” ใช้ฐานข้อมูลในเครือเจาะลูกค้า-รายได้ 4-5 หมื่นบาทขึ้นไป “อิออน” เบนเจาะกลุ่มข้าราชการ-ท่องเที่ยว อิงกลุ่มได้ประโยชน์จากภาคเศรษฐกิจ คุมวงเงินลูกค้าใหม่ไม่เกิน 1-1.5 เท่า “ทีทีบี” ประเมินยอดใช้จ่ายบัตรทั้งระบบยังโตตามท่องเที่ยว-บริโภค ฟาก “เคทีซี” โฟกัสกลุ่มกำลังซื้อสูง
นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คาดว่าธุรกิจบัตรเครดิตในไตรมาส 2/2567 จะยังคงเห็นการแข่งขันที่สูงอยู่ แต่จะเห็นว่าทุกค่ายจับตาและให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการควบคุมหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มากขึ้น สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และรายได้ของประชาชนยังอ่อนแอ ทำให้การดำเนินธุรกิจต้องมีความรัดกุมมากขึ้น
ทั้งนี้ ในส่วนของ CardX กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2567 จะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีข้อมูลและรู้จักค่อนข้างดีผ่านการใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่ภายในกลุ่มของบริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCBX) เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นหนี้เสีย รวมถึงเจาะกลุ่มที่มีรายได้กลางถึงบน โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีรายได้น้อย ส่วนลูกค้ารายเดิมจะดูแลใกล้ชิด หากมีปัญหาจะมีโปรแกรมช่วยเหลือต่อเนื่อง
“ภาพรวมเราคงต้องเฝ้าดูเรื่องหนี้เสีย ทั้งมาตรการช่วยเหลือ และการติดตามทวงถามหนี้ที่ต้องเข้มแข็ง คอยเตือนลูกค้า แต่เชื่อว่าผลกระทบคงเป็นทั้งระบบ ส่วนหนึ่งมาจากการปรับชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น รายได้และกำลังซื้อยังไม่มา ทำให้การชำระสะดุดไปบ้าง”
นายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการบริหาร บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า แม้ว่าธุรกิจบัตรเครดิตจะเห็นสัญญาณเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทไม่ได้ปรับเพิ่มเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อเข้มงวดขึ้นแต่อย่างใด แต่บริษัทมีกลยุทธ์บริหารพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง
โดยหันไปเจาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อย เช่น ข้าราชการ หรือกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวหรือเกี่ยวเนื่องกับบริการ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว รวมถึงกลุ่มส่งออกที่กลับมาฟื้นตัวและได้ผลประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า จากเดิมที่บริษัทลดพอร์ตกลุ่มนี้ไปในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ลูกค้าใหม่ บริษัทจะทยอยให้วงเงินจำนวนน้อย ๆ ก่อน เพื่อศึกษาพฤติกรรมการชำระหนี้ ก่อนจะมีการปรับวงเงินให้เพิ่ม เพื่อป้องกันการเป็นหนี้เสียในจำนวนมาก เช่น เริ่มให้วงเงินตั้งแต่ 1-1.5 เท่าของรายได้สำหรับลูกค้าใหม่ จากนั้นจะพิจารณาปรับวงเงินเพิ่มให้ในทุก ๆ 6 เดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อไปพร้อมกับการเติบโตได้
“เราไม่ได้ปรับเกณฑ์คุณสมบัติลูกค้า แต่เราจะให้วงเงินไม่มาก หากเกิดเป็นหนี้เสียจะได้ไม่กระทบมาก และเราปรับพอร์ตไปเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงน้อยลง แต่คงไม่ได้เลิกปล่อยกลุ่มรากหญ้าหรือรายได้น้อย รวมถึงการติดตามทวงถามหนี้ก็ถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจนี้เช่นกัน อย่างไรก็ดี สถานการณ์หนี้เสียคงไม่ถึงขั้นวิกฤต เพราะแบงก์ก็มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง”
ส่วนกรณีการปรับชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต (Minimum Payment) จาก 5% เป็น 8% ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ทำให้มีผลกระทบต่อกำลังซื้อและยอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) ในระยะสั้น เนื่องจากเป็นการปรับขึ้นพร้อมกัน ทำให้คนที่ถือบัตรเครดิตหลายใบการชำระหนี้อาจจะสะดุด แต่เชื่อว่าภายใน 2-3 เดือนน่าจะปรับตัวได้
“ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าชำระขั้นต่ำ 5% ประมาณ 50% ของพอร์ต ซึ่งในจำนวนดังกล่าวจะมีกลุ่มที่แม้จะปรับขั้นต่ำเป็น 8% ยังสามารถชำระได้ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ชำระไม่ไหว หรืออาจจะสะดุดในช่วง 2-3 เดือนแรก เพราะอาจจะต้องปรับตัว ส่วนที่เหลืออีก 50% จะเป็นกลุ่มที่ชำระเกินขั้นต่ำ 10% หรือจ่ายเต็ม”
นายจเร เจียรธนะกานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า ในไตรมาส 2/2567 คาดว่าธุรกิจบัตรเครดิตในภาพรวม จะยังคงมี Spending สูง จากการเติบโตทางด้านอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว และปัจจัยหนุนจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ออกมาช่วงเดือน เม.ย. โดยคาดว่าจะเห็นการเติบโตของธุรกิจ ทั้งระบบปีนี้อยู่ที่ราว 10%
ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าเติบโตยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 2567 ไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมายังสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ดี จากการปรับชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% มีผลกระทบต่อลูกค้ากลุ่มเปราะบางบางราย ทำให้มีการผิดนัดชำระ แต่ภาพรวมคุณภาพสินเชื่อบัตรเครดิตทีทีบียังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี
“เรามีการปรับเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อเล็กน้อย แต่โดยรวมเรามีกลยุทธ์ในการหาลูกค้าใหม่ โดยมุ่งเน้นในเรื่องการรักษาคุณภาพพอร์ตตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยยังคงเน้นขยายฐานลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง ตั้งแต่ 3 หมื่นบาทขึ้นไป และมุ่งเน้นการเติบโตผ่านทางพันธมิตรทางธุรกิจ”
นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 2 บัตรเครดิตอาจจะชะลอตัว เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวดีมาก ซึ่งอาจกระทบกับฐานลูกค้าและ Spending แต่เชื่อว่าหลังจากนั้นไปน่าจะทยอยปรับตัวดีขึ้น โดยการรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อยังเป็นเรื่องที่เคทีซีให้ความสำคัญ เน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง และจากกลยุทธ์การมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อมากขึ้น
- คู่มือฉบับมือใหม่: การเลือกบัตรเครดิตให้เหมาะกับการใช้งาน
- หนี้เสียแบงก์ขยับขึ้นทุกสินเชื่อ ธปท.จ่อทบทวนชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต
- “เคซีที” ชี้การใช้จ่ายหมวดท่องเที่ยวฟื้นแรง เดินหน้า 3 กลยุทธ์กระตุ้นต่อเนื่อง
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “บัตรเครดิต” รับมือหนี้เสียขาขึ้น ปรับกลยุทธ์เจาะลูกค้าเสี่ยงต่ำ-คุมวงเงิน
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net