โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“บัตรเครดิต” รับมือหนี้เสียขาขึ้น ปรับกลยุทธ์เจาะลูกค้าเสี่ยงต่ำ-คุมวงเงิน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2567 เวลา 08.33 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2567 เวลา 08.33 น.

แบงก์-น็อนแบงก์ ตั้งรับหนี้เสียบัตรเครดิตขยับ ปรับกลยุทธ์เจาะลูกค้ากลุ่มกลางถึงบน ลดเสี่ยงเป็นหนี้เสีย “CardX” ใช้ฐานข้อมูลในเครือเจาะลูกค้า-รายได้ 4-5 หมื่นบาทขึ้นไป “อิออน” เบนเจาะกลุ่มข้าราชการ-ท่องเที่ยว อิงกลุ่มได้ประโยชน์จากภาคเศรษฐกิจ คุมวงเงินลูกค้าใหม่ไม่เกิน 1-1.5 เท่า “ทีทีบี” ประเมินยอดใช้จ่ายบัตรทั้งระบบยังโตตามท่องเที่ยว-บริโภค ฟาก “เคทีซี” โฟกัสกลุ่มกำลังซื้อสูง

นายสารัชต์ รัตนาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาร์ด เอกซ์ จำกัด (CardX) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า คาดว่าธุรกิจบัตรเครดิตในไตรมาส 2/2567 จะยังคงเห็นการแข่งขันที่สูงอยู่ แต่จะเห็นว่าทุกค่ายจับตาและให้ความสำคัญในเรื่องการบริหารจัดการควบคุมหนี้ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) มากขึ้น สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่ยังฟื้นตัวไม่ทั่วถึง และรายได้ของประชาชนยังอ่อนแอ ทำให้การดำเนินธุรกิจต้องมีความรัดกุมมากขึ้น

สารัชต์ รัตนาภรณ์

ทั้งนี้ ในส่วนของ CardX กลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2567 จะเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีข้อมูลและรู้จักค่อนข้างดีผ่านการใช้ฐานข้อมูลที่มีอยู่ภายในกลุ่มของบริษัท เอสซีบี เอกซ์ (SCBX) เพื่อลดความเสี่ยงจากการเป็นหนี้เสีย รวมถึงเจาะกลุ่มที่มีรายได้กลางถึงบน โดยเป็นกลุ่มที่มีรายได้ตั้งแต่ 4-5 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับกลุ่มที่มีรายได้น้อย ส่วนลูกค้ารายเดิมจะดูแลใกล้ชิด หากมีปัญหาจะมีโปรแกรมช่วยเหลือต่อเนื่อง

“ภาพรวมเราคงต้องเฝ้าดูเรื่องหนี้เสีย ทั้งมาตรการช่วยเหลือ และการติดตามทวงถามหนี้ที่ต้องเข้มแข็ง คอยเตือนลูกค้า แต่เชื่อว่าผลกระทบคงเป็นทั้งระบบ ส่วนหนึ่งมาจากการปรับชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% แต่ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น รายได้และกำลังซื้อยังไม่มา ทำให้การชำระสะดุดไปบ้าง”

นายนันทวัฒน์ โชติวิจิตร กรรมการบริหาร บมจ.อิออน ธนสินทรัพย์ (ไทยแลนด์) กล่าวว่า แม้ว่าธุรกิจบัตรเครดิตจะเห็นสัญญาณเอ็นพีแอลที่เพิ่มขึ้น แต่บริษัทไม่ได้ปรับเพิ่มเกณฑ์ปล่อยสินเชื่อเข้มงวดขึ้นแต่อย่างใด แต่บริษัทมีกลยุทธ์บริหารพอร์ตเพื่อลดความเสี่ยง

โดยหันไปเจาะกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจน้อย เช่น ข้าราชการ หรือกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวหรือเกี่ยวเนื่องกับบริการ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากภาคการท่องเที่ยวฟื้นตัว รวมถึงกลุ่มส่งออกที่กลับมาฟื้นตัวและได้ผลประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า จากเดิมที่บริษัทลดพอร์ตกลุ่มนี้ไปในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ ลูกค้าใหม่ บริษัทจะทยอยให้วงเงินจำนวนน้อย ๆ ก่อน เพื่อศึกษาพฤติกรรมการชำระหนี้ ก่อนจะมีการปรับวงเงินให้เพิ่ม เพื่อป้องกันการเป็นหนี้เสียในจำนวนมาก เช่น เริ่มให้วงเงินตั้งแต่ 1-1.5 เท่าของรายได้สำหรับลูกค้าใหม่ จากนั้นจะพิจารณาปรับวงเงินเพิ่มให้ในทุก ๆ 6 เดือน ซึ่งคาดว่าจะสามารถควบคุมคุณภาพพอร์ตสินเชื่อไปพร้อมกับการเติบโตได้

