“ธ.ก.ส.” ชู “โครงการล้านละร้อย” ช่วยเกษตรกร กางแผนปล่อยกู้ใหม่ 9 หมื่นล้านบาท
“ธ.ก.ส.” ปักธงโครงการล้านละร้อย ชูธงช่วยเกษตรกรหัวขบวนลงทุน-เพิ่มมูลค่า ลั่นพร้อมขยายวงเงินเพิ่มหากเต็มยอด 5 หมื่นล้านบาท กางแผนงานปีบัญชี 67/68 ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่ 9 หมื่นล้านบาท ลุยเคลียร์หนี้เสียลดเหลือ 3.69% จ่อดูดเงินฝากอีก 1.2 แสนล้านบาท
“ฉัตรชัย ศิริไล” ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร หรือ “ธ.ก.ส.” เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการสินเชื่อธุรกิจชุมชนสร้างไทย “โครงการล้านละร้อย” วงเงินรวม 5 หมื่นล้านบาท ว่า “ธนาคารพร้อมจะขยายวงเงินอย่างแน่นอน เนื่องจากโครงการดังกล่าว ช่วยลดต้นทุนเกษตรกรที่เริ่มลงทุน หรือ diversified หรือยกระดับผลิตภัณฑ์ได้อย่างมาก ซึ่งสินเชื่อดังกล่าวปล่อยกู้ให้กับเกษตรกร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน เกษตรกรการเกษตร ในอัตราดอกเบี้ยต่ำเพียงแค่ 0.01% ต่อปี เป็นเวลา 3 ปี โดยเริ่มต้นโครงการครั้งแรกเมื่อ 4 ปีที่แล้ว”
นอกจากนี้ “ธ.ก.ส.” พร้อมสนับสนุนทั้งมิติของเงินทุนให้กับกลุ่มเกษตรกรหัวขบวนเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าเกษตร เพื่อเป็นการยกระดับภาคเกษตรเป็นเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว ซึ่งจะต้องเป็นอุตสาหกรรมเกษตรแบบครบวงจร เช่น อุตสาหกรรมดอกไม้ ไทยยังเป็นในรูปแบบการปลูก และ ส่งออกไปขาย ทำให้ค่าใช้จ่ายในเรื่องการขนส่ง และ การทำการตลาดค่อนข้างสูงมาก สุดท้ายเกษตรกรต้นน้ำได้เม็ดเงินน้อยมาก แต่หากสามารถทำได้ตั้งแต่การผลิต ไม่ใช่แค่การส่งดอกไม้ไปยังตลาดกลาง แต่สามารถส่งตรงไปถึงคนใช้ดอกไม้จริงๆ โดยไม่ผ่านคนกลาง มีการปลูกแบบพรีออเดอร์
“พงษ์พันธ์ จงรักษ์” รองผู้จัดการ “ธ.ก.ส.” กล่าวว่า แผนการดำเนินงานของธนาคารในรอบปีบัญชี 67/68 (1 เม.ย. 67 - 31 มี.ค. 68) ธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อใหม่เพิ่มอีก 90,000 ล้านบาท หรือเติบโต 5.13% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยได้รับปัจจัยหนุนจากภาคการผลิตการเกษตรที่ฟื้นตัวขึ้น หลังการแพร่ระบาดของ โควิด-19 โดยเป้าหมายหลักในการปล่อยสินเชื่อปีนี้จะเน้นไปที่กลุ่มเกษตรกรรายกลางและรายใหญ่ประมาณ 50,000 ล้านบาท เพื่อต้องการให้เกษตรกรที่แข็งแรงมาช่วยพัฒนารายย่อย ส่วนที่เหลืออีก 40,000 ล้านบาท จะปล่อยสินเชื่อให้กับกลุ่มเกษตรกรรายย่อย
ขณะเดียวกันปีนี้ธนาคารยังคงให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน เช่น โครงการส่งเสริมและสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Credit), โครงการสินเชื่อรักษ์ป่าไม้ไทยยั่งยืน (Go Green : Forest Credit) เป็นต้น
ทั้งนี้ ตั้งเป้าหมายระดมเงินฝากปีนี้เพิ่มอีกประมาณ 1.2 แสนล้านบาท หรือ เติบโต 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดย ณ สิ้นปีบัญชี 66/67 (1 เม.ย. 66 - 31 มี.ค. 67) ธนาคารมียอดสินเชื่ออยู่ 1.69 ล้านล้านบาท และเงินฝาก 1.89 ล้านล้านบาท หรือมีเงินฝากมากกว่าสินเชื่อประมาณ 2 แสนล้านบาท ถือเป็นการดำรงสภาพคล่องเพื่อการดำเนินธุรกิจของธนาคาร และเป็นไปตามเกณฑ์อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (BIS Ratio) ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
สำหรับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ณ สิ้นปีบัญชี 66/67 อยู่ที่ 5.41% มูลหนี้ประมาณ 90,000 ล้านบาท โดยในปีบัญชี 67/68 ตั้งเป้าจะลดหนี้เสียลงเหลือ 3.69% โดยหากการผลิตของเกษตรกรเป็นไปตามแผน จะช่วยให้ NPL ลดลงได้ ประกอบกับเกษตรกรที่ประสบปัญหาหนี้สิน ธ.ก.ส. ก็จะเข้าไปปรับโครงสร้างหนี้ก่อนที่จะเป็น NPL ด้วย