โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

มือใหม่เริ่มลงทุน! ทำความรู้จักตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก

The Bangkok Insight

อัพเดต 02 มิ.ย. 2567 เวลา 12.00 น. • เผยแพร่ 03 มิ.ย. 2567 เวลา 00.44 น. • The Bangkok Insight

มือใหม่เริ่มลงทุน! ทำความรู้จักตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมประมาณ 55% ของตลาดหุ้นทั่วโลกรวมกัน ตลาดหุ้นสหรัฐเป็นอย่างไร มาทำความรู้จักกัน

ตลาดหุ้นสหรัฐ เป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ครอบคลุมประมาณ 55% ของตลาดหุ้นทั่วโลกรวมกัน ดังนั้น การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มักจะมีผลกระทบต่อตลาดหุ้นทั่วโลก อีกทั้งบริษัทระดับโลกส่วนใหญ่ก็มาจดทะเบียนซื้อขายที่นี่ ทำให้การลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ เป็นที่นิยมและเพิ่มโอกาสได้รับผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้นระดับโลก ตลาดหุ้นสหรัฐ เป็นอย่างไร มาทำความรู้จักกัน!

ตลาดหุ้นสหรัฐ

รู้จักตลาดหุ้นสหรัฐ

ตลาดหุ้นสหรัฐ เป็นตลาดหุ้นที่ใหญ่ที่สุดในโลก หรือคิดเป็นขนาดตลาดราว 50 ล้านล้านดอลลาร์ (ราวครึ่งหนึ่งของขนาดตลาดหุ้นทั้งโลกรวมกัน) ถ้าให้เทียบกับ SET Index ของไทย ทั้งตลาดหุ้นไทยยังไม่ใหญ่เท่ากับหุ้นสหรัฐขนาดใหญ่บางตัว โดยปัจจุบัน SET Index มีขนาดตลาดราว 500,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่บริษัทสหรัฐที่เรารู้จักที่ขนาดตลาดพอ ๆ กับหุ้นทั้งหมดในตลาดหุ้นไทยรวมกัน เช่น ห้าง Walmart ธนาคาร JP Morgan Chase ส่วนหุ้น Apple มีขนาดตลาดราว 3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือใหญ่เป็น 6 เท่าของ SET Index

สหรัฐอเมริกา มี 2 ตลาดหุ้นหลักคือ New York Stock Exchange (NYSE) ซึ่งเป็นตลาดหลักที่มีมาก่อน ก่อตั้งในปี 1792 ส่วนตลาด Nasdaq ก่อตั้งเมื่อปี 1971 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้โอกาสหุ้นขนาดกลางและขนาดเล็กที่ไม่สามารถจดทะเบียนได้ในตลาดหลัก มาจดทะเบียนในตลาดนี้ ซึ่งเมื่อก่อนส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นเทคโนโลยี แต่ปัจจุบันหุ้นเทคโนโลยีเหล่านั้นกลายเป็นหุ้นขนาดใหญ่ไปแล้ว หรือที่เรารู้จักกันในนาม หุ้น 7 นางฟ้า (Magnificent 7) ซึ่งประกอบไปด้วยหุ้น Apple, Amazon, Alphabet, Meta, Microsoft, Nvidia และ Tesla

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐ

ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐที่เราได้ยินกันบ่อย ๆ และเป็นที่นิยม ได้แก่ ดัชนี Dow Jones, S&P 500 และ Nasdaq

  • ดัชนี Dow Jones จะนำหุ้นขนาดใหญ่ทั้งในตลาดหุ้น NYSE และ Nasdaq จำนวน 30 ตัวมาคำนวณด้วยวิธี Price Weighted Index คือการนำราคาหุ้นมาคำนวณเป็นดัชนี ดังนั้น หุ้นที่มีราคาสูงจะมีอิทธิพลต่อดัชนีมากกว่าหุ้นที่มีราคาต่ำ ปัจจุบันหุ้น 3 ลำดับแรก ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี ได้แก่ UnitedHealth, Microsoft และ Goldman Sachs
  • ดัชนี S&P 500 จะนำหุ้นที่มีมูลค่าตลาดขนาดใหญ่ 500 ตัวแรกทั้งในตลาดหุ้น NYSE และ Nasdaq มาคำนวณด้วยวิธี Market Capitalization Weighted Index คือการนำเอามูลค่าตลาดของหุ้นมาคำนวณเป็นดัชนี ดังนั้น หุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงจะมีอิทธิพลต่อดัชนีมากกว่าหุ้นที่มีมูลค่าตลาดต่ำ ปัจจุบันหุ้น 3 ลำดับแรก ซึ่งจะส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของดัชนี ได้แก่ Microsoft, Apple และ Nvidia
  • ดัชนี Nasdaq จะนำหุ้นในตลาดหุ้น Nasdaq มาคำนวณด้วยวิธี Market Capitalization Weighted Index คือการนำเอามูลค่าตลาดของหุ้นมาคำนวณเป็นดัชนี ดังนั้น หุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูงจะมีอิทธิพลต่อดัชนีมากกว่าหุ้นที่มีมูลค่าตลาดต่ำ ปัจจุบันหุ้น 3 ลำดับแรก ซึ่งจะส่งผลกับการเคลื่อนไหวของดัชนี ได้แก่ Microsoft, Apple และ Nvidia