“เราไม่ได้ปรับเกณฑ์คุณสมบัติลูกค้า แต่เราจะให้วงเงินไม่มาก หากเกิดเป็นหนี้เสียจะได้ไม่กระทบมาก และเราปรับพอร์ตไปเจาะกลุ่มลูกค้าที่มีความเสี่ยงน้อยลง แต่คงไม่ได้เลิกปล่อยกลุ่มรากหญ้าหรือรายได้น้อย รวมถึงการติดตามทวงถามหนี้ก็ถือเป็นหัวใจหลักของธุรกิจนี้เช่นกัน อย่างไรก็ดี สถานการณ์หนี้เสียคงไม่ถึงขั้นวิกฤต เพราะแบงก์ก็มีมาตรการช่วยเหลือลูกค้าต่อเนื่อง”

ส่วนกรณีการปรับชำระขั้นต่ำบัตรเครดิต (Minimum Payment) จาก 5% เป็น 8% ในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ยอมรับว่า ทำให้มีผลกระทบต่อกำลังซื้อและยอดใช้จ่ายผ่านบัตร (Spending) ในระยะสั้น เนื่องจากเป็นการปรับขึ้นพร้อมกัน ทำให้คนที่ถือบัตรเครดิตหลายใบการชำระหนี้อาจจะสะดุด แต่เชื่อว่าภายใน 2-3 เดือนน่าจะปรับตัวได้

“ปัจจุบันบริษัทมีลูกค้าชำระขั้นต่ำ 5% ประมาณ 50% ของพอร์ต ซึ่งในจำนวนดังกล่าวจะมีกลุ่มที่แม้จะปรับขั้นต่ำเป็น 8% ยังสามารถชำระได้ แต่ก็มีบางกลุ่มที่ชำระไม่ไหว หรืออาจจะสะดุดในช่วง 2-3 เดือนแรก เพราะอาจจะต้องปรับตัว ส่วนที่เหลืออีก 50% จะเป็นกลุ่มที่ชำระเกินขั้นต่ำ 10% หรือจ่ายเต็ม”

นายจเร เจียรธนะกานนท์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวหน้าผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อย ธนาคารทหารไทยธนชาต (ทีทีบี) กล่าวว่า ในไตรมาส 2/2567 คาดว่าธุรกิจบัตรเครดิตในภาพรวม จะยังคงมี Spending สูง จากการเติบโตทางด้านอุปโภคบริโภค การท่องเที่ยว และปัจจัยหนุนจากพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2567 ที่ออกมาช่วงเดือน เม.ย. โดยคาดว่าจะเห็นการเติบโตของธุรกิจ ทั้งระบบปีนี้อยู่ที่ราว 10%

ทั้งนี้ ธนาคารตั้งเป้าเติบโตยอดการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตปี 2567 ไม่ต่ำกว่า 30% ซึ่งในช่วง 4-5 เดือนที่ผ่านมายังสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ อย่างไรก็ดี จากการปรับชำระขั้นต่ำจาก 5% เป็น 8% มีผลกระทบต่อลูกค้ากลุ่มเปราะบางบางราย ทำให้มีการผิดนัดชำระ แต่ภาพรวมคุณภาพสินเชื่อบัตรเครดิตทีทีบียังคงอยู่ในเกณฑ์ที่ดี

“เรามีการปรับเกณฑ์อนุมัติสินเชื่อเล็กน้อย แต่โดยรวมเรามีกลยุทธ์ในการหาลูกค้าใหม่ โดยมุ่งเน้นในเรื่องการรักษาคุณภาพพอร์ตตามหลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบและเป็นธรรม โดยยังคงเน้นขยายฐานลูกค้าที่มีรายได้ปานกลางถึงสูง ตั้งแต่ 3 หมื่นบาทขึ้นไป และมุ่งเน้นการเติบโตผ่านทางพันธมิตรทางธุรกิจ”

นางพิทยา วรปัญญาสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.บัตรกรุงไทย (เคทีซี) กล่าวว่า ช่วงไตรมาส 2 บัตรเครดิตอาจจะชะลอตัว เนื่องจากเศรษฐกิจไม่ได้ฟื้นตัวดีมาก ซึ่งอาจกระทบกับฐานลูกค้าและ Spending แต่เชื่อว่าหลังจากนั้นไปน่าจะทยอยปรับตัวดีขึ้น โดยการรักษาคุณภาพพอร์ตสินเชื่อยังเป็นเรื่องที่เคทีซีให้ความสำคัญ เน้นการเติบโตอย่างระมัดระวัง และจากกลยุทธ์การมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อมากขึ้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “บัตรเครดิต” รับมือหนี้เสียขาขึ้น ปรับกลยุทธ์เจาะลูกค้าเสี่ยงต่ำ-คุมวงเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...