ตลาดหุ้นสหรัฐ

ความน่าสนใจของตลาดหุ้นสหรัฐ

ตลาดหุ้นสหรัฐนั้นมีความน่าสนใจเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นอื่น ๆ เนื่องจากมีจำนวนหุ้นจดทะเบียนมากที่สุดในโลก (กว่า 5,000 ตัว เทียบกับตลาดหุ้นไทยที่มีราว 700 ตัว) ดังนั้น จึงมีความหลากหลายของอุตสาหกรรมของบริษัทที่เข้ามาจดทะเบียน โดยอุตสาหกรรมที่แตกต่างกับตลาดหุ้นไทยอย่างชัดเจน ได้แก่

  • กลุ่ม Technology ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบริษัทผู้คิดค้นหรือเป็นเจ้าของ Software หรือ Platform ระดับโลก ต่างจากหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ไทย ที่ถ้าเราพูดถึงกลุ่มเทคโนโลยี ส่วนใหญ่จะเป็นบริษัทที่นำ Software ระดับโลกมาติดตั้ง ไม่ใช่ผู้คิดค้น Software นั้น ๆ
  • กลุ่ม Pharma / Biotech ประกอบไปด้วยผู้ผลิตยาชั้นนำระดับโลก ซึ่งมีการพัฒนา R&D (Research and Development) คิดค้นยาใหม่ ๆ ด้วยตนเอง และถือสิทธิบัตรยานั้น ๆ ต่างจากกลุ่ม Healthcare ของไทย ซึ่งทำธุรกิจโรงพยาบาล ถ้าให้อธิบายง่าย ๆ คือจุดขายของตลาดหุ้นสหรัฐ คือ มีหุ้นที่เป็นผู้คิดค้นนวัตกรรมใหม่ ๆ จดทะเบียนอยู่หลากหลายตัว เป็นบริษัทที่คิดค้นสินค้าและบริการใหม่ ๆ ที่โลกนี้ไม่เคยมีมาก่อน

ปัจจัยรองอื่น ๆ ที่ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐมีความน่าสนใจ เช่น ตลาดหุ้นสหรัฐไม่มีเกณฑ์ Floor / Ceiling ซึ่งหุ้นสามารถขึ้นหรือลงได้ไม่จำกัดภายในหนึ่งวัน เทียบกับตลาดอื่นที่มี Floor / Ceiling เช่น ตลาดหุ้นไทย (SET) +/-30% ต่อวัน หรือตลาดหุ้นเวียดนาม (HOSE) +/-7% ต่อวัน เป็นต้น

ตลาดหุ้นสหรัฐ

แนะนำการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐ

ด้วยความน่าสนใจของตลาดหุ้นสหรัฐที่กล่าวไปข้างต้น หากนักลงทุนไทยสนใจลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐก็สามารถลงทุนได้ผ่านหลากหลายช่องทาง กรณีที่ไม่ต้องการยุ่งยากเรื่องการแลกเปลี่ยนเงินบาทเป็นเงินดอลลาร์ การเปิดบัญชีใหม่ และภาษีกำไรจากการลงทุนต่างประเทศโดยตรง จะมีช่องทางให้เลือกลงทุน อาทิ

  • กองทุนรวมหุ้นสหรัฐซื้อได้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนในไทย มีให้เลือกทั้งแบบกระจายการลงทุนในหุ้นทั้งตลาดที่ล้อตามดัชนี S&P 500 หรือดัชนี Nasdaq หรือกองทุนตามธีมต่าง ๆ อาทิ กลุ่มเทคโนโลยี กลุ่มปัญญาประดิษฐ์ (AI) กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ กลุ่มสุขภาพ เป็นต้น
  • DR (Depositary Receipt) เป็นตราสารที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้นักลงทุนไทยสามารถซื้อขายหุ้นหรือ ETF ในต่างประเทศได้ ตามเวลาการเปิดตลาดของหุ้นไทย ซึ่งจะเหมือนกับการซื้อหุ้นไทยรายตัว
  • DRx (Fractional Depositary Receipt) เป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในหุ้นหรือหน่วยลงทุนต่างประเทศ ซึ่งมีข้อดีกว่า DR ทั่วไปตรงที่ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายได้ตามเวลาของตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศ และสามารถซื้อขายเป็นจำนวนเงินบาท หรือ จำนวนหน่วยก็ได้ สามารถซื้อขายผ่านแอปพลิเคชัน Streaming ได้เลย

ข้อดีของช่องทางข้างต้นคือ ไม่เสียภาษีกำไรจากการลงทุน (Capital Gain Tax) ต่างจากการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันมี DR ทั้งหมด 22 ตัว และมีหนึ่งตัวที่อิงดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้แก่ NDX01 ซึ่งลงทุนอ้างอิงดัชนี NASDAQ 100 และ DRx 10 ตัว ซึ่งทั้งหมดเป็นหุ้นที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐและครอบคลุมหุ้น 7 นางฟ้าทุกตัว

ถ้านักลงทุนต้องการลงทุนตรง เพื่อจะไม่มีข้อจำกัดด้านความหลากหลายของหุ้นที่โบรกเกอร์ไทยนำมาขายเป็น DR / DRx นักลงทุนไทยก็สามารถเปิดบัญชีตรงกับโบรกเกอร์ไทยที่มีบริการซื้อขายหุ้นต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การลงทุนโดยตรงเช่นนี้จะต้องเสียภาษีกำไรจากการลงทุนด้วย

ที่มา : รินรดา นรากรพิจิตร์ นักกลยุทธ์การลงทุน บล.กสิกรไทย และ ตลท.

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